"ดูท่าทางอาหารมื้อนี้จะรสชาติดีไม่น้อย... หวังว่าข้าคงมาไม่รบกวนเวลา 'ดื่มด่ำ' ของพวกท่านหรอกนะ?"
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เจือแววเย้ยหยันดังขึ้นท่า帘ตึงเครียดภายในห้องโถงรับรองของจวนแม่ทัพชายแดน องค์ชายสามเว่ยฉีป้องพัดหยกในมือ รอยยิ้มประดับมุมปากคล้ายเสือยิ้มยากที่จ้องจะขย้ำเหยื่อ ทว่าหลินฟางเซียนมิได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย นางเพียงค่อยๆ วางตะเกียบไม้ไผ่ลงบนจานกระเบื้องเคลือบอย่างเชื่องช้า ท่าทางสง่างามรากับคุณหนูในห้องหอผู้สูงศักดิ์ ทั้งที่เมื่อครู่มือนั้นเพิ่งจะตักซุปโสมป่าพันปีเข้าปากไปหมาดๆ
หยางเฟยหรงก้าวขาเข้ามาบังร่างบางของภรรยาไว้ครึ่งหนึ่ง ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีวาวโรจน์ขึ้นอย่างเป็นปรปักษ์ "ค่ายทหารและจวนแห่งนี้ไม่ใช่สถานที่ที่องค์ชายจะเสด็จมาได้ตามอำเภอใจ หากไม่มีราชการด่วน เกรงว่าจวนของเราคงต้องขออนุญาต 'ขับไล่' แขกไม่เชิญตามระเบียบวินัยทหารค่ะ"
"ท่านแม่ทัพหยางช่างใจร้อนเสียจริง ข้าเพียงแต่มารubชม... ว่ากันว่าภรรยาเอกผู้เพียบพร้อมของท่าน พลิกฟื้นผืนดินแห้งแล้งแถบนี้ให้กลายเป็นตลาดค้าขายขนาดย่อมได้ภายในชั่วข้ามคืน ข้าในฐานะองค์ชายผู้ดูแลท้องที่ย่อมต้องมาตรวจสอบความถูกต้องสักหน่อย มิเช่นนั้นราษฎรอาจครหาได้ว่าท่านแม่ทัพแอบซุกซ่อน 'ของดี' อะไรไว้เบื้องหลัง" เว่ยฉีปรายตามองกล่องไม้แกะสลักลวดลายประณีตบนโต๊ะ ซึ่งภายในบรรจุสมุนไพรหายากที่ฟางเซียนเพิ่งแอบหยิบออกมาจากมิติลับเมื่อยามค่ำคืน
ฟางเซียนลุกขึ้นยืนช้าๆ ปัดเศษผงชาบนอาภรณ์เนื้อดีเรียบเรื่อย รอยยิ้มพิมพ์ใจผุดขึ้นที่มุมปาก แต่นัยน์ตากลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งพันปี นางก้าวออกมาจากเงาของสามี เผชิญหน้ากับองค์ชายผู้ทะเยอทะยานด้วยความสูงส่งที่ไม่แพ้กัน
"ของดีที่องค์ชายตรัสถึง... หมายถึงสมุนไพรบำรุงกำลังเหล่านี้ หรือหมายถึงตัวหม่อมฉันกันแน่เพคะ?" ฟางเซียนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกังวานใส ทว่าบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "หากพระองค์ทรงสนพระทัยเรื่องการค้าขายนัก ไฉนจึงไม่ทอดพระเนตรให้ชัดเจนเล่าว่า สิ่งที่ท่านเรียกว่า 'การค้า' ในสายตาหม่อมฉัน คือการต่อชีวิตให้ราษฎรนับพันที่กำลังจะอดตายในฤดูหนาวนี้ ไม่ใช่เครื่องมือในการแย่งชิงอำนาจสกปรกของใครบางคน!"
บรรยากาศในห้องพลันเงียบกริบลงทันที เว่ยฉีหรี่ตาลงแคบ รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้างวูบหนึ่ง ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างขบขัน "ปากกล้าสมคำร่ำลือจริงๆ หลินฟางเซียน... เจ้าคิดว่าแค่สมุนไพรไม่กี่ต้นกับแผนการค้ากระจอกๆ จะทำให้เจ้าค้ำฟ้าอยู่ได้ที่ชายแดนนี้หรือ?"
"จะค้ำฟ้าหรือไม่... คงต้องให้ตลาดเปิดในยุ่งข้าวหลวงวันพรุ่งนี้เป็นผู้ตัดสินแล้วล่ะเพคะ" ฟางเซียนเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว "และถ้าองค์ชายทรงว่างมากนัก พรุ่งนี้เชิญเสด็จไปทอดพระเนตรการเปิดร้าน 'อู่ซิงเฟิง' ของหม่อมฉันได้นะเพคะ รับรองว่าสินค้าล็อตแรกที่จะวางแผง จะทำให้พระองค์ต้องตะลึงจนหุบปากไม่ลงทีเดียว"
เว่ยฉีแค่นเสียงฮึดฮัดในลำคอ สะบัดชายเสื้อเดินจากไปอย่างหัวเสีย ทิ้งไว้เพียงความตึงเครียดที่เจือจางลง หยางเฟยหรงรีบหันมาคว้ามือเรียวของภรรยาขึ้นมาสำรวจด้วยความเป็นห่วงทันที "เจ้าไม่ควรไปยั่วโมโหเขาตรงๆ ฟางเซียน หมอนั่นเจ้าเล่ห์เพทุบายยิ่งนัก"
"ท่านพี่วางใจเถอะค่ะ คนเช่นองค์ชายสาม ยิ่งเราแสดงความอ่อนแอ เขาจะยิ่งเหยียบย่ำ แต่ถ้าเราแสดงความแข็งแกร่งและมีผลประโยชน์ในมือ เขากจะยังไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่าม" ฟางเซียนแย้มยิ้มอ่อนโยนให้สามี พลางพลิกฝ่ามือเรียกขวดหยกบรรจุน้ำทิพย์มิติออกมาเตรียมไว้สำหรับภารกิจใหญ่ในวันพรุ่งนี้
รุ่งอรุณแห่งวันใหม่มาเยือนเร็วกว่าที่คิด ทว่าไม่มีความเงียบเหงาหลงเหลืออยู่บนถนนสายหลักของเมืองชายแดนอีกต่อไป กลิ่นอายของความเจริญรุ่งเรืองกำลังลอยคละคลุ้งปะปนมากับกลิ่นหอมกรุ่นของอาหารพื้นบ้านและสมุนไพรชั้นดี
หน้าร้าน "อู่ซิงเฟิง" ถูกประดับประดาด้วยป้ายไม้แกะสลักลายมือพู่กันอันทรงพลัง ฝีมือของหยางเฟยหรงเอง ชาวบ้านและพ่อค้าเร E ยรายรอบต่างเบียดเสียดกันเข้ามามุงดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น เนื่องจากข่าวลือเรื่องวัตถุดิบหายากที่รักษาอาการเจ็บป่วยเรื้อรังได้แพร่สะพัดไปทั่วตั้งแต่เมื่อคืน
ฟางเซียนในชุดอาภรณ์สีเขียวหยกปักลายดอกเหมย ยืนสง่างามอยู่หลังเคาน์เตอร์ไม้เนื้อหอม ด้านข้างมีตะกร้าสานบรรจุโสมป่าอายุหลายร้อยปี เห็ดหลินจือหิมะ และใบชาหอมหมื่นลี้ที่เก็บเกี่ยวมาจากมิติลับ วางเรียงรายส่งกลิ่นหอมเย้ายวนจนผู้คนต่างต้องสูดลมหายใจเข้าลึกๆ
"นี่คือ 'โสมหิมะสวรรค์' เจ้าค่ะ ช่วยบำรุงโลหิต ขับพิษ และเพิ่มพละกำลังให้แก่ทหารกล้าที่บาดเจ็บจากการรบ ส่วนนี่คือ 'ชาดอกท้อสวรรค์' ที่ช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งและปรับธาตุในร่างกาย" ฟางเซียนเอ่ยแนะนำสินค้าด้วยน้ำเสียงฉะฉาน น่าฟัง และเป็นกันเอง สร้างความประทับใจให้แก่แม่ค้าและภรรบทหารในละแวกนั้นเป็นอย่างมาก
การค้าขายดำเนินไปอย่างคึกคัก เกินความคาดหมาย สินค้าล็อตแรกถูกแย่งกันซื้อจนหมดเกลี้ยงภายในเวลาไม่ถึงกี่เค่อ เสียงชื่นชมและเสียงนับเงินเหรียญทองแดงดังกระทบกันกรุ๊งกริ๊งสร้างความอิ่มเอมใจให้แก่ฟางเซียนยิ่งนัก นางกำลังจะเอ่ยปากหยิบสินค้าล็อตที่สองออกมาจากมิติเพื่อเติมให้ลูกค้าที่ยังคงเข้าแถวยาวเหยียด
ทันใดนั้นเอง ฝูงชนที่กำลังเบียดเสียดกันอยู่ก็พลันแตกฮือออกเป็นสองฝั่งโดยอัตโนมัติ แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวสายหนึ่งแผ่ซ่านเข้ามาปกคลุมหน้าร้านทันที
ม้าศึกสีดำสนิทหยุดนิ่งสงอยู่เบื้องหน้า บุรุษในชุดเกราะทหารชั้นสูงผู้มีใบหน้าหล่อเหลาแต่เย็นชาไร้ความรู้สึกก้าวลงจากหลังม้า สายตาคมกราบกวาดมองป้ายร้านก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ใบหน้าของหลินฟางเซียน
"สะใภ้รองหลิน... เจ้ากล้ามากนะที่แอบเปิดร้านค้าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากกองตรวจการหลวง!"
ฟางเซียนหรี่ตาลงเล็กน้อยเมื่อพบว่าผู้มาใหม่ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็น 'รองแม่ทัพหลี่' มือขวาคนสนิทขององค์ชายสามที่จงใจมาหาเรื่องนางโดยเฉพาะในวันเปิดร้านวันแรกเช่นนี้
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ดัชเชสโพดำ" มาโดยตลอดนะคะ
นางร้ายสายดีด พลิกบทบาทสู่แม่ค้าหมื่นล้าน•ตอนที่ 5
การค้าแรกที่ดินแดนชายแดน
ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายดีด พลิกบทบาทสู่แม่ค้าหมื่นล้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!