นางร้ายสายดีด พลิกบทบาทสู่แม่ค้าหมื่นล้าน•ตอนที่ 4

มื้อค่ำที่เปลี่ยนทัศนคติ

ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
เสียงกระแทกของถ้วยกระเบื้องเคลือบราคาถูกลงบนโต๊ะไม้เนื้อหยาบดังปัง สะท้อนความไม่พอใจที่อัดอั้นมาตลอดทั้งวัน "เจ้าคิดจะทำอะไรกันแน่ หลินฟางเซียน? ผักป่าเหี่ยวๆ กับกระดูกหมูติดมันติดเอ็นนี่นะ จะเอามาให้ข้ากินเป็นมื้อค่ำหลังจากที่ข้าต้องฝึกทหารมาทั้งวันรึ?" หยางเฟยหรง แม่ทัพหนุ่มผู้มีชื่อเสียงเกรียงไกรในสนามรบ แต่วันนี้กลับต้องมานั่งปั้นหน้าเคร่งเครียดอยู่หน้าโต๊ะอาหาร ภรรยาเอกที่แต่งเข้ามาด้วยราชโองการสมรสพระราชทาน ซึ่งแต่เดิมเคยเอาแต่ใจ ร้องห่มร้องไห้ และรังเกียจชีวิตชนบทอันแห้งแล้ง กลับทำตัวแปลกประหลาดตั้งแต่ฟื้นไข้เมื่อสองวันก่อน วันนี้นางหายตัวไปหลังเรือนตั้งแต่เช้าตรู่ กลับมาอีกทีพร้อมกับตะกร้าไม้ไผ่ที่เต็มไปด้วยรากไม้และสมุนไพรแปลกตา ฟางเซียนไม่ได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย นางกำลังใช้มีดสั้นเล่มคมกริบฝานขิงแก่เป็นแผ่นบางเฉียบด้วยความคล่องแคล่ว ท่วงท่าสง่างามรากับคุณหนูในห้องหอ แต่แววตากลับเด็ดเดี่ยวและเป็นประกายระยับด้วยความมั่นใจ "ถ้าท่านแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่คิดว่านี่คือเศษอาหารของขอทาน ท่านก็เชิญเดินออกไปซื้อหมูสามชั้นตุ๋นจากเหลาสุราในเมืองหลวงด้วยสองขาของท่านเองสิคะ... อ้อ ลืมไป ทางเดินไปตลาดมืดตอนนี้มืดสนิท แถมเงินในถุงเงินของบ้านเราก็เหลือแค่ห้าอีแปะพอดี น่าเสียดายนะคะที่ข้าคงไม่มีปัญญาหาเงินห้าตำลึงมาให้ท่านซื้ออาหารเลิศรสหรอก" ฟางเซียนลอยหน้าลอยตาตอบ น้ำเสียงหวานใสแต่เจือความประชดประชันอย่างชาญฉลาด นางเหลือบมองสามีรูปงามที่บัดนี้ใบหน้าคมเข้มบึ้งตึงจนแทบจะ,ควันออกหู รูปโฉมของเขาจัดว่าโดดเด่นสะดุดตา ดวงตาคมกุญแจรีดเร้นความดุดันของนักรบ จมูกโด่งเป็นสันคม และริมฝีปากที่มักจะเม้มแน่นเมื่อไม่สบอารมณ์ ช่างน่าเสียดายที่บุรุษผู้นี้ถูกเลี้ยงดูมาด้วยความเคยชินกับอาหารหรูหราในจวนแม่ทัพ จนลืมไปว่ายามนี้พวกเขาถูกเนรเทศมาอยู่ชายแดนอันทุรกันดาร เฟยหรงขบกรามแน่น สันกรามปูดนูนขึ้นด้วยความโกรธ เขาไม่เคยถูกภรรยาต่อปากต่อคำเช่นนี้มาก่อน ตั้งแต่นางก้าวเข้าสู่ชายคาเรือนหลังน้อยนี้ นางมีแต่สร้างความวุ่นวายและเรียกร้องความสนใจ แต่แปลก... ดวงตาคู่ที่มองมาเมื่อครู่กลับไม่มีแววหวาดกลัวหรือความรIษยาเช่นเคย มีเพียงความท้าทายและ... ประกายบางอย่างที่ทำให้นายทหารผู้ผ่านศึกมาโชกโชนถึงกับรู้สึกใจกระตุกอย่างประหลาด "เจ้า..." เฟยหรงเค้นเสียงลอดไรฟัน "ปากคอเราะร้ายขึ้นทุกวันนะหลินฟางเซียน ระวังเถอะ... ข้าอาจจะไม่ทนเจ้าอีกต่อไป" "เชิญตามสบายเลยค่ะท่านแม่ทัพ แต่อย่าลืมว่าถ้าท่านหย่ากับข้าตอนนี้ ท่านจะต้องเป็นพ่อหม้ายยากจนที่ต้องซักผ้าเองไปตลอดชีวิต!" ฟางเซียนสวนกลับทันควันโดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง มือเรียวบางยังคงจัดการกับวัตถุดิบในมิติลับที่นางเพิ่งแอบหยิบออกมา ขิงสด ต้นหอมภูเขา พริกแห้งชั้นดี และที่สำคัญที่สุดคือ 'โสมหิมะร้อยปี' และ 'เห็ดหลินจือแดง' ชิ้นจิ๋วที่นางเพิ่งเก็บเกี่ยวมาจากแปลงเกษตรวิเศษในมิติตอนที่แอบไปหลังบ้าน กลิ่นหอมฉุนของเครื่องเทศเริ่มโชยเตะจมูก เฟยหรงที่กำลังจะอ้าปากเอ่ยคำพูดตัดรอน ชะงักกึก จมูกคมสูดกลิ่นลึกลงไปโดยไม่รู้ตัว กลิ่นหอมหวานของเนื้อหมูที่ถูกเคี่ยวจนเริ่มนุ่ม ผสมผสานกับกลิ่นหอมอวลของสมุนไพรและรากไม้ป่าที่ถูกคั่วในกระทะเหล็กจนส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วห้องครัวคับแคบ ฟางเซียนหยิบหม้อดินเผาเก่าๆ ที่นางขัดถูจนสะอาดเอี่ยมขึ้นตั้งเตา นางโยนกระดูกหมูติดเอ็นลงไปลวกน้ำร้อนเพื่อดับกลิ่นคาว ก่อนจะใส่ขิง พริกไทยเม็ด และโสมหิมะชิ้นน้อยลงไปเคี่ยวรวมกัน ไฟในเตาถูกควบคุมอย่างแม่นยำด้วยมือเรียวที่แม้จะดูบอบบางแต่กลับเข้มแข็งเกินคาด นางฮămเพลงเบาๆ ในลำคอ ท่าทีผ่อนคลายราวกับกำลังรังสรรค์งานศิลปะชิ้นเอก ไม่ใช่การทำอาหารประทังชีวิตในเรือนพักผ่อนของคนถูกเนรเทศ เฟยหรงนั่งมองแผ่นหลังของภรรยาด้วยความรู้สึกที่สับสนระคนทึ่ง กลิ่นหอมที่ลอยเข้าจมูกเวลานี้มันช่างยั่วยวนน้ำลายเสียจนท้องของเขาที่ว่างเปล่ามาค่อนวันส่งเสียงร้องโครกคราออกมาเบาๆ เจ้าตัวรีบกวาดสายตาไปรอบห้องทำทีเป็นมองไม่เห็นความน่าอับอายนั้น แต่หูทั้งสองข้างกลับแดงก่ำอย่างเห็นได้ชัด "มองอะไรอยู่คะ? หรือกลิ่นมันเตะจมูกจนอยากจะกลืนน้ำลายตัวเองแล้ว?" ฟางเซียนเอ่ยขึ้นโดยไม่ต้องหันมามอง นางรู้ดีว่าปฏิกิริยาของสามีหนุ่มเป็นอย่างไร เสียงหัวเราะคิกคักในลำคอของนางยิ่งทำให้เฟยหรงรู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหน้า "ข้า... ข้าแค่รอดูว่าอาหารหน้าตาประหลาดของเจ้าจะกินได้จริงหรือเปล่า ถ้าข้าท้องเสียขึ้นมา เจ้าจะต้องเป็นคนรับผิดชอบ" เฟยหรงแก้เก้อด้วยการกอดอกทำเสียงเข้ม "รับรองว่าท่านจะไม่ผิดหวังแน่นอนค่ะท่านแม่ทัพ... เพราะนี่คือ 'ซุปกระดูกหมูตุ๋นโสมหิมะและเห็ดป่า' สูตรลับเฉพาะตัวของข้า บำรุงกำลังวังชา ช่วยให้เลือดลมไหลเวียนดี และที่สำคัญ..." ฟางเซียนหันกลับมาสบตาเขา รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปาก "...ช่วยเพิ่มพละกำลังในยามค่ำคืนได้อย่างดีเยี่ยมเลยล่ะค่ะ" คำพูดกำกวมพร้อมรอยยิ้มพราวเสน่ห์นั้นทำให้นายทหารหนุ่มผู้เกรียงไกรถึงกับสำลักน้ำลายตัวเอง ไอโขลกๆ จนหน้าดำหน้าแดง ฟางเซียนหัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดี นางตักซุปสีขาวขุ่นส่งกลิ่นหอมกรุ่นใส่ชามกระเบื้องควันฉุย พร้อมกับจัดวางผัดผักป่าใส่กระเทียมดองและข้าวสวยร้อนๆ ที่หุงจากเมล็ดข้าวหอมมะลิชั้นดีในมิติลับลงบนโต๊ะ เมื่อชามซุปถูกวางลงตรงหน้า ความหอมหวนล้ำลึกก็แผ่ซ่านจนกลบกลิ่นอับชื้นของเรือนพักไปสิ้นเชิง เฟยหรงมองอาหารตรงหน้าด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป ความอคติและความหงุดหงิดเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความอยากรู้อยากเห็นอย่างอดไม่ได้ ช้อนกระเบื้องคลาสสิกถูกตักน้ำซุปเข้าปาก... วินาทีนั้น ดวงตาคมกริบของแม่ทัพหนุ่มเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย รสชาติกลมกล่อม ละมุนละไม ความหวานเค็มที่เคี่ยวเคี่ยวจนเข้าเนื้อ ผสมผสานกับความเผ็ดร้อนเล็กน้อยของขิงและกลิ่นหอมล้ำลึกของโสมป่ากระจายซ่านไปทั่วโพรงปาก มันไม่ใช่แค่ซุปประทังชีวิต แต่มันคือรสชาติระดับภัตตาคารหลวงที่แม้แต่องค์ฮ่องเต้ยังหาเสวยได้ยาก! ฟางเซียนนั่งลงฝั่งตรงข้าม เท้าคางมองสามีด้วยสายตารอคอยคำชม นางหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบชิ้นหมูเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ อย่างมีความสุข "เป็นอย่างไรบ้างคะ? ฝีมือของภรรยาคนนี้ พอจะทำให้ท่านแม่ทัพผู้สูงส่งลดทิฐิลงได้บ้างไหม?" นางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงติดตลก เฟยหรงเงียบไปชั่วขณะ เขาวางช้อนลงช้าๆ สายตาที่มองนางเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความเย็นชาห่างเหินถูกละลายหายไป เหลือเพียงความลึกซึ้งและประกายความสนใจระยิบระยับในดวงตาคมคู่นั้น ชายหนุ่มตักซุปเพิ่มอีกชามอย่างเงียบๆ โดยไม่เอ่ยปากปฏิเสธคำพูดของนางอีกเลย บรรยากาศบนโต๊ะอาหารมื้อค่ำที่ควรจะมาพร้อมกับความตึงเครียด กลับอบอวลไปด้วยความอบอุ่นแปลกประหลาดที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในหัวใจของคนทั้งคู่ ทว่า... ความสงบสุขในเรือนหลังน้อยกลับอยู่ได้ไม่นานนัก *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูด้านหน้าเรือนดังขึ้นอย่างรวดเร็วและไร้มารยาท ตามมาด้วยเสียงทุบประตูหนักหน่วงราวกับต้องการพังมันให้พังทลายลงมา เฟยหรงขมวดคิ้วมุ่น วางตะเกียบในมือลงทันที รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างกำยำในชั่วพริบตา ในขณะที่ฟางเซียนหุบยิ้มฉับ ดวงตากลมโตหรี่แคบลง นางรู้ทันทีว่าแขกยามวิกาลผู้มาเยือนนี้ไม่ใช่คนธรรมดา และดูเหมือนว่าความสงบสุขในค่ำคืนนี้จะถูกทำลายลงเสียแล้ว ประตูไม้เก่าถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอให้เจ้าของบ้านอนุญาต เงาร่างสูงโปรสง่างามในชุดผ้าไหมปักดิ้นทองราคาแพงก้าวเข้ามาในแสงคบเพลิงสลัว ใบหน้าหล่อเหลาแต่แฝงแววเจ้าเล่ห์และทะเยอทะยานปรากฏขึ้นต่อหน้าคนทั้งคู่ พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก "ขออภัยที่มารบกวนในยามวิกาลนะท่านแม่ทัพหยาง... และ... ฮูหยินฟางเซียน" เสียงทุ้มนุ่มน่าฟังเอ่ยขึ้น ทว่ากลับทำให้บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงจนถึงขีดสุด องค์ชายสามเว่ยฉีแย้มสร้อยยิ้มเหี้ยมเกรียม กวาดสายตามองอาหารบนโต๊ะสลับกับใบหน้าของคนทั้งสอง ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ฟางเซียนถึงกับต้องกำตะเกียบในมือแน่น "ดูท่าทางอาหารมื้อนี้จะรสชาติดีไม่น้อย... หวังว่าข้าคงมาไม่รบกวนเวลา 'ดื่มด่ำ' ของพวกท่านหรอกนะ?" *(โปรดติดตามตอนต่อไป)* --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่ 4 แล้วนะคะ หวังว่าจะเอร็ดอร่อยและลุ้นไปกับความแซ่บของฟางเซียนค่ะ! - ดัชเชสโพดำ
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายดีด พลิกบทบาทสู่แม่ค้าหมื่นล้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%