คราบกาแฟเย็นเฉียบที่ก้นแก้วกระดาษบนโต๊ะทำงานของฉัน ไม่ได้น่าหงุดหงิดเท่ากับประโยคสั้น ๆ ที่เพิ่งขาดหายไปจากปลายสายเมื่อห้านาทีก่อน
“พี่ชายฉัน... เขาโทรมาจากเรือนจำกลาง... บอกว่าคนที่ฆ่าเหยื่อในห้องปิดตายตัวจริง... เพิ่งแหกคุกออกมาเมื่อชั่วโมงที่แล้วค่ะ”
เสียงของพริมายังก้องอยู่ในโสตประสาท นักสืบสาวจอมกวนที่ปกติมักจะมีคำพูดกวนประสาทสวนกลับฉันได้ทุกวินาที ตอนนี้กลับยืนแข็งทื่อเป็นหินอยู่หน้ากระจกใสห้องทำงาน มือบางที่กำโทรศัพท์มือถือสั่นระริกจนเห็นได้ชัด แม้เจ้าตัวจะพยายามเม้มริมฝีปากแน่นเพื่อสะกดกลั้นความตื่นตระหนกไว้ก็ตาม
ฉันผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้หนังราคาแพง ส้นสูงสี่นิ้วกระแทกพื้นห้องทำงานเสียงดังจนสะท้อนก้อง ก้าวฉับ ๆ ไปหยุดตรงหน้าเธอ รินรดาคนนี้ไม่เคยเชื่อเรื่องบังเอิญ และยิ่งเกลียดความตื่นตระหนกไร้เหตุผลยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด แต่สถานการณ์ในตอนนี้ มันบีบให้ตรรกะในหัวฉันเริ่มรวนเร
“ตั้งสติหน่อยพริมา” ฉันกดเสียงต่ำ คว้าข้อแขนเรียวของเธอไว้แน่นเพื่อดึงเธอกลับสู่โลกความเป็นจริง “พี่ชายเธอติดคุกคดีปล้นสะดมไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมเขาถึงรู้เรื่องฆาตกรรมในห้องปิดตายที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้ได้ แถมยังรู้อีกว่าคนร้ายแหกคุกออกมาแล้ว... เธอแน่ใจนะว่านั่นคือเสียงพี่ชายเธอจริง ๆ ไม่ใช่แก๊งต้มตุ๋นโทรมาปั่นหัวเราเล่น”
พริมาหันขวับมามองฉัน ดวงตากลมโตที่เคยพราวระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ ตอนนี้กลับแดงก่ำและเต็มไปด้วยความหวาดกลัวที่ปิดไม่มิด เธอยกมือขึ้นปัดมือฉันออกอย่างไม่ไยดี แต่ไม่ได้ผลักไสแรงเท่าไหร่—เพราะตัวเธอก็สั่นเทาเสียจนไม่มีแรงจะสู้รบกับใคร
“เสียงพี่ชายฉัน... ฉันจำได้แม่นยิ่งกว่าเสียงตัวเองเสียอีก รินรดา!” พริมาตวาดกลับ เสียงสั่นเครือแต่ยังคงความดื้อรั้นไว้ตามประสาคนไม่ยอมคน “และที่สำคัญที่สุด... เขาไม่ได้แค่บอกว่าคนร้ายแหกคุก แต่เขาทิ้งรหัสลับบางอย่างไว้ด้วย... รหัสที่พ่อของเราเคยใช้สมัยที่ยังอยู่ในกรมตำรวจ”
ฉันชะงัก ลมหายใจสะดุดกึกไปเสี้ยววินาที “รหัสตำรวจเก่าเหรอ?”
“ใช่” พริมาสูดหายใจเข้าลึก ๆ พยายามควบคุมเสียงตัวเองให้กลับมาเป็นปกติ แม้ไหล่บางจะยังห่อเข้าหากันด้วยความเครียด “มันคือรหัสเรียกหน่วยปฏิบัติการเงียบ... องค์กรใต้ดินที่ไม่มีอยู่จริงในสารบบราชการ หน่วยงานที่พี่ชายฉันเคยถูกส่งเข้าไปแทรกซึมก่อนที่เขาจะถูกจัดฉากยัดข้อหาจนต้องติดคุกฟรีสิบปี”
บรรยากาศในห้องทำงานเงียบกริบลงทันที ราวกับอากาศรอบตัวถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น คดีฆาตกรรมห้องปิดตายที่ฉันกำลังใช้หลักฐานทางกฎหมายเข้าสู้คดียิบตา แท้จริงแล้วมันไม่ใช่เรื่องชู้สาวหรือความแค้นส่วนตัวอย่างที่ตำรวจท้องinคิด แต่มันคือ “การส่งสัญญาณ” ของบางสิ่งที่ใหญ่โตและอันตรายยิ่งกว่านั้น—องค์กรนอกกฎหมายที่แม้แต่กฎหมายก็เอื้อมไม่ถึงกำลังเล่นเกมอยู่ และพวกเรากำลังยืนอยู่กลางกระดาน
“ถ้าสิ่งที่พี่ชายเธอพูดเป็นความจริง...” ฉันพึมพำกับตัวเอง สายตากวาดมองแฟ้มคดีบนโต๊ะที่ตอนนี้ดูเหมือนจะกลายเป็นระเบิดเวลา “พวกมันไม่ได้แค่ต้องการฆ่าเหยื่อเพื่อปิดปาก แต่พวกมันกำลังโยน ‘เหยื่อล่อ’ มาให้เราขุดคุ้ย เพื่อที่พวกมันจะได้กำจัดคนที่รู้มากไปพร้อมกัน... รวมถึงพวกเราด้วย”
พริมาเงยหน้าขึ้นสบตาฉัน แววตาหวาดกลัวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความกรุ่นโกรธและดื้อรั้นอันเป็นเอกลักษณ์ เธอยกมือขึ้นกอดอก เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย แม้ขอบตาจะยังรื้นด้วยน้ำตาก็ตามที
“กลัวจนขาكสั่นแล้วหรือไงคะ คุณทนายปากจัด” เธอยังไม่วายแขวะฉันด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันแบบฉบับยัยตัวแสบ “ถ้ากลัวนัก จะถอนตัวตอนนี้ก็ยังทันนะ ฉันลุยเดี่ยวเองได้”
ให้ตายเถอะ ผู้หญิงคนนี้มีพรสวรรค์ในการทำให้ฉันอยากบีบคอเธอพร้อมกับอยากดึงเข้ามาสวมกอดไว้ให้พ้นจากอันตรายในเวลาเดียวกันจริง ๆ
ฉันแค่นหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเข้าไปประชิดตัวเธอจนแผ่นหลังบางชนเข้ากับกระจกหน้าต่าง รินรดาโน้มตัวลงไปกระซิบชิดริมฝีปากของคนอวดดี ดวงตาของเราห่างกันแค่คืบ จนฉันสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดอยู่บนพวงแก้ม
“ถอนตัวงั้นเหรอ?” ฉันเหยียดยิ้มเย็นชาแต่แฝงความดุดัน “เธอควรจะรู้ได้แล้วนะพริมา ว่าทนายอย่างฉัน... เกลียดที่สุดคือการเป็น ‘เบี้ย’ ให้ใครจูงจมูกเล่น ถ้าองค์กรนอกกฎหมายนั่นคิดจะเล่นเกมนี้กับเรา ฉันนี่แหละจะรื้อโครงสร้างพวกมันออกมาให้หมดเปลือกเอง”
พริมานิ่งอึ้งไปกับระยะห่างและแววตาจริงจังของฉัน หัวใจของเธอดังก้องจนฉันได้ยินมันผ่านความเงียบงัน ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด แม้ปากจะยังเก่งไม่เลิกก็ตาม
“ใกล้... ใกล้เกินไปแล้วนะรินรดา ถอยไปเลยนะยัยทนายฉวยโอกาส” เธอยกมือขึ้นดันแผงอกฉันไว้เบา ๆ แต่ไม่ได้ออกแรงผลักจริงจัง แถมยังซ่อนรอยยิ้มพึงใจไว้ที่มุมปากอย่างแนบเนียน “ปากเก่งนักนะ ระวังเถอะ... จะโดนฉันจูบเข้าสักวัน”
“ลองดูสิ ถ้าเธอกล้าพ—”
กริ๊งงงง!
เสียงกริ่งสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินของตัวอาคารสำนักงานดังสนั่นหวั่นไหว ตัดจังหวะการปะทะคารมสุดฟินในระยะประชิดให้ขาดกระวิ่น ไฟสำรองสีแดงฉานกะพริบวับวาบสาดส่องไปทั่วห้องทำงานจนกลายเป็นบรรยากาศชวนขนลุก
พริมาขมวดคิ้วมุ่นทันที เธอผลักฉันออกเบา ๆ แล้วพุ่งตัวไปที่หน้าต่างเพื่อมองลงไปยังเบื้องล่าง “แย่แล้ว... ข้างล่างนั่น...”
ฉันสาวเท้าเข้าไปสมทบ มองผ่านกระจกใสลงไปที่ลานจอดรถด้านล่าง รถตู้สีดำสนิทไร้ป้ายทะเบียนสามคันแล่นเข้ามาจอดปิดล้อมทางออกทุกด้าน ประตูรถเลื่อนเปิดออกพร้อมกับชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำไม่ต่ำกว่าสิบคนก้าวลงมา พร้อมกับอาวุธปืนครบมือที่ถูกชูขึ้นเล็งตรงมายังหน้าต่างห้องทำงานของพวกเราบนชั้นสี่
ไม่ทันที่ฉันจะได้เอ่ยปากวิเคราะห์สถานการณ์ เสียงเคาะประตูดังปัง! สามครั้งติดกันอย่างรุนแรง ตามด้วยเสียงบิดลูกบิดประตูที่ถูกล็อกไว้จากด้านใน
แกร็ก... ปัง!
ประตูกระจกนิรภัยของสำนักงานถูกกระแทกจนร้าวเป็นทางยาว ร่างของชายแปลกหน้าคนหนึ่งในชุดแจ็คเก็ตหนังสีดำปรากฏขึ้นที่กรอบประตู มือหนาถือปืนติดกระบอกเก็บเสียงเล็งตรงมาที่พวกเรา ดวงตาคมกริบภายใต้หมวกแก๊ปสีดำจ้องมองตรงมาที่พริมาด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ
“เจอตัวแล้วล่ะ... แม่หนูสายลับตัวแสบ นายใหญ่ฝากความคิดถึงมาให้”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและร่วมลุ้นไปกับเคมีสุดแซ่บของยัยตัวแสบกับทนายปากจัดนะคะ!
ทนายปากจัดกับยัยนักสืบตัวแสบในคดีห้องปิดตาย•ตอนที่ 6
รอยร้าวในเงามืด
ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายปากจัดกับยัยนักสืบตัวแสบในคดีห้องปิดตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!