"หากรองแม่ทัพหลี่คิดจะใช้ข้ออ้างเรื่องการจัดระเบียบตลาดหลวงมาปิดร้านของข้า เกรงว่าท่านคงต้องไปท่องกฎหมายราชสำนักมาใหม่ให้ขึ้นใจเสียก่อนเจ้าค่ะ"
น้ำเสียงใสกระจ่างแต่เยียบเย็นราวน้ำค้างแข็งกลางเหมันต์ฤดูดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงัดของย่านการค้าใจกลางเมืองหลวง หลินฟางเซียนยืนหยัดอยู่หน้าป้ายร้าน 'หอมหมื่นลี้' ที่เพิ่งเปิดตัวในเช้าวันนี้ ใบหน้างามเชิดขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตคู่คมกริบกวาดมองร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะอ่อนของ 'หลี่อี้' รองแม่ทัพมือขวาแห่งจวนองค์ชายสามด้วยแววตาท้าทาย ไร้ซึ่งความหวาดกลัวใดๆ ทั้งสิ้น
บรรยากาศหน้าแผงร้านค้าอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมยวนใจของ 'หมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงซอสมิติลับ' ที่ฟางเซียนเพิ่งเคี่ยวเสร็จในหม้อดินเผา ควันสีขาวกรุ่นลอยอวลพร้อมกลิ่นเครื่องเทศชั้นดีที่นางแอบดึงมาจากมิติพิเศษ ผสมผสานกับกลิ่นซีיוวโบราณและน้ำตาลเคี่ยวจนเป็นเงางาม ผู้คนในละแวกนั้นต่างหยุดเดินและเหลียวมองด้วยความอยากรู้อยากเห็น แต่ไม่มีใครกล้าเข้ามาใกล้เมื่อเห็นรัศมีคุกคามจากกลุ่มทหารในสังกัดขององค์ชายสาม
หลี่อี้แค่น
"หลินฟางเซียน เจ้ากล้าดียังไงมาต่อปากต่อคำกับข้า! สามีของเจ้าเป็นเพียงทหารชายแดนต่ำต้อย ไร้ยศศักดิ์ค้ำจุน ส่วนตัวเจ้า... เป็นแค่นางตัวร้ายที่ถูกตระกูลหลินเขี่ยทิ้ง วันนี้ข้าได้รับคำสั่งให้มาตรวจสอบความเรียบร้อย และพบว่าร้านของเจ้ามีกลิ่นอายของของลักลอบนำเข้าผิดกฎหมาย! จงรื้อร้านแล้วตามข้าไปรับโทษที่ศาลากลางเสียดีๆ!"
คำขู่กรรโชกนั้นเรียกเสียงฮือฮาจากชาวบ้านเบาๆ ทว่าฟางเซียนกลับหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะของนางระคนความขบขันและดูแคลนอย่างไม่ปิดบัง นางก้าวเท้าเข้ามาใกล้รองแม่ทัพหลี่ทีละก้าว อาภรณ์ผ้าไหมเนื้อดีพลิ้วไหวตามจังหวะการเคลื่อนไหว ท่วงท่าสง่างามราวนางพญาหงส์ แม้จะยืนอยู่ต่อหน้าบุรุษร่างใหญ่ติดอาวุธครบมือ แต่นางกลับดูราวกับผู้ถือไพ่เหนือกว่าในทุกประตู
"ของลักลอบหรือเจ้าคะ?" ฟางเซียนทวนคำ รอยยิ้มที่มุมปากงดงามยิ่งแต่กลับทำให้สันหลังของหลี่อี้เย็นวาบ "ท่านรองแม่ทัพใช้ตาข้างไหนมองว่าหมูสามชั้นในหม้อนี้เป็นของผิดกฎหมาย หรือว่า... ตาของท่านมีไว้ประดับกะโหลกศีรษะเฉยๆ ถึงแยกแยะไม่ออกว่านี่คือสินค้าเกษตรที่เสียภาษีถูกต้องตามกฎหมายทุกอีแปะ หรือท่านแค่อยากหาเรื่องกลั่นแกล้งข้าตามคำสั่งเจ้านายเบื้องสูงของท่านกันแน่?"
"สามหาว!" หลี่อี้หน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธ มือหนากระชับด้ามดาบข้างกาย "เจ้ากล้ากล่าวหาองค์ชายสามหรือ!"
"ข้ายังไม่ได้เอ่ยชื่อองค์ชายสามเลยสักคำ แต่ท่านกลับร้อนรุ่มราวกับสุนัขถูกเหยียบหางเสียเอง น่าขันเสียจริง..." ฟางเซียนหรี่ตาลง ปรายตามองบุรุษตรงหน้าด้วยความเหยียดหยหยามอย่างไม่คิดไว้หน้า "หากท่านแน่จริง และคิดว่าร้านของข้าทำผิดกฎหมาย เชิญท่านเข้าไปตรวจสอบบัญชีและสินค้าด้านในได้เลย แต่หากตรวจสอบแล้วไม่พบความผิดแม้แต่น้อย... ท่านรองแม่ทัพหลี่จะต้องคุกเข่าขอข้าต่อหน้าชาวบ้านนับร้อยที่ยืนดูอยู่ตรงนี้ กล้าหรือไม่เล่าเจ้าคะ!"
ความเงียบกริบเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ คำท้าทายอันอุกอาจนี้ทำเอาหลี่อี้ถึงกับพูดไม่ออก เขาไม่คิดว่าสตรีที่เคยได้ชื่อว่าไร้สมองและเอาแต่ใจผู้นี้ จะมีวาจาคมคายและจิตใจที่แข็งกร้าวปานหินผา ทว่าในจังหวะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดจนถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักแน่นและทรงพลังก็ดังขึ้นจากด้านหลังฝูงชน
"ภรรยาข้าท้าทายท่านอยู่... ไฉนรองแม่ทัพหลี่จึงไม่ยอมรับคำท้าเล่า?"
น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีดำสนิทของ 'หยางเฟยหรง' ที่ก้าวแหวกฝูงชนเข้ามา ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทอประกายดุดัน แผ่รังสีสังหารที่ผ่านการฆ่าฟันในสมรภูมิมาอย่างโชกโชนจนทหารของหลี่อี้ถึงกับถอยหลังกรูดโดยไม่รู้ตัว
ฟางเซียนหันไปมองสามี รอยยิ้มหวานหยดที่มักจะมีให้เขาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างรวดเร็ว ก่อนที่นางจะถอยหลังให้เขาก้าวขึ้นมาเคียงข้าง หยางเฟยหรงเอื้อมมือมาโอบเอวบางของภรรยาไว้ด้วยความแสดงความเป็นเจ้าของอย่างเปิดเผย สายตาสุดเย็นชาจับจ้องไปยังรองแม่ทัพหลี่ราวกับมองซากศพเดินได้
"แม่ทัพหยาง! เจ้า... เจ้ากล้ากลับมาเหยียบเมืองหลวงโดยไม่ได้รับอนุญาตจากกองทัพหรือ!" หลี่อี้ละล่ำละลักเอ่ยถาม น้ำเสียงเจือความหวาดกลัวอย่างปิดไม่มิด
"ราชสำนักอนุญาตให้ข้าลาพักผ่อนได้เจ็ดวัน หรือว่ารองแม่ทัพหลี่อยากจะตรวจตรา 'ตราประทับราชการ' ในมือข้าด้วยตนเอง?" เฟยหรงกล่าวเสียงเรียบ ทว่ากดดันจนอีกฝ่ายหายใจไม่ออก
ในวินาทีนั้นเอง ก่อนที่หลี่อี้จะทันได้แก้ตัว เสียงเกือกม้าจำนวนมากก็ดังสนั่นหวั่นไหวมาจากปลายถนน พร้อมกับธงสัญลักษณ์ประจำกองทัพพิทักษ์เมืองหลวงที่โบกสะบัด บุรุษในชุดเกราะทองคำอร่ามผู้หนึ่งก้าวลงจากหลังม้าด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ดวงตาคมกวาดมองสถานการณ์ตรงหน้าก่อนจะหยุดอยู่ที่ร่างของหลินฟางเซียนและหยางเฟยหรง
"ใต้เท้าหลิว!" หลี่อี้เบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบประสานมือคำนับผู้มาใหม่
ทว่าใต้เท้าหลิว เจ้ากรมอาญาผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเที่ยงธรรมและไร้ความปรานี กลับเมินเฉยต่อรองแม่ทัพหลี่สิ้นเชิง เขาเดินตรงเข้ามาหาฟางเซียนและโค้งคำนับให้อย่างนอบน้อมจนทุกคนอ้าปากค้าง
"คุณหนูหลิน... หรือควรเรียกว่าฮูหยินหยาง ข้าได้รับรายงานเรื่องการร้องเรียนไม่เป็นธรรมในย่านการค้าแห่งนี้ จึงต้องมาตรวจสอบด้วยตนเอง..." ใต้เท้าหลิวเอ่ยด้วยน้ำเสียงนอบน้อมผิดวิสัย ก่อนจะหยิบม้วนกระดาษตราประทับสีชาดขึ้นมาสะบัดออกต่อหน้าธารกำนัล "และนี่คือราชโองการลับจากองค์ฮ่องเต้... ทรงมีพระราชเสาวนีย์ให้ตรวจสอบคฤหาสน์และทรัพย์สินของตระกูลหลี่สายรองโดยด่วน เนื่องจากพบหลักฐานการทุจริตยักยอกทรัพย์หลวง และพยายามฮุบสมบัติของมารดาคุณหนูหลิน!"
สิ้นเสียงประกาศนั้น หลี่อี้หน้าถอดสีทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นทันที ทว่าฟางเซียนกลับเพียงแค่ยกยิ้มมุมปาก นางหันไปตักหมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงร้อนๆ ใส่ถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาวส่งกลิ่นหอมกรุ่นยั่วยวน ส่งให้สามีและใต้เท้าหลิวชิมเป็นคนแรกท่ามกลางสายตาทุกคู่ที่จับจ้องมา
ทว่า... ในจังหวะที่ทุกคนกำลังสนใจกลิ่นหอมของอาหารและคดีทุจริตตรงหน้า ร่างของสตรีวัยกลางคนผู้หนึ่งในชุดแพรพรรณหรูหรา ก็โผล่พรวดออกมาจากตรอกมืดด้านข้าง พร้อมกับเสียงกรีดร้องแหลมสูงที่ทำให้บรรยากาศชะงักงัน "หลินฟางเซียน! นังสารเลว แกคิดจะฮุบสมบัติของตระกูลหลี่ทั้งหมดคนเดียวอย่างนั้นเรอะ!"
รี้ดเดอร์ที่รักคะ... โปรดติดตามตอนต่อไปว่า 'ท่านป้า' ผู้โลภมากรายนี้จะงัดไม้ตายอะไรมาแว้งกัดนางเอกของเราอีก อย่าลืมกดหัวใจและคอมเมนต์ให้กำลังใจ "ดัชเชสโพดำ" กันเยอะๆ นะคะ!
นางร้ายสายดีด พลิกบทบาทสู่แม่ค้าหมื่นล้าน•ตอนที่ 6
คนพาลที่ต้องกำราบ
ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายดีด พลิกบทบาทสู่แม่ค้าหมื่นล้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!