"ถ้าคุณยังเอาแต่ใช้สายตาแทะโลมฉันแบบนี้ ละก็... เตรียมตัวแพ้คดีนี้แล้วเลี้ยงชาบูฉันสิบมื้อติดได้เลยนะคะ คุณทนายปากแข็ง"
ปลายนิ้วเรียวของพริมาที่ถือปากกาหมึกซึมราคาแพงเคาะลงบนแฟ้มคดีฆาตกรรมห้องปิดตายเบาๆ เสียงนั้นก้องกังวานอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวที่อัดแน่นไปด้วยกลิ่นอายของเอกสารทางกฎหมายและกาแฟดำเข้มข้น รินรดาชะงักมือที่กำลังพลิกหน้ากระดาษสัญญาร่าง เธอยืดตัวขึ้นตรง ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียաբนิ่งสนิทราวกับน้ำแข็งขั้วโลก ทั้งที่หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะเพราะรอยยิ้มยียวนกวนประสาทของยัยนักสืบตัวแสบตรงหน้า
"ฉันไม่ได้มองแทะโลมค่ะ คุณพริมา กรุณาใช้สมองอันน้อยนิดที่มีไตร่ตรองให้ดี ฉันแค่มองว่าหลักฐานชิ้นล่าสุดที่คุณหามาได้ มันช่าง... ไร้รอยต่อจนน่าสงสัยว่าคุณไปแอบไปกราบกรานขอร้องใครมาหรือเปล่าต่างหาก"
รินรดาตอกกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าแววตาคมกริบกลับไหวระริก เธอเชิดคางขึ้นเล็กน้อยตามวิสัยทัศน์ของทนายสาวมือหนึ่งที่ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร แม้ในสถานการณ์ที่หลักฐานของฝ่ายตรงข้ามกำลังบีบให้คดีนี้แคบลงจนแทบหายใจไม่ออกก็ตาม
พริมาหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตเป็นประกายพราวระยับด้วยความสนุกสนาน หล่อนชอบเหลือเกินเวลาที่ได้เห็นทนายสาวมาดเนี้ยบคนนี้พยายามทำตัวเยือกเย็น ทั้งที่ใบหูขาวเนียนเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่ออย่างปิดไม่มิด ยัยนักสืบขยับตัวโน้มเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานอีกนิด กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ จางๆ แบบที่รินรดาเผลอจำได้ขึ้นใจลอยมาแตะจมูก ท่าทางคุกคามแบบนี้ทำให้รินรดาต้องเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ
"แหม ปากคอเราะร้ายแบบนี้ ระวังนะคะ... วันนึงเกิดฉันตกหลุมรักทนายปากจัดขึ้นมาจริงๆ คุณจะรับมือไหวเหรอ"
"เพ้อเจ้อค่ะ!" รินรดาแทรกขึ้นทันควัน น้ำเสียงสูงขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนความปั่นป่วนในอก "มีเวลาว่างมาพูดจาไร้สาระแบบนี้ สู้เอาสมองไปคิดดีกว่าว่าคืนเกิดเหตุ ฆาตกรมันหายตัวผ่านหน้าต่างที่ล็อกตายจากด้านในได้ยังไง โดยที่ไม่มีร่องรอยการงัดแงะเลยสักนิดเดียว"
พริมายิ้มมุมปาก หล่อนไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้านกับท่าทีเกรี้ยวกราดนั้นเลยแม้แต่น้อย กลับกัน ยิ่งรินรดาแสดงอาการปกป้องตัวเองมากเท่าไหร่ หล่อนก็ยิ่งอยากแกล้งให้แม่ทนายคนสวยสติหลุดมากเท่านั้น นักสืบสาวทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้ ไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงยียวน
"ก็เพราะฉันคิดจนหัวแทบแตกแล้วนี่ไงคะ ถึงได้มานั่งหน้าสลอนอยู่ในห้องคุณเนี่ย... ว่าแต่ ที่คุณหงุดหงิดใส่ฉันตั้งแต่เช้า เป็นเพราะคดีนี้ หรือว่าเป็นเพราะเมื่อคืนคุณฝันถึงฉันกันแน่คะ คุณทนาย"
"พริมา!"
รินรดาตบโต๊ะเบาๆ ด้วยความหมั่นไส้ ดวงตาคู่สวยดุราวนางพญา แต่พริมากลับยักไหล่อย่างไม่ยี่ห้อ หล่อนลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเท้าเข้าไปหารินรดาที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานอย่างรวดเร็ว ก่อนจะใช้มือทั้งสองข้างท้าวลงบนขอบโต๊ะโน้มตัวลงไปใกล้ จนใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันแค่คืบ ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ใกล้เสียจนรินรดาต้องเผลอเอนตัวหนีตามสัญชาตญาณ แต่ทว่าติดพนักเก้าอี้เสียแล้ว
ระยะประชิดนี้ทำให้รินรดาได้เห็นนัยน์ตาพราวระยับที่ซ่อนความจริงจังเอาไว้ลึกซึ้ง บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกดูดกลืนหายไป เหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวโครมครามในอกของเธอเอง ความเครียดจากคดีห้องปิดตายที่บีบคั้นมาตลอดหลายวันถูกแทนที่ด้วยความร้อนรุ่มบางอย่างที่พริมาจงใจจุดชนวนขึ้น
"มองตาฉันสิคะ รินรดา..." เสียงของพริมานุ่มนวลลงอย่างกะทันหัน จากทีแรกที่กวนประสาท ตอนนี้กลับเปลี่ยนเป็นทุ้มต่ำและจริงจังจนน่าใจหาย "คุณกลัวอะไรกันแน่... กลัวคดีนี้จะไขไม่ได้ หรือว่า... กลัวว่าความรู้สึกที่คุณมีต่อฉัน มันจะจริงมากกว่าที่คุณปากแข็งกันแน่คะ"
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น สมองที่เคยประมวลผลกฎหมายได้อย่างเฉียบคมตอนนี้กลับว่างเปล่า เธอยากจะอ้าปากเถียง กลับถูกมนต์สะกดจากสายตาดวงนั้นตรึงไว้จนพูดไม่ออก มือที่วางอยู่บนตักจิกเข้าหากันแน่นเพื่อเรียกสติ เคมีที่ปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างความซึนปากแข็งกับความเจ้าเล่ห์คลั่งรักกำลังหลอมรวมความตึงเครียดของห้องสืบสวนให้กลายเป็นบรรยากาศที่หวานปนขมจนแทบหายใจไม่ออก
ทว่า ในจังหวะที่รินรดากำลังจะอ้าปากสวนกลับด้วยคำพูดจาเชือดเฉือนเพื่อดึงเกียรติศรีของทนายความกลับมานั้นเอง...
*ก๊อกๆๆ!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำลายความเงียบงันและระยะห่างที่อันตรายนั้นลงในเสี้ยววินาที พริมาสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะผละตัวถอยหลังกลับไปยืนตั้งหลักตามเดิมอย่างเสียดาย รินรดารีบสูดหายใจเข้าปอดลึกๆ จัดเสื้อสูทให้เข้าที่เพื่อเรียกมาดความน่าเชื่อถือกลับคืนมาอย่างรวดเร็ว
"เข้ามาค่ะ!" รินรดาปรับน้ำเสียงให้กลับมาเป็นทนายสาวผู้เยือกเย็นและเฉียบขาดดังเดิม
ประตูกระจกฝ้าถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ ร่างของลูกความในคดีฆาตกรรมห้องปิดตายก้าวเข้ามาด้วยใบซีดเผือด เนื้อตัวสั่นเทา และในมือมีซองเอกสารสีน้ำตาลเปื้อนคราบโคลนยื่นส่งมาข้างหน้าด้วยมือที่สั่นระริก
"คุณทนาย... คือว่า... ฉันเพิ่งเจอสิ่งนี้สอดไว้ใต้ที่ปัดน้ำฝนรถค่ะ..." ลูกความละล่ำละลักพูดด้วยเสียงอันตราย "ฉันว่า... ฆาตกรมันไม่ได้อยู่ในห้องปิดตายหรอกค่ะ แต่มันกำลัง... จับตาดูพวกเราอยู่ต่างหาก!"
รินรดาลุกขึ้นยืนทันที สัญชาตญาณนักสืบและทนายความพุ่งพล่านขึ้นมาพร้อมกัน เธอมองหน้าพริมาที่เปลี่ยนสีหน้าเป็นความเคร่งเครียดจริงจังในทันที รอยยิ้มขี้เล่นเมื่อครู่หายวับไปกับตา เหลือเพียงแววตานักล่าที่พร้อมจะกระโจนเข้าใส่ความจริงอันมืดมน
---
ขอบพระคุณนักอ่านที่น่ารักทุกท่านที่ติดตามความสัมพันธ์ที่ทั้งกัดทั้งฟินของคู่กัดคู่นี้เสมอนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
ทนายปากจัดกับยัยนักสืบตัวแสบในคดีห้องปิดตาย•ตอนที่ 15
คนปากแข็งกับใจที่สั่นไหว
ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายปากจัดกับยัยนักสืบตัวแสบในคดีห้องปิดตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!