กลิ่นอานิสงส์จากคราบเขม่าดินปืนและฝุ่นปูนซีเมนต์ในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ยังติดอยู่ปลายจมูก ทว่าสิ่งที่รบกวนสติสัมปชัญญะของรินรดามากกว่าคือก้อนเนื้อใต้ราวนมข้างซ้ายที่เต้นผิดจังหวะ ทนายสาวสะบัดหน้าไล่ความฟุ้งซ่านขณะใช้ปลายปากกาด้ามหรูเคาะโต๊ะทำงานเสียงดัง *ก๊อกๆ* เพื่อดึงสติของนักสืบสาวจอมกวนที่กำลังยืนไขว้ห้างพิงกรอบหน้าต่างด้วยท่าทางยียวน
"ถ้าคุณยังยืนมองฉันด้วยสายตาเหมือนแมวป่าเจอเหยื่อแบบนั้น ฉันจะฟ้องข้อหาคุกคามทางสายตานะคะคุณพริมา" รินรดาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าใบหน้าสวยเฉี่ยวกลับขึ้นสีระเรื่ออย่างปิดไม่มิด ยิ่งเห็นรอยยิ้มมุมปากของอีกฝ่าย ร่างบางก็ยิ่งรู้สึกเหมือนตัวเองตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบตลอดเวลา
"อุ๊ย! ทนายรินรดาคนเก่ง ปากเก่งจนวินาทีสุดท้ายเลยนะคะเนี่ย" พริมาหัวเราะในลำคอ เสียงใสๆ นั้นช่างน่าหมั่นไส้เสียจนรินรดาอยากจะคว้าแฟ้มคดีฟาดสักทีสองที นักสืบสาวก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทีละนิด ระยะห่างที่เคยมีถูกร่นลงจนได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ประจำตัวของอีกฝ่าย "เมื่อกี้ตอนอยู่ในห้องสืบสวน... ใครกันนะที่ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ตอนฉันโดนสะเก็ดระเบิดถล่มใส่?"
"ฉันแค่กลัวว่าพยานปากเอกและลูกความตัวแสบจะตายก่อนจ่ายค่าจ้างต่างหากค่ะ" รินรดาเชิดคางขึ้นเล็กน้อย พยายามสร้างกำแพงความเย่อหยิ่งทับถมความหวั่นไหวในอก "อย่าสำคัญตัวผิดเลย นักสืบพริมา"
พริมาไม่ตอบคำถาม ทว่าดวงตากลมโตคู่สวยกลับหรี่ลงเล็กน้อย รอยยิ้มกวนประสาทเมื่อครู่จางหายไป ถูกแทนที่ด้วยแววตาไหววับที่ทำเอารินรดาต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือเรียวบางของนักสืบสาวเอื้อมออกไปช้าๆ ปลายนี้วกวนอยู่แถวปกเสื้อสูทสีเข้มที่ยับย่นจากการต่อสู้เมื่อชั่วโมงก่อน รินรดาสะดุ้งเฮือกแต่ไม่ยอมถอยหลัง ปล่อยให้อีกฝ่ายจัดการจัดระเบียบเสื้อผ้าให้อย่างเงียบๆ
ความเงียบในห้องทำงานคดีห้องปิดตายแห่งนี้ช่างน่าอึดอัดและเร้าอารมณ์ในเวลาเดียวกัน ไดอะล็อกคมคายมักถูกกลืนหายไปเมื่อเผชิญหน้ากับความใกล้ชิดที่อันตรายต่อหัวใจ
"ปากแข็งจังนะคะ" พริมาพึมพำเบาๆ ชิดริมหู น้ำเสียงที่ปกติมักจะกวนโมโห กลับเจือไปด้วยความอ่อนโยนบางเบาที่หาดูได้ยาก "ทั้งๆ ที่มือของคุณ... กำลังสั่นอยู่แท้ๆ"
รินรดาชะงัก เผลอก้มมองมือตัวเองที่กำเข้าหากันแน่นบนตัก ความจริงถูกเปิดโปงอย่างรวดเร็วโดยสายตาที่เฉียบคมยิ่งกว่ามีดโกนของคนตรงหน้า พริมาไม่ได้พูดจาเยาะเย้ยถากถางดังเช่นเคย หญิงสาวเพียงแต่ถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าข้างหนึ่งลงตรงหน้าเก้าอี้ทำงานของทนายสาว เพื่อให้ดวงตาทั้งคู่ស្ថิตอยู่ในระดับเดียวกัน
"โอ๋ๆ นะคะคนเก่ง" พริมาเอ่ยด้วยน้ำเสียงล้อเลียนแกมเอ็นดู ทว่าแววตากลับจริงจังอย่างประหลาด มือเรียวเอื้อมขึ้นมาสัมผัสหลังมือของรินรดาที่เย็นเฉียบ ปลายนิ้วอุ่นจัดลูบไล้เบาๆ เพื่อถ่ายทอดความอบอุ่น "ฉันปลอดภัยดี คุณก็ปลอดภัยดี คดีห้องปิดตายบ้าบอนี่ใกล้จะคลี่คลายเต็มทีแล้ว เลิกทำหน้าเครียดเป็นยักษ์เป็นมารได้แล้วค่ะ เดี๋ยวรอยตีนกาจะขึ้นก่อนวัยอันควรนะ"
"พริมา!" รินรดาแหวใส่ด้วยความเขินอาย ใบหน้าร้อนผ่าวจนลามไปถึงใบหู "ใครตีนกาขึ้นกันคะ! ฉันเพิ่งจะอายุ..."
"อายุเท่าไหร่ก็ช่างเถอะค่ะ แต่ตอนนี้... คุณดูน่าสงสารกว่าฉันที่เป็นคนเจ็บตัวซะอีกนะ" พริมาอมยิ้ม ขยับเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน รินรดากลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ สมองขาวโพลนคิดคำพูดโต้เถียงไม่ออก เคมีระหว่างคู่กัดปากแซ่บเปลี่ยนผันเป็นความหวานล้ำที่บีบหัวใจคนอ่านให้แทบหยุดหายใจ บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกบีบให้แคบลงเหลือเพียงแค่ลมหายใจอุ่นๆ ของกันและกัน
รินรดากัดริมฝีปากล่างเบาๆ ดวงตากลมโตจ้องมองริมฝีปากที่ขยับพูดไม่หยุดของคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ความซึนเดระเรย์ที่มักแสดงออกด้วยการปะทะคารม ยามนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นความห่วงใยดิบๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้รอยยิ้มกวนประสาท มันทั้งน่าตีและน่าหลงใหลในคราวเดียวกัน
"ถ้าคดีนี้จบลง..." รินรดาตัดสินใจเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยเบabราวกับกระซิบ "คุณต้องเลี้ยงกาแฟฉันสามเดือนเต็มเพื่อเป็นการชดเชยความเครียดที่คุณมอบให้"
พริมาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตาพราวระยับ "แค่สามเดือนเองเหรอคะ นึกว่าตกลงจะยอมให้ฉันจีบซะอีก..."
คำพูดหยอกเย้าที่หลุดออกมาอย่างไร้การป้องกันทำเอารินรดานิ่งค้าง หัวใจกระตุกวูบไปถึงตาตุ่ม ทนายสาวอ้าปากจะโต้เถียง ทว่าก่อนที่เสียงแหลมๆ จะได้เอ่ยประโยคแก้เก้อออกไป...
*ปัง!*
เสียงประตูกระจกห้องทำงานถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยฝ่ามือของใครบางคน รินรดากับพริมาผละออกจากกันแทบไม่ทัน พริตาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพร้อมกับหันขวับไปมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาดุดันที่พร้อมจะหาเรื่อง
ทว่า... ร่างที่ยืนหอบหายใจโยนแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลกระแทกโต๊ะทำงาน กลับไม่ใช่พยานหรือคู่กรณีที่พวกเธอคาดคิด
รินรดาลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อเห็นใบหน้าซีดเผือดและคราบเลือดที่ติดอยู่ตรงปกเสื้อของสารวัตรหนุ่มรุ่นพี่—ผู้เป็นทั้งผู้มีพระคุณและกุญแจสำคัญของปมปริศนาฆาตกรรมห้องปิดตาย
"เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ... หลักฐานชิ้นสุดท้ายในตู้เซฟ... ถูกสับเปลี่ยน"
--- โรสแมรี่พิษ ---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความฟินและคอยลุ้นไปกับคดีนี้ด้วยกันนะคะ
ทนายปากจัดกับยัยนักสืบตัวแสบในคดีห้องปิดตาย•ตอนที่ 20
การปลอบโยนในแบบฉบับพริมา
ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายปากจัดกับยัยนักสืบตัวแสบในคดีห้องปิดตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!