"ขอโทษที่ขัดจังหวะความเป็นส่วนตัวนะครับ... แต่ดูเหมือนว่าพวกคุณกำลังสนุกกับการขุดศพขึ้นมาหายใจกันอยู่สินะครับ, คุณทนาย"
เสียงทุ้มต่ำที่จงใจลากเสียงกวนประสาทดังขึ้นที่กรอบประตูห้องเก็บเอกสารเก่าของสำนักงานคดีร้าง กลิ่นฝุ่นคลุ้งและกลิ่นอับของกระดาษโบราณผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่ราคาแพงจางๆ ลอยมาแตะจมูก รินรดาชะงักมือที่กำลังถือแฟ้มคดีฆาตกรรมห้องปิดตายเมื่อสิบปีก่อน เธอยืดตัวขึ้นช้าๆ ปรับสีหน้าให้เรียบนิ่งราวกับกระดาษทิชชوที่ถูกเคลือบพลาสติก
"ถ้าไม่ได้นัดหมาย และไม่มีหมายค้น... กรุณาไสหัวออกไปจากพื้นที่ส่วน the private property ของฉันค่ะ, สารวัตรภคิน" ทนายสาวกระแทกเสียงตอบกลับทันควัน นัยน์ตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังชายหนุ่มในชุดสูทลำลองที่ยืนพิงกรอบประตูด้วยท่าทางสบายอกสบายใจ เขาคือสารวัตรหนุ่มปากร้ายที่คอยตามรังควานเธอไม่เลิกราตั้งแต่คดีแรกจนถึงคดีปัจจุบัน
พริมาที่นั่งยองๆ อยู่ข้างลังกระดาษลังหนึ่ง เงยหน้าขึ้นมาพร้อมรอยยิ้มยียวนที่เป็นเอกลักษณ์ นักสืบสาวหรี่ตามองผู้มาเยือนใหม่ด้วยความระแวกระวัง แต่ก็ไม่วายแซะกลับตามนิสัย "อุ๊ย ตายแล้ว... ลมอะไรหอบคุณตำรวจปากเสียมาถึงนี่คะ หรือว่าคิดถึงสำนวนคดีเก่าจนทนไม่ไหว อยากมาให้พวกเราช่วยรื้อฟื้นความจำเรื่องที่เคยทำสำนวนหลุดหายเมื่อสิบปีก่อนล่ะคะ"
ภคินแค่นหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเข้ามาในห้องแคบๆ จนระยะห่างระหว่างเขากับรินรดาลดลงเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางทำให้ทนายสาวต้องเบือนหน้าหนีเล็กน้อยเพื่อซ่อนความหงุดหงิดที่พลุ่งพล่านในอก
"ปากเก่งไม่เปลี่ยนเลยนะ, คุณนักสืบ... ส่วนคุณทนายเองก็ยังชอบรนหาที่ตายเหมือนเดิม" ภคินปรายตามองแฟ้มสีน้ำตาลเก่าคร่ำครึในมือของรินรดา รอยยิ้มเยาะหยันบนมุมปากจางหายไป กลายเป็นความจริงจังที่น่ากลัวขึ้นมาวูบหนึ่ง "รู้ไหมว่าแฟ้มที่คุณกำลังเปิดอ่านอยู่ มันไม่ใช่แค่คดีฆาตกรรมธรรมดา แต่มันคือกล่องแพนโดร่าที่ถ้าเปิดขึ้นมา... คนที่จะไม่ได้นอนไม่ใช่แค่ฉัน แต่หมายถึงพวกคุณสองคนด้วย"
รินรดาขยับแว่นสายตาเล็กน้อยเพื่อซ่อนประกายความหวาดหวั่นในดวงตา เธอไม่เคยแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น โดยเฉพาะต่อหน้าผู้ชายปากร้ายคนนี้ "ถ้ากล่องนั้นมันมีความจริงซ่อนอยู่ ต่อให้มันจะน่ากลัวแค่ไหน... ในฐานะทนาย ฉันก็มีหน้าที่กระชากหน้ากากคนที่กุมความลับออกมาประจานต่อหน้าศาลอยู่ดีค่ะ ไม่เหมือนตำรวจบางคนที่ชอบซุกขยะไว้ใต้พรมเพื่อความก้าวหน้าของตัวเอง"
คำพูดเชือดเฉือนนั้นทำให้ภคินหุบยิ้มสนิท นัยน์ตาคมดุจเหยี่ยวจ้องมองรินรดาอย่างพิจารณา คล้ายกับกำลังชั่งน้ำหนักว่าเธอกำลังเล่นอยู่กับไฟกองใหญ่แค่ไหนโดยไม่รู้ตัว บรรยากาศในห้องเก็บเอกสารแคบๆ กลับอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก เสียงลมหายใจของคนทั้งสามดังประสานกันท่ามกลางฝุ่นละอองที่ลอยวนในแสงแดดสลัวจากหน้าต่างบานเล็ก
"ความจริงเหรอ?" ภคินก้าวเข้าไปใกล้รินรดาอีกนิด จนร่างสูงโปร่งของเขาแทบจะเบียดชิดโต๊ะทำงานเก่าๆ ที่เธอยืนอยู่ ทนายสาวผถอยหลังอัตโนมัติจนสะโพชนิดชนกับขอบโต๊ะ แต่เธอก็ยังเชิดหน้าขึ้นสู้สายตา ไม่ยอมแพ้ต่อแรงกดดันที่เขาส่งมา "คุณคิดว่าคุณกำลังตามหาความจริงของคดีฆาตกรรมเมื่อสิบปีก่อน... แต่คุณรู้ไหมว่า พยานปากเอกในวันนั้นที่ตายไปในห้องปิดตาย ไม่ใช่เพราะถูกฆ่าหรอก... แต่เพราะเขาเลือกที่จะจบชีวิตตัวเองเพื่อหนีความจริงบางอย่างที่น่ากลัวยิ่งกว่า"
พริมาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปัดฝุ่นตามกางเกงยีนส์ลวกๆ ก่อนจะแทรกตัวเข้ามาขวางกลางระหว่างรินรดากับสารวัตรหนุ่ม สายตาดุดันของนักสืบสาวฉายแววเจ้าเล่ห์ "อุ๊ย เล่านิทานเก่งจังเลยนะคะสารวัตร สนใจเปลี่ยนอาชีพไปเขียนบทละครน้ำเน่าไหมคะ เผื่อจะรุ่งกว่ามานั่งปิดคดีไม่ให้คืบหน้าแบบนี้... ถ้าพวกคุณไม่ได้ซ่อนอะไรไว้เบื้องหลังคดีเมื่อสิบปีก่อนจริง ทำไมหน่วยงานของคุณถึงพยายามทำลายหลักฐานชิ้นสุดท้ายในห้องนั้นล่ะคะ?"
ภคินหันมาจ้องหน้าพริมา นัยน์ตาวาวโรจน์ด้วยความไม่พอใจที่ถูกจับไต๋ได้ "ปากดีแบบนี้ ระวังตัวไว้เถอะ... สักวันหนึ่งความอยากรู้อยากเห็นของคุณจะพาตัวเองลงไปนอนในโลงก่อนที่จะได้ไขคดี"
"ขอบคุณที่เป็นห่วงนะคะ แต่ฉันหนังเหนียวพอที่จะไม่ตายง่ายๆ หรอกค่ะ" พริมายิ้มหวานหยดหยยาด แต่แววตาคมกริบราวกับใบมีดโกน "ว่าแต่... ที่คุณบุกมาถึงนี่ คงไม่ใช่แค่เพราะกลัวพวกเราขุดเรื่องอดีตขึ้นมาประจานหรอกใช่ไหมคะ? หรือว่า... คุณกำลังกลัวว่าความลับที่พ่อของทนายรินรดาเคยปกป้องไว้ มันจะย้อนกลับมาแว้งกัดคุณกันแน่?"
คำพูดของพริมาเปรียบเสมือนลูกศรที่พุ่งตรงเข้าเป้า รินรดาชะงักกึก หัวใจกระตุกวูบ ปมในอดีตเกี่ยวกับผู้เป็นพ่อที่ถูกตราหน้าว่าเป็นตำรวจทุจริตในคดีนั้น คือแผลเป็นที่เธอพยายามกลบฝังมาตลอด และการที่พริมาหยิบยกมันขึ้นมาพูดต่อหน้าสารวัตรภคิน ทำให้ความโกรธปนความเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นมาในอก
รินรดาหันขวับไปมองพริมาด้วยสายตาตำหนิ ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับภคินที่ตอนนี้สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด
"เรื่องพ่อของฉัน... คุณรู้ความจริงอะไรใช่ไหม, สารวัตร" น้ำเสียงของรินรดาสั่นพร่าเล็กน้อยแม้เธอจะพยายามควบคุมมันให้ราบเรียบที่สุด ความเข้มแข็งที่เคยมีมาตลอดพังทลายลงชั่วขณะเมื่อพูดถึงชื่อพ่อ
ภคินมองท่าทีที่เปลี่ยนไปของทนายสาว ความแข็งกร้าวในแววตาของเขาอ่อนลงชั่ววินาที มือหนาเผลอยื่นออกไปคล้ายจะแตะไหล่บางเพื่อปลอบประโลม แต่ก็ชะงักค้างกลางอากาศแล้วชักมือกลับอย่างรวดเร็วราวกับรู้ตัวว่ากำลังทำอะไรลงไป
"เลิกขุดคุ้ยเรื่องนี้ซะ, รินรดา..." ภคินเรียกชื่อเธอห้วนๆ เป็นครั้งแรก น้ำเสียงของเขาไม่ได้กวนประสาทเหมือนเคย แต่เต็มไปด้วยความจริงจังที่บีบคั้นหัวใจ "ถ้าไม่อยากให้คนที่คุณรักต้องตกอยู่ในอันตรายเหมือนเมื่อสิบปีก่อน... ก็โยนแฟ้มนั้นทิ้งซะ แล้วลืมมันไปซะว่าเราไม่เคยรู้จักคดีนี้"
"ฉันไม่มีทางเลิก!" รินรดาตวาดลั่น ดวงตาคู่สวยคลหน่วยน้ำตาแต่เธอพยายามกะพริบไล่ความอ่อนแอออกไป "ฉันใช้เวลาสิบปีเพื่อพิสูจน์ว่าพ่อของฉันไม่ใช่คนทรทาน! คุณไม่มีสิทธิ์มาสั่งให้ฉันหยุด!"
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงลมหายใจหอบกระชั้นของคนทั้งสาม พริมายืนมองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความเงียบงัน ผิดวิสัยนักสืบจอมกวนประสาท เพราะเธอเองก็สัมผัสได้ถึงอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ตัวพวกเธอทุกที
ทันใดนั้นเอง... เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นที่ทางเดินด้านนอก มุ่งตรงมายังห้องเก็บเอกสารแห่งนี้อย่างรวดเร็ว ไม่มีการเคาะประตู ไม่มีการเอ่ยทักทาย
ปัง!
ประตูกระจกบานเก่าถูกผลักเปิดออกอย่างแรงจนกระแทกผนังเสียงดังสนั่น ร่างของชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำสนิทสามคนก้าวเข้ามาในห้อง ร่างกายกำยำและแววตาไร้ความรู้สึกบอกชัดเจนว่าพวกเขาไม่ใช่ตำรวจท้องถิ่น และไม่ได้มาดีอย่างแน่นอน
ภคินหันขวับไปมองที่ประตู สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดถึงขีดสุดในพริบตาเดียว เขารีบก้าวถอยหลังมาดึงตัวรินรดาให้หลบอยู่ด้านหลังแผ่นหลังกว้างของตนโดยสัญชาตญาณ "เวรเอ๊ย... พวกมันตามมาเร็วกว่าที่คิด"
รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอมองข้ามไหล่หนาของสารวัตรหนุ่มไปเห็นชายคนหนึ่งที่เดินตามหลังชายชุดดำเข้ามา ชายวัยกลางคนสวมแหวนเงินที่นิ้วก้อย รอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปากของเขาทำให้เลือดในกายของทนายสาวเย็นเฉียบ เพราะเธอจำรอยยิ้มนั้นได้ดีจากแฟ้มคดีเมื่อสิบปีก่อน... รอยยิ้มของฆาตกรตัวจริงที่ลอยนวลอยู่เหนือความยุติธรรม
"เจอตัวจนได้นะ... คุณทนายตัวแสบ กับสารวัตรผู้แสนดี" เสียงแหบพร่าเอ่ยทักทายท่ามกลางความเงียบที่น่าสะพรึงกลัว "คิดไม่ถึงเลยว่าหนูจะรั้นตามหาความจริงจนมาถึงที่นี่... เหมือนกับพ่อของหนไม่มีผิดเลยนะ"
หัวใจของรินรดาร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ทว่าก่อนที่เธอจะทันได้ขยับตัวหรือเอ่ยปากพูดอะไร ภคินก็คว้ามือบางของเธอไว้แน่น ออกแรงดึงให้วิ่งหนีออกทางประตูหลังของห้องเก็บเอกสารที่เชื่อมไปยังบันไดหนีไฟทันที พร้อมกับที่พริมาคว้าแฟ้มคดีสำคัญยัดใส่กระเป๋าเสื้อโค้ตแล้ววิ่งตามติดๆ ท่ามกลางเสียงปืนนัดแรกที่ดังขึ้นทำลายความเงียบในความมืดมิดของตึกร้าง!
---
ขอบพระคุณนักอ่านที่น่ารักทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปมปริศนานี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
ทนายปากจัดกับยัยนักสืบตัวแสบในคดีห้องปิดตาย•ตอนที่ 14
ความลับในปาร์ตี้เก่า
ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายปากจัดกับยัยนักสืบตัวแสบในคดีห้องปิดตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!