“ถ้าคุณยังเดินวนไปวนมาอยู่แบบนี้ ฉันจะถือว่าคุณไม่ได้อยากมาหลบภัย แต่แค่อยากหาเรื่องปวดหัวใส่ตัวเพิ่มนะคะคุณทนาย”
เสียงใสติดจะหงุดหงิดนิดๆ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของเซฟเฮาส์หลังเก่าที่ตั้งอยู่โดดเดี่ยวริมเชิงเขา รินรดาชะงักเท้าที่กำลังก้าวเดินสลับไปมาบนพื้นไม้ลั่นเอี๊ยด เธอกวาดสายตาคมกริบมองไปยังเจ้าของห้องสืบสวนกึ่งที่พักชั่วคราว ซึ่งตอนนี้กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังสีทึบ มือเรียวกำแก้วกาแฟอุ่นๆ ไว้หลวมๆ แต่สายตาที่มองมากลับเต็มไปด้วยความท้าทายและประกายระยิบระยับที่อ่านยาก
“ฉันแค่กำลังประเมินความปลอดภัยค่ะคุณพริมา” รินรดาย้อนเสียงเรียบ พยายามรักษามาดทนายความผู้มั่น and เยือกเย็นไว้ให้
มั่นคงที่สุด แม้ว่าบรรยากาศรอบตัวในยามวิกาลนี้จะชวนให้ขนลุกเกรียวไม่น้อย “สถานที่อับทึบ ไร้สัญญาณโทรศัพท์ แถมยังอยู่ห่างจากสถานีตำรวจไม่ต่ำกว่ายี่สิบกิโลเมตร... ถ้าคืนนี้มีใครตามรอยเรามาได้จริงๆ คนที่จะเป็นภาระคนแรก ฉันเกรงว่าคงไม่ใช่ฉันหรอกค่ะ”
พริมาแค่นหัวเราะในลำคอ วางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะไม้เสียงดังกระทบเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างเพรียวระหงก้าวเข้าไปใกล้ทนายสาวมาดเนี้ยบทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ทว่าทรงพลังจนรินรดาต้องเผลอถอยหลังโดยสัญชาตญาณ... จนกระทั่งแผ่นหลังชนเข้ากับบานหน้าต่างกระจกที่ปิดทึบด้วยผ้าม่านสีเข้ม
“ภาระเหรอคะ?” พริมายื่นหน้าเข้าไปใกล้ จนระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่เหลือเพียงไม่กี่คืบ ดวงตากลมโตฉายแววเจ้าเล่ห์แต่ก็มีความดุดันซ่อนอยู่ “จำได้ว่าตอนที่คนร้ายไล่ล่าเราที่ท่าเรือ ใครกันนะที่สะดุดขาตัวเองจนเกือบโดนแทง ถ้าฉันไม่ดึงคุณไว้ ป่านนี้คุณคงไปนั่งเถียงกับยมบาลในศาลนรกแทนที่จะมาเถียงกับฉันตรงนี้แล้วล่ะค่ะ”
“คุณพริมา!”
รินรดาตวัดเสียงขึ้นสูงด้วยความฉุนเฉียว พยายามซ่อนใบหน้าที่เริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ เอาไว้ภายใต้ความดุดันของแววตา “นั่นมันอุบัติเหตุค่ะ และฉันก็ไม่ได้ขอให้คุณมา... อุ๊บ!”
คำพูดทั้งหมดถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อพริมาจู่โจมขยับเข้ามาประชิดตัวอย่างไร้ร่องรอย มือเรียวบางข้างหนึ่งยกขึ้นทาบกับกรอบหน้าต่างกักขังร่างของทนายสาวไว้ตรงกลาง ขณะที่อีกข้างเอื้อมมาแตะเบาๆ ที่ปลายคางเรียว บังคับให้รินรดาต้องเงยหน้าสบตา สัมผัสอุ่นร้อนที่ส่งผ่านปลายนิ้วทำให้หัวใจของคนปากแข็งกระตุกวูบอย่างแรง
“ปากเก่งจังเลยนะคะ... เวลาเจอเรื่องคดีความหรือตอนอยู่ในศาล คุณเถียงเก่งแบบนี้ตลอดไหมนะ” เสียงกระซิบแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดดังอยู่ชิดริมใบหู ลลมหายใจอุ่นที่เป่ารดข้างแก้มทำให้รินรดาสติกระเจิงไปชั่วขณะ
“ถอยไปนะ... เรามาที่นี่เพื่อซ่อนตัวและทบทวนหลักฐานในคดี ไม่ใช่มาเล่นเกมไร้สาระแบบนี้” รินรดาพยายามดึงเสียงให้แข็งกร้าวที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ว่ามือที่กำชายเสื้อสูทของอีกฝ่ายจะสั่นระริกด้วยความประหม่าที่ถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียน
“ใครว่าฉันเล่นล่ะคะ?” พริมาลดสายลงมองเรียวปากที่เอาแต่เถียงคำไม่ตกฟากของอีกฝ่ายแวบหนึ่ง ก่อนจะยิ้มมุมปากด้วยรอยยิ้มที่อันตรายที่สุดเท่าที่รินรดาเคยเจอมาในชีวิตนักสืบและทนายความ “ในสถานการณ์ที่อาจจะไม่มีพรุ่งนี้สำหรับเรา... การทدสอบความมั่นใจของทนายปากจัดอย่างคุณ มันคืองานอดิเรกที่ดีที่สุดของฉันต่างหากล่ะ”
บรรยากาศในห้องแคบๆ พลาลดทอนอุณหภูมิลงจนเย็นเยียบ แต่ความร้อนระอุกลับก่อตัวขึ้นในอกของคนทั้งสองอย่างห้ามไม่อยู่ รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เคมีที่ขัดแย้งแต่ดึงดูดกันอย่างรุนแรงคู่นี้ไม่เคยลดระดับความอันตรายลงเลยแม้แต่วินาทีเดียว ตั้งแต่ก้าวแรกที่พวกเธอต้องมาพัวพันกับคดีฆาตกรรมห้องปิดตายอันซับซ้อนนี้
“ถ้าคุณยังไม่เลิกพูดจายียวน ฉันจะไล่คุณไปนอนนอกห้องคนเดียวซะเลยนี่พริมา” รินรดาขู่เสียงลอดไรฟัน พยายามดันไหล่บางออกห่าง แต่พริเอกลับไวกว่า มือเรียวคว้าข้อมือของทนายสาวมากดแนบไว้กับผนังเหนือศีรษะอย่างง่ายดาย
“เชิญค่ะ ห้องนี้มีเตียงเดียว และกุญแจสำรองก็อยู่กับฉัน... ถ้าคุณไล่ฉันออกไป คุณก็ต้องนอนเฝ้าประตูห้องรับแขกหนาวๆ คนเดียวทั้งคืนนะทนายริน”
รินรดากัดริมฝีปากแน่นอย่างเจ็บใจ เธอรู้ดีว่าพริมาพูดจริง และในเซฟเฮาส์กลางป่าเขาลำไพรแบบนี้ การอยู่คนเดียวไม่ใช่ความคิดที่ดีแน่... แต่การต้องใช้ค่ำคืนนี้ร่วมเตียงกับยัยนักสืบจอมกวนประสาทคนนี้ มันก็ชวนให้หัวใจทำงานหนักเกินกว่าจะควบคุมได้เช่นกัน
“คุณมัน... ร้ายกาจที่สุด” รินรดากระซิบลอดไรฟันด้วยความหมั่นไส้ระคนจำยอม
“เพิ่งรู้เหรอคะ?” พริมายิ้มกริ่ม ยอมคลายมือออกช้าๆ แต่ยังคงยืนประชิดตัวไม่ยอมถอยห่าง “ไปค่ะ ได้เวลาพักผ่อนแล้ว... หรือว่าคุณอยากจะทบทวนสำนวนคดีบนเตียงกับฉันต่อดีล่ะคะ?”
รินรดาค้อนให้วงใหญ่หนึ่งที ก่อนจะสะบัดหน้าหนีเดินเลี่ยงไปทางห้องนอนเล็ก ทว่าในใจกลับเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ค่ำคืนในเซฟเฮาส์กลางป่าหลังนี้ไม่ได้เงียบสงบอย่างที่คิด... แต่มันกำลังจะกลายเป็นค่ำคืนที่ยาวนานและอันตรายต่อหัวใจของเธอมากที่สุด
ทว่า ในขณะที่รินรดากำลังจะก้าวพ้นขอบประตูห้องนอน เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังขึ้นอย่างกะทันหันจากบริเวณระเบียงด้านนอก ตามมาด้วยเสียงกระจกหน้าต่างห้องรับแขกที่ถูกกระแทกแตกกระจายด้วยแรงมหาศาล!
*ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาติดกับดักความลับในคดีนี้ด้วยกันนะคะ*
ทนายปากจัดกับยัยนักสืบตัวแสบในคดีห้องปิดตาย•ตอนที่ 21
ค่ำคืนที่ไม่ธรรมดา
ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายปากจัดกับยัยนักสืบตัวแสบในคดีห้องปิดตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!