ทนายปากจัดกับยัยนักสืบตัวแสบในคดีห้องปิดตาย•ตอนที่ 5

ข้อตกลงฉบับแสบ

ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
“ถ้าไม่อยากให้ซองสีน้ำตาลในกระเป๋าเสื้อคุณปลิวไปอยู่บนโต๊ะทำงานของผู้กำกับตอนนี้ มือถือของคุณก็ช่วยกดวางสายแล้วถอยไปสามก้าวซะ” เสียงกระซิบแหบพร่าแต่เฉียบคมราคมมีดโกนของพริมาดังขึ้นชิดใบหูของรินรดา ทนายสาวร่างโปร่งเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง นัยน์ตาสีรัตติกาลตวัดมองตำรวจเครื่องแบบเต็มยศสองนายที่กำลังก้าวเข้ามาปิดล้อมทางออก กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าผสมความเย็นเยียบของฝนยามค่ำคืนจากตัวนักสืบสาวตีเข้าจมูกจนรินรดารู้สึกใจแกว่งไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะความกลัวตำรวจ แต่เป็นเพราะความใกล้ชิดที่อันตรายเกินต้านทานต่างหาก รินรดาขยับตัวเล็กน้อย ซองหลักฐานชิ้นสำคัญจากคดีห้องปิดตายในกระเป๋าเสื้อสูทของเธอกำลังส่งความร้อนผ่าวผ่านเนื้อผ้าจนแสบผิว มันคือหลักฐานชิ้นเดียวที่จะลากตัวฆาตกรตัวจริงลงมาจากหอคอยงาช้างได้ แต่ตอนนี้พวกเธอกลับกำลังติดอยู่ในวงล้อมของสารวัตรคณิน สุนัขล่าเนื้อประจำสน.ท้องที่ที่จ้องจะฮุบคดีนี้ไปสร้างผลงาน “ถอยไป” รินรดากระซิบตอบลอดไรฟัน พยายามรักษามาดทนายสาวผู้เยือกเย็นเอาไว้ให้มั่นคงที่สุด แม้ว่าหัวใจจะเต้นรัวรากลองเพล “ฉันจัดการเองได้ นักสืบพริมา” “จัดการ? ด้วยการยอมให้เขาตรวจค้นแล้วส่งคุณเข้าห้องขังข้อหาซ่อนเร้นพยานวัตถุเนี่ยนะ?” พริมาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตแพรวพราวด้วยประกายความเจ้าเล่ห์และดื้อรั้นระคนกัน “ฉลาดเป็นกรดอย่างทนายรินรดาตกม้าตายเพราะความอวดดีซะแล้วล่ะมั้งคะ” “ปากจัดจริงนะคุณ” รินรดาอยากจะยกมือขึ้นหยิกแขนคนข้างๆ สักทีให้หายหมั่นไส้ ติดตรงที่สถานการณ์ตอนนี้บีบให้พวกเธอต้องเป็น ‘เรือล่มในหนอง ทองจะไปไหนเสีย’ “เชิญครับคุณรินรดา ทางเราได้รับแจ้งว่าคุณมีพยานวัตถุที่เกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรมห้องปิดตายไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” สารวัตรคณินก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้า รอยยิ้มเยาะเย้ยบนใบหน้าของนายตำรวจใหญ่ชวนให้อยากซัดหมัดใส่สักเปรี้ยง “ส่งมอบซองนั้นมาให้ผมดีๆ เถอะครับ จะได้ไม่ต้องลำบากไปโรงพักตอนดึกๆ” รินรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วเพื่อหาทางหนีทีไล่ แต่ก่อนที่เธอจะได้ขยับตัว ปลายนิ้วเรียวอุ่นจัดของพริมาก็เอื้อมมาคว้าข้อมือเธอไว้แน่น แรงบิดเพียงนิดเดียวดึงให้ร่างของทนายสาวเซเข้าไปกระแทกแผ่นอกของนักสืบสาวโดยไม่ทันตั้งตัว “อุ๊ย! ระวังหน่อยสิคะทนาย ขาแพงๆ ของคุณจะก้าวไปเหยียบตีนชาวบ้านเขาเอา” พริมาแกล้งอุทานเสียงดัง พร้อมกับสะบัดมืออีกข้างปัดแฟ้มเอกสารในมือลูกน้องสารวัตรคณินจนกระจายเกลื่อนพื้น “ว이ย! ขอโทษทีค่ะ พอดีมือมันลื่นไปหน่อย!” “เฮ้ย! ทำอะไรวะ!” ตำรวจหนุ่มโวยวายก้มลงเก็บเอกสารชุลมุน “ฉวยโอกาสนี้วิ่งสิคะ!” พริมาไม่รอช้า เธอใช้มือข้างที่ว่างคว้าข้อมือของรินรดาแล้วออกแรงวิ่งพุ่งทะยานฝ่าวงล้อมออกไปทางบันไดหนีไฟทันที แรงดึงที่กะทันหันทำให้รินรดาต้องออกวิ่งตามโดยอัตโนมัติ เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นปูนดังระรัวก้องตึกร้าง เสียงตะโกนไล่หลังของสารวัตรคณินดังแว่วมาแต่ไกล ยิ่งเพิ่มความเร้าใจในยามวิกาลให้พุ่งสูงขึ้นไปอีก ลมราตรีปะทะใบหน้าขณะที่พวกเธอลัดเลาะผ่านซอกตึกแคบๆ จนกระทั่งหลุดออกมาถึงลานจอดรถด้านหลังที่มีรถมินิคูเปอร์สีแดงเพลิงจอดรออยู่ พริมาไขประตูรถอย่างรวดเร็ว ดันตัวรินรดาเข้าไปข้างในก่อนจะรีบกระโดดขึ้นนั่งฝั่งคนขับ เหยียบคันเร่งพุ่งทะยานออกไปจากรัศมีอันตรายได้อย่างเฉียดฉิว เอี๊ยด—! เสียงยางรถบดถนนดังสนั่นขณะที่รถเลี้ยวโค้งเข้าสู่ถนนสายหลัก บรรยากาศภายในห้องโดยสารอวลไปด้วยกลิ่นอายความตื่นเต้นและลมหายใจที่หอบกระชั้น รินรดายกมือขึ้นทาบอก พยายามปรับจังหวะการหายใจของตัวเองให้เป็นปกติ ขณะที่หางตาก็เหลือบมองคนขับที่กำลังบังคับพวงมาลัยด้วยใบหน้าเรียบเฉยแต่แววตาระยิบระยับ “ขับรถบ้าบออะไรเนี่ย!” รินรดาเปิดฉากต่อว่าทันทีเมื่อตั้งสติได้ “คุณเกือบพาเราไปตายรู้ตัวไหมนักสืบพริมา!” “แต่สุดท้ายเราก็รอดมาได้แถมซองหลักฐานในเสื้อของคุณก็ยังอยู่ครบไม่ใช่เหรอคะ?” พริมาตอบเสียงใส หันมาส่งยิ้มกวนประสาทให้แวบหนึ่งก่อนจะกลับไปสนใจถนนเบื้องหน้า “แทนที่จะมานั่งบ่นฉัน ควรจะขอบคุณที่ฉันช่วยดึงคุณออกมาจากปากเหยือกปากกาดีกว่านะทนาย” “ขอบคุณเหรอ? หึ ถ้าคุณไม่ปากมากเดินเข้าไปยุ่มย่ามในที่เกิดเหตุแต่แรก ฉันก็คงไม่ต้องมาวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนแบบนี้หรอก!” รินรดาเถียงกลับเสียงแข็ง นัยน์ตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังใบหน้าด้านข้างของอีกฝ่าย “ว่าแต่คุณเถอะ ไปทำอะไรที่นั่น? แล้วรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่นั่น?” พริมาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ รถคันเล็กชะลอความเร็วลงก่อนจะเลี้ยวเข้าไปจอดเทียบฟุตบาทริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่เงียบสงบ แสงไฟจากตึกสูงสะท้อนผืนน้ำระยิบระยับในยามดึก บรรยากาศรอบตัวเงียบงันลงเหลือเพียงเสียงเครื่องยนต์ที่ค่อยๆ ดับลง นักสืบสาวปลดเข็มขัดนิรภัยแล้วหันมาเผชิญหน้ากับทนายสาวเต็มตา รอยยิ้มยียวนเมื่อครู่จางหายไป แทนที่ด้วยแววตาจริงจังที่คาดเดาไม่ได้ “เพราะเรากำลังเล่นเกมเดียวกันอยู่ยังไงล่ะคะ ทนายรินรดา” พริตมาเอ่ยเสียงนุ่ม ลดเสียงลงจนเกือบเป็นกระซิบ “คดีห้องปิดตายนั้น... เหยื่อไม่ได้ตายเพราะอุบัติเหตุ หรือแม้กระทั่งการฆาตกรรมธรรมดา แต่เบื้องหลังมันมีอะไรที่เน่าเฟะกว่าที่คุณคิดเยอะ และถ้าคุณยังดึงดันจะสืบต่อคนเดียวโดยไม่มีฉัน คุณไม่รอดเงื้อมมือของสารวัตรคณิน... หรือแม้แต่ ‘คนข้างบน’ ที่บงการอยู่ห่างๆ แน่นอน” รินรดาชะงัก คำพูดของพริมาสะกิดใจเธออย่างจัง ปลายนิ้วเรียวเผลอกำซองเอกสารในกระเป๋าเสื้อแน่นขึ้น ความลับเรื่องพ่อผู้ล่วงลับที่พัวพันกับกรมตำรวจยังคงเป็นแผลเป็นที่เธอต้องปิดบังไว้ และท่าทางของพริมาในตอนนี้ก็บอกชัดเจนว่า นักสืบจอมกวนคนนี้รู้บางอย่างที่เธอไม่รู้ “คุณหมายความว่ายังไง?” รินรดาถามเสียงเครียด “หมายความว่า... เราต้องร่วมมือกันค่ะ” พริมายื่นข้อเสนอด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ “คุณมีหลักฐานชิ้นนั้น... ส่วนฉัน มีข้อมูลว่าใครคือหนอนกระบองเพชรที่คอยส่งข่าวให้ฆาตกรตัวจริง แลกเปลี่ยนกันคนละครึ่งทาง แบบนี้ยุติธรรมดีใช่ไหมคะ?” รินรดานิ่งเงียบ ใช้ความคิดอย่างรวดเร็ว เธอไม่ชอบไว้ใจใคร และยิ่งเป็นคนเจ้าเล่ห์อย่างพริมาด้วยแล้ว ความเสี่ยงมันสูงลิ่ว แต่สัญชาตญาณบอกเธอว่า หากปฏิเสธข้อเสนอนี้ เธออาจไม่มีโอกาสได้เห็นความจริงอีกเลยตลอดชีวิต “ตกลง” ทนายสาวกัดฟันตอบรับในที่สุด “แต่ถ้าคุณตุกติก ฉันจะเอาแฟ้มนี้ฟ้องคุณข้อหาพรากผู้เยาว์... เอ๊ย ข้อหาก่อกวนกระบวนการยุติธรรมแน่” พริมาหัวเราะร่วนออกมาเสียงดังด้วยความชอบใจ ดวงตาคู่สวยพราวระยับด้วยประกายความสนุกสนานที่ได้แกล้งคนฟอร์มจัด “ยินดีที่ได้ร่วมงานกันค่ะ ท่านทนายปากแข็ง” พริมายื่นมือเรียวบางออกมาข้างหน้าเพื่อเป็นการแสดงสัญลักษณ์ของการทำข้อตกลง รินรดามองมือนั้นครู่หนึ่งก่อนจะยื่นมือไปจับเพื่อตกลงพันธะสัญญาทางใจ แต่วินาทีที่ปลายนิ้วของพวกเธอสัมผัสกัน กระแสความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างก็วิ่งพล่านไปทั่วร่างจนรินรดารู้สึกร้อนผ่าวที่ปลายใบหู ทว่า ก่อนที่บรรยากาศจะเคลิบเคลิ้มไปมากกว่านั้น เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของพริมาก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ พริมาขมวดคิ้วเล็กน้อย หยิบเครื่องมือสื่อสารขึ้นมาดูหน้าจอ เพียงแวบเดียวที่เห็นเบอร์โทรเข้า รอยยิ้มขี้เล่นบนใบหน้าของนักสืบสาวก็แข็งค้างทันที แววตาที่เคยพราวระยับแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด “มีอะไร?” รินรดาเอ่ยถามด้วยความสงสัยเมื่อเห็นปฏิกิริยาผิดปกติ พริมาเงยหน้าขึ้นช้าๆ ริมฝีปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันแน่น ก่อนจะเอ่ยชื่อคนปลายสายออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าเล็กน้อย “พี่ชายฉัน... เขาโทรมาจากเรือนจำกลาง... บอกว่าคนที่ฆ่าเหยื่อในห้องปิดตายตัวจริง... เพิ่งแหกคุกออกมาเมื่อชั่วโมงที่แล้วค่ะ” โรสแมรี่พิษขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมลุ้นไปกับเคมีสุดแซ่บของทั้งคู่ในตอนนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายปากจัดกับยัยนักสืบตัวแสบในคดีห้องปิดตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%