กลิ่นอับชื้นของโกดังร้างผสมกับกลิ่นสนิมเหล็กตีเข้าจมูกทันทีที่ลมหายใจสะดุดกึก รินรดาแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง ภาพตรงหน้าไม่ใช่ภาพหลอนจากความเหนื่อยล้า ชายวัยกลางคนในชุดเสื้อแจ็กเก็ตสีเข้มที่ยืนอยู่ใต้แสงไฟสลัวจากช่องหลังคา คือคนที่อยู่ในแฟ้มคดีชันสูตรพลิกศพ คือคนที่ตำรวจสรุปสำนวนว่ากระโดดตึกฆ่าตัวตายหนีความผิดเมื่อสามวันก่อน... และเหนือสิ่งอื่นใด เขาคือ "พ่อ" สายเลือดเดียวกับเธอ
"ตกใจมากสินะ ยัยลูกสาวตัวดี"
เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยขึ้น รอยยิ้มที่มุมปากของชายตรงหน้าไม่ได้มีความอบอุ่นของความเป็นพ่อหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความเยียบเย็นและความอำมหิตที่ส่งตรงมาเหมือนมีดกรีดลงกลางใจ รินรดากำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นมาแต่มันเทียบไม่ได้เลยกับความเคียดแค้นและคำถามนับพันที่อัดแน่นอยู่ในอก
"พ่อ..." เสียงของเธอสั่นพร่าโดยไม่ตั้งใจ แม้สมองพยายามสั่งการให้สงบและใช้ตรรกะแบบทนายความผู้เชี่ยวชาญ แต่หัวใจกลับถูกบีบอัดจนแทบแหลกสลาย "พ่อตายไปแล้ว... ในรายงานบอกว่าพ่อฆ่าตัวตายเพราะรับสินบน ทำไม... ทำไมถึงมายืนอยู่ตรงนี้!"
พ.ต.ท.ธนา หัวเราะในลำคอ เสียงนั้นบาดหูและชวนสะอิดสะเอียน เขาก้าวเท้าเข้ามาใกล้ชิดทีละนิด เงาดำทอดยาวทับร่างเพรียวของทนายสาวผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร แต่ในวินาทีนี้ ขาทั้งสองข้างกลับหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยโซ่ตรวน
"ความจริงมันเป็นแค่เรื่องโกหกที่สร้างขึ้นมาเพื่อความอยู่รอด ริน... ลูกไม่รู้หرอกว่าโลกใบนี้มันสกปรกแค่ไหน ถ้าพ่อไม่ตายในทางกฎหมาย พ่อก็ไม่มีวันรอดเงื้อมมือของพวกมัน!" ธนาสวนกลับเสียงกร้าว ดวงตาแข็งกร้าวคู่นั้นถอดแบบมาจากเธอไม่มีผิดเพี้ยน
รินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังพังทลาย ปมความรู้สึกผิดที่เธอแบกรับมาตลอดหลายปี ความอัปยศที่ต้องทนฟังคนอื่นนินทาว่ามีพ่อเป็นตำรวจกังฉิน ความพยายามทุกอย่างที่จะพิสูจน์ตัวเองในฐานะทนายความมือหนึ่งเพื่อลบคำสบประมาท... ทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอเผชิญมาตลอดชีวิต ถูกปัดตกด้วยคำพูดง่ายๆ เพียงไม่กี่คำของชายผู้เป็นพ่อ
น้ำใสๆ เอ่อคลอเบ้าตาคู่สวย แต่รินรดาไม่มีวันยอมให้น้ำตาแห่งความอ่อนแอหยดลงมาให้คนใจร้ายคนนี้เห็น เธอยืดอกขึ้นเชิดหน้าสู้ สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของพ่อตัวเอง
"แล้วรู้ไหมคะว่าสิ่งที่พ่อทำมันทำลายชีวิตหนูไปมากแค่ไหน..." เสียงของเธอเรียบสนิท เย็นเยียบ และสั่นน้อยๆ อย่างควบคุมไม่ได้ "หนูต้องยืนหยัดท่ามกลางคำดูถูก ต้องทนสู้กับความรู้สึกผิดที่ช่วยอะไรพ่อไม่ได้ ทั้งที่จริง ๆ แล้ว... พ่อแค่วิ่งหนีปัญหาแล้วปล่อยให้หนูรับกรรมอยู่คนเดียวเหรอคะ!"
"อย่ามาทำเป็นอวดดีใส่ฉันนะ รินรดา!" ธนาตวาดลั่นพรางก้าวเข้าประชิดตัว มือหยาบกร้านเอื้อมหมายจะคว้าแขนลูกสาวด้วยความโมโห
หมับ!
ก่อนที่ปลายนิ้วหยาบจะทันสัมผัสโดนผิว ร่างของรินรดาถูกกระชากถอยหลังไปตามแรงดึงอย่างรวดเร็ว กลิ่นน้ำหอมคุ้นเคยที่ปะปนกับกลิ่นฝุ่นจางๆ ลอยแตะจมูก พร้อมกับแผ่นหลังบอบบางที่ชนเข้ากับอกของใครบางคน พริมา นักสืบสาวจอมกวนที่ควรจะรออยู่ด้านนอก ก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างพ่อลูกด้วยสีหน้าถมึงทึง ดวงตาคู่สวยวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยวไม่แพ้กัน
"มือไม้ไม่สะอาดแบบนี้ อย่ามาแตะต้องคนของฉันนะ" พริมาเอ่ยเสียงเย็นเฉียบ ปรายตามองอดีตนายตำรวจใหญ่ด้วยความเหยียดหยามอย่างไม่คิดจะปิดบัง
ธนาชะงักไปเล็กน้อย กวาดสายตามองนักสืบสาวที่โผล่มาจากไหนไม่รู้ด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะหัวเราะหึๆ ในลำคอ "อ๋อ... คู่หูตัวแสบของแกสินะ ทนายความปากเก่งอย่างแก ถึงได้มีหมาเฝ้าบ้านคอยตามติดไม่ห่างแบบนี้"
"ปากดีแบบนี้ สมแล้วที่เป็นพ่อลูกกัน" พริมายิ้มเยาะ รีบสวนกลับทันควันโดยไม่ยอมให้ใครมาหยามรินรดาได้แม้แต่ครึ่งคำ แม้ภายนอกจะดูยียวนกวนประสาทและปากร้ายใส่รินรดาอยู่เสมอ แต่ในยามที่อีกฝ่ายเปราะบางที่สุด พริมานี่แหละคือคนที่วิ่งเข้ามาขวางเป็นเกราะกำบังให้ก่อนใครเพื่อน มือเรียวบางแอบเอื้อมไปคว้ามือของรินรดาที่กำลังสั่นเทาไว้แน่น บีบเบาๆ ส่งผ่านความอบอุ่นและความมั่นคงไปให้ผ่านผิวสัมผัส
รินรดาสูดหายใจเข้าลึกๆ ความโกรธและความเจ็บปวดในตอนแรกเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความแข็งแกร่งเมื่อรับรู้ถึงสัมผัสอุ่นจากมือของพริมา เธอดึงมือกลับมาประสานกับร่องนิ้วของนักสืบสาวแน่นขึ้น ก่อนจะก้าวพ้นไหล่บางของพริมาออกไปเผชิญหน้ากับพ่ออีกครั้งด้วยแววตาที่เด็ดเดี่ยวว่าเดิม
"พ่อคิดเหรอคะ ว่าแผนการตบตาตายปลอมๆ แบบนี้จะเก็บงำความลับทั้งหมดไว้ได้ตลอดไป?" รินรดายิ้มมุมปาก น้ำเสียงของเธอกลับมาคมกริบและเยือกเย็นราวกับทนายความในชั้นศาล "หลักฐานในห้องปิดตายวันนั้น รวมถึงบัญชีลับที่พ่อซ่อนไว้... ตอนนี้มันไม่ได้อยู่กับพ่อแล้วนะคะ"
ธนาหน้าถอดสีทันที รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมเมื่อครู่หายวับไปกับตา ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ "แก... แกหมายความว่ายังไง!"
"หมายความว่า เกมของพ่อมันจบลงแล้วค่ะ"
พริมาเสริมขึ้นทันทีด้วยรอยยิ้มยียวน พร้อมกับชูโทรศัพท์มือถือในมือขึ้นมาหมุนเล่นเบาๆ หน้าจอแสดงผลสถานะการอัปโหลดไฟล์ข้อมูลชุดใหญ่เข้าสู่คลาวด์ส่วนกลางของสำนักงานอัยการสูงสุดเรียบร้อยแล้ว 100%
"และที่สำคัญ..." พริมาหันไปกระซิบกระซาบข้างหูรินรดาด้วยน้ำเสียงที่จงใจให้ได้ยินกันแค่สองคน ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียด "คดีนี้เคลียร์เสร็จ ฉันจะคิดค่าบริการทวงคืนความยุติธรรมจากเธอนะ... เตรียมตัวเลี้ยงชาบูฉันเป็นร้อยมื้อได้เลย ยัยทนายขี้แง"
รินรดาเกือบจะหลุดหัวเราะออกมากับความกวนประสาทของคนข้างกายในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ แต่ยังไม่ทันที่ทั้งคู่จะได้พูดอะไรต่อ แสงไฟฉายสว่างจ้าก็สาดส่องเข้ามาจากทางเข้าโกดัง พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ของกำลังตำรวจนับสิบคนที่กรูกันเข้ามาล้อมพื้นที่ไว้ทั้งหมด
"อย่าขยับ! ทุกคนยกมือขึ้น!"
เสียงตะโกนก้องกังวานของเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษดังขึ้นท่ามกลางความชุลมุน ธนาหันซ้ายแลขวาด้วยความตื่นตระหนก ใบหน้าซีดเผือกเมื่อรู้ว่าหนทางรอดถูกปิดตายทุกด้านแล้ว แต่ในเสี้ยววินาทีที่เจ้าหน้าที่กำลังพุ่งเข้าชาร์จตัวอดีตนายตำรวจใหญ่ ธนากลับควักวัตถุสีดำเงาวับออกจากเอวแล้วพุ่งเป้าไปที่ร่างของรินรดาอย่างบ้าคลั่ง!
"ถอยไป!"
"รินรดา ระวัง!"
พริมาเบิกตากว้างด้วยความตกใจขีดสุด ร่างเพรียวไม่ทันคิดชีวิต พุ่งเข้ากระแทกร่างของทนายสาวให้ล้มกลิ้งหลบวิถีกระสุนไปพร้อมกัน ท่ามกลางเสียงปืนที่ดังสนั่นหวั่นไหวสะท้อนก้องไปทั่วโกดังร้าง และก่อนที่สติของรินรดาจะดับวูบลงไปกับเสียงกรีดร้องและความโกลาหลรอบตัว เธอก็สัมผัสได้ถึงอ้อมแขนอบอุ่นของพริมาที่โอบกอดปกป้องเธอไว้แน่น พร้อมกับหยาดน้ำอุ่นๆ ที่หยดลงมาโดนข้างแก้ม... ไม่ใช่หยดน้ำตาของเธอ แต่เป็นเลือดสีแดงสดที่ซึมออกมาจากหัวไหล่ด้านซ้ายของนักสืบสาวจอมกวนคนนั้น!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปไขปมปริศนานี้ด้วยกันนะคะ
--- โรสแมรี่พิษ ---
ทนายปากจัดกับยัยนักสืบตัวแสบในคดีห้องปิดตาย•ตอนที่ 19
ความเจ็บปวดที่ซ่อนไว้
ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายปากจัดกับยัยนักสืบตัวแสบในคดีห้องปิดตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!