นางร้ายสายดีด พลิกบทบาทสู่แม่ค้าหมื่นล้าน•ตอนที่ 3

แม่ทัพผู้กลับมาในเวลาที่เหมาะสม

ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
"ถ้าท่านก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว ข้าจะเอาตะหลิวเหล็กนี่ตีแสกหน้าท่านจริงๆ ด้วยนะคะ ท่านแม่ทัพ!" เสียงหวานใสที่เต็มไปด้วยความระแวดระวงดังขึ้นท่ามกลางห้องครัวที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศ หลินฟางเซียนในร่างใหม่ไม่ได้ตื่นตระหนกจนทำอะไรไม่ถูกเหมือนเจ้าของร่างเดิม ตรงกันข้าม ดวงตากลมโตคู่นั้นกลับฉายแววเจ้าเล่ห์และท้าทาย เธอถือตะหลิวเหล็กด้ามยาวมั่นในมือ ราวกับมันคือกระบี่วิเศษที่พร้อมจะสั่งสอนบุรุษผู้บังอาจบุกรุกเข้ามาในอาณาเขตของเธอ เงาสูงใหญ่ทอดทึบลงมาทับร่างเพรียวบางของนาง หยางเฟยหรง แม่ทัพหนุ่มผู้เพิ่งกลับจากสนามรบชะงักฝีเท้าลง ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวพญาจ้องมองภรรยาตัวน้อยที่เคยหวาดกลัวเขาจนตัวสั่น แต่ยามนี้กลับยืนอกผายไหล่ผึ่ง ใบหน้างดงามเปื้อนเขม่าควันจางๆ ยิ่งขับเน้นให้ดวงหน้าคมคายนั้นดูมีชีวิตชีวาและน่าหลงใหลอย่างประหลาด รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึกของเขา ชายหนุ่มปัดฝุ่นละอองและคราบเขม่าจากการเดินทางไกลออก1จากบ่ากว้าง ก่อนจะก้าวเข้าไปใกล้อีกนิดอย่างไม่เกรงกลัวอาวุธในมือภรรยา "สวัสดีภรรยาตัวน้อย... ข้าบอกแล้วว่าเจ้าหนีข้าไม่พ้นหรอก หลินฟางเซียน" น้ำเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าเล็กน้อยจากการเหนื่อยล้าในการศึกทำให้หัวใจของฟางเซียนกระตุกวูบ แต่นางรีบดึงสติกลับมาทันที หญิงสาวหรี่ตามองสามีในนามผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นยอดแม่ทัพผู้เหี้ยมโหดในหน้าประวัติศาสตร์ ร่างกายสูงใหญ่กำยำเต็มไปด้วยกลิ่นอายของเลือดและสนามรบ แต่แววตาที่เขามองนางกลับไม่มีรังสีอำมหิต มีเพียงประกายความสนใจและความโหยหาบางอย่างที่ซ่อนอยู่ลึกซึ้ง "ท่านแม่ทัพกลับมาเร็วกว่ากำหนดถึงครึ่งเดือน... หรือว่าเสบียงในค่ายทหารหมดจนต้องกลับมาขอส่วนบุญจากภรรยาผู้ถูกทอดทิ้งผู้นี้กันคะ?" ฟางเซียนเชิดหน้าขึ้น เอ่ยเย้าด้วยน้ำเสียงกวนประสาทแต่นัยน์ตากลับกวาดสำรวจบาดแผลตามเนื้อตัวของเขาอย่างรวดเร็วโดยอัตโนมัติ หยางเฟยหรงเลิกคิ้วขึ้นอย่างประหลาดใจ ภรรยาของเขาเปลี่ยนไปจริงๆ นางไม่ได้ก้มหน้าหลบสายตา ไม่ได้ร้องห่มร้องไห้อ้อนวอนขอความรักเหมือนก่อน รอยยิ้มร้ายกาจกับวาจาเชือดเฉือนนี้มาจากไหนกัน? แต่เขากลับไม่รู้สึกโกรธเลยสักนิด กลับรู้สึกว่าสตรีตรงหน้าช่างน่าค้นหาและมีรสชาติยิ่งกว่าสุราหมักร้อยปีเสียอีก "เสบียงไม่หมดหรอก แต่ใจของข้า... มันหมดเรี่ยวแรงตั้งแต่ไม่ได้กินอาหารฝีมือเจ้าแล้ว" ชายหนุ่มเอ่ยหน้าตาเฉย พร้อมกับสาวเท้าเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็วชนิดที่ฟางเซียนไม่ทันตั้งตัว "โอ๊ย! ท่านจะทำอะไร หลบไปนะ ข้ากำลังเคี่ยวซุปอยู่!" ฟางเซียนร้องอุทานเมื่อถูกวงแขนแข็งแกร่งดั่งคีมเหล็กสวมกอดเข้าที่เอวคอดกิ่วอย่างถือวิสาสะ ไอความร้อนจากตัวเขาและกลิ่นอายบุรุษเพศที่แผ่ซ่านทำให้ลมหายใจของนางสะดุด แต่นางหรือจะยอมจำนนโดยง่าย? นิ้วเรียวเล็กดีดตัวออกจากอ้อมกอดด้วยวิชาตัวเบาที่แอบฝึกฝนจากตำราในมิติลับ พรบ, ทรวดทรงองค์เอวพลิ้วไหวราวกับปลาไหลหลบจากมือคนจับ ฟางเซียนกระโดดขึ้นไปยืนอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวยาว ถือตะหลิวชี้หน้าเขาอย่างได้เปรียบ "บอกไว้ก่อนนะเพคะท่านแม่ทัพ ถึงท่านจะเป็นถึงแม่ทัพใหญ่ แต่ถ้ากล้าลวนลามแม่ค้ามือทองอย่างข้า ข้าจะฟ้องหย่าแล้วเอาทรัพย์สินครึ่งหนึ่งไปเปิดหอคอยนางโลมแข่งกับท่านแน่!" หยางเฟยหรงระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างกึกก้อง รอยยิ้มนั้นทำให้ใบหน้าคมคายหล่อเหลาราวกับภาพวาดสว่างไสวขึ้นจนคนมองถึงกับตาพร่า "หอคอยนางโลมงั้นหรือ? เจ้ามีความคิดเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ฟางเซียน? ดูท่า... ข้าคงไม่อยู่บ้านนานเกินไป จนภรรยาตัวน้อยกลายเป็นแม่ค้าใจกล้าไปเสียแล้ว" สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องครัว กลิ่นหอมเย้ายวนที่ลอยฟุ้งอยู่เตะจมูกเขาเข้าเต็มเปิ๋ล บนโต๊ะไม้มีทั้งแป้งสาลีเนื้อเนียน เนื้อหมูป่าหมักเครื่องเทศสูตรลับ และโหลแก้วหน้าตาประหลาดที่บรรจุดองผักสีสันสดใส ซึ่งไม่น่าจะมีขายตามตลาดทั่วไปในเมืองชายแดนแห้งแล้งนี้ "นี่คืออะไร?" นิ้วแกร่งหยิบแผ่นแป้งที่นวดไว้อย่างประณีตขึ้นมาพินิจ "วางลงเดี๋ยวนะคะ! นั่นคือวัตถุดิบทำ 'ซาลาเปาไส้ทะลัก' ที่ข้าจะเอาไปขายเปิดแผงในตลาดพรุ่งนี้เช้า อย่ามาทำลายทำมาหากินของข้าเชียวนะเพคะ" ฟางเซียนรีบกระโดดลงจากเก้าอี้ เข้าไปปัดมือหนาออกทันที พร้อมกับเอื้อมมือไปแย่งแป้งคืนมาอย่างหวงแหน ความใกล้ชิดทำให้ทั้งคู่ได้กลิ่นอายของกันและกันอย่างชัดเจน ฟางเซียนเงยหน้าขึ้นสบตาคมดุคู่นั้นโดยไม่ตั้งใจ ระยะห่างเพียงคืบทำให้เห็นแพขนตาดกหนาและนัยน์ตาสสีดำสนิทที่สะท้อนเงาของนางอยู่ภายในนั้น หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ ไม่ใช่เพราะความกลัว... แต่เป็นเพราะเคมีบางอย่างที่พุ่งพล่านจนน่าตกใจ หยางเฟยหรงก้มมองหญิงสาวในอ้อมกอดที่พยายามดิ้นรนออกจากการเกาะกุม แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นลุ่มลึกและจริงจังขึ้น มือใหญ่วางทับลงบนกลุ่มผมนุ่มนิ่มของนางอย่างทะนุถนอมโดยไม่รู้ตัว น้ำเสียงที่เคยติดตลกเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาทันที "เจ้าอยากค้าขายงั้นหรือ? ตระกูลหยางไม่ได้ขัดสนเรื่องเงินทอง เหตุใดภรรยาแม่ทัพต้องเหน็ดเหนื่อยทำมาหากินถึงเพียงนี้?" ฟางเซียนสะบัดหน้าหนีเล็กน้อย แววตาฉายแววเย้ยหยัน "เงินทองของตระกูลหยางที่ท่านส่งมา ถูกท่านแม่สามีและบรรดาอนุภรรยาจอมปลอมผลาญจนแทบไม่เหลือหลอให้ข้ากินข้าวอิ่มด้วยซ้ำ ท่านคิดว่าข้าควรนั่งรอความตายในเรือนร้างหลังนั้น หรือควรลุกขึ้นมาหาเงินหมื่นตำลึงด้วยลำแข้งของตัวเองเพื่อเตรียมหย่าขาดจากท่านกันแน่คะ?" ประโยคเดียวปักเข้ากลางใจของหยางเฟยหรง สีหน้าของเขาเย็นชาลงทันทีเมื่อนึกถึงความไร้มนุษยธรรมของคนในตระกูลหลักที่เขาจงใจส่งเงินมาให้ดูแลภรรยา แต่พวกมันกลับกล้าปฏิบัติกับนางเช่นนี้ ชายหนุ่มขบกรามแน่น ความโกรธเกรี้ยวแผ่ซ่านออกมารอบตัวจนบรรยากาศในห้องครัวลดฮวบลง "ข้าขอโทษ..." เสียงทุ้มต่ำเอמהแผ่วเบาราวกับคำสัญญา "ข้ากลับมาแล้ว ต่อไปนี้... จะไม่มีใครกล้ารังแกเจ้าอีก แม้แต่คนในตระกูลหยางก็ไม่มีสิทธิ์" ฟางเซียนชะงักไปครู่หนึ่ง นางมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้นและสัมผัสได้ถึงความจริงใจที่ไม่อาจเสแสร้ง แต่นางไม่ใช่เด็กสาวไร้เดียงสาที่จะเชื่อคำหวานของบุรุษใครง่ายๆ มุมปากบางยกยิ้มขึ้นอย่างรู้ทัน "คำพูดเป็นเพียงลมปากเพคะท่านแม่ทัพ ถ้าท่านอยากปกป้องข้าจริงๆ ล่ะก็... ช่วยเป็นลูกมือให้ข้าสับหมูสับกระเทียมตรงนี้หน่อยสิคะ ถือว่าเป็นการไถ่โทษที่ปล่อยให้ข้าอดอยากปากแห้งอยู่คนเดียวหลายเดือน!" หยางเฟยหรงกะพริบตาปริบๆ มองมีดอีโต้เล่มโตในมือภรรยาที่ยื่นส่งมาให้เขาอย่างหน้าตาเฉย แม่ทัพผู้บัญชาการทหารนับหมื่นนายผู้เคยถือกระบี่อาบเลือดศัตรู บัดนี้กลับต้องมารับหน้าที่... สับหมูสามชั้นทำซาลาเปาให้ภรรยาใช้งานเสียแล้ว! เสียงหัวเราะเบาๆ ของฟางเซียนดังขึ้นอย่างอารมณ์ดี ความตึงเครียดก่อนหน้านี้มลายหายไปสิ้น นางเริ่มลงมือผสมแป้งและเตรียมเครื่องเคียงอย่างคล่องแคล่ว กลิ่นหอมของน้ำซุปกระดูกหมูที่เคี่ยวจนงวดเริ่มส่งกลิ่นตลบอบอวลไปทั่วทั้งเรือนหลังเล็ก ทะลุออกไปถึงรั้วบ้านจนเพื่อนบ้านข้างเคียงต่างพากันสูดปากด้วยความอยากรู้อยากเห็น แต่ความสงบสุขในครัวเรือนยังไม่ทันได้ดำเนินไปถึงไหน เสียงทุบประตูด้านนอกก็ดังขึ้นอย่างรุนแรง พร้อมกับเสียงแหลมแสบแก้วหูของฮูหยินผู้เฒ่าหยาง (แม่สามี) ที่ตะโกนด่าทอเสียงดังลั่น "นังตัวดี หลินฟางเซียน! ได้ยินว่าแกแอบทำอะไรกินหอมฟุ้งไปทั่วหมู่บ้านนะ! รู้ไหมว่านั่นเป็นเสบียงของตระกูลหยาง ออกมาให้ข้าเดี๋ยวนี้!" ฟางเซียนชะงักมือที่กำลังนวดแป้ง รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปาก นางหันไปสบตากับสามีที่ยืนถือมีดสับหมูอยู่ข้างๆ หยางเฟยหรงวางมีดลงช้าๆ ใบหน้าคมคายบึ้งตึงขึ้น ดวงตาดำสนิทฉายแววอำมหิตที่แท้จริงออกมาเป็นครั้งแรก ชายหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือกที่ทำเอาคนฟังขนลุกซู่ "ดูท่า... สุนัขรำคาญพวกนั้น จะมาขัดจังหวะเวลาครอบครัวของเราเสียแล้วสิฟางเซียน..." ฟางเซียนปัดเศษแป้งออกจากมือ นางหัวเราะคิกคักในลำคออย่างชอบใจ เดินไปหยิบไม้กระบี่ไม้ไผ่ที่ซ่อนไว้หลังประตู ออกมาควงเล่นในมืออย่างคล่องแคล่ว "ท่านแม่ทัพเพคะ... สนใจออกไปต้อนรับแขกที่ไม่ได้รับเชิญกับภรรยาSหน่อยไหมคะ?" นางเอกสาวหันกลับมาส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้สามี ก่อนจะก้าวเท้าฉับๆ ตรงไปที่ประตูบ้าน โดยมีแม่ทัพหนุ่มร่างยักษ์เดินตามหลังมาติดๆ ราวกับเงาตามตัว ทันทีที่ฟางเซียนกระชากประตูไม้เปิดออก ภาพของฮูหยินผู้เฒ่าที่กำลังเงื้อมมือจะทุบประตูซ้ำก็ค้างเติ่งกลางอากาศ ใบหน้าเหี่ยวย่นซีดเผือดลงทันทีเมื่อสายตาปะทะเข้ากับร่างสูงใหญ่คุ้นเคยที่ยืนตระหง่านอยู่ด้านหลังสะใภ้ตัวดี ดวงตาของฮูหยินผู้เฒ่าเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด... "ฟะ... เฟยหรงลูกแม่! เจ้า... เจ้ากลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่?!" หยางเฟยหรงก้าวออกมาบังร่างภรรยาไว้ครึ่งหนึ่ง ดวงตาคมกริบกวาดมองมารดาและบรรดาบ่าวรับใช้ที่ถือไม้พลองมาด้วยสายตานิ่งสนิท ราวกับกำลังมองมดปลวกกลุ่มหนึ่ง "ข้าเพิ่งกลับมาขอรับท่านแม่... และดูเหมือนว่า ท่านกำลังจะพังบ้านของภรรยาข้าสินะ?" --- *(โปรดติดตามตอนต่อไป)* ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของแม่ค้าสายสตรองและท่านแม่ทัพผู้คลั่งรักนะคะ!
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายดีด พลิกบทบาทสู่แม่ค้าหมื่นล้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%