"ราชโองการจากเมืองหลวง! ส่งมอบตัวอดีตสตรีตระกูลขุนนางตกอับ หลินฟางเซียน ไปรับโทษทัณฑ์ฐานสมรู้ร่วมคิดกับกบฏ!"
เสียงประกาศก้องกังวานของขันทีเฒ่าผู้มาใหม่ดังบาดแก้วหู บรรยากาศภายในห้องโถงดินอัดแน่นด้วยความตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก สายตาทุกคู่พุ่งตรงมายังร่างระหงที่นั่งไขว่ห้างจิบชาสมุนไพรอย่างไม่สะทกสะท้าน หลินฟางเซียนวางถ้วยชาลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ เสียงกระทบกันเบาหựทว่าทรงพลังราวกับค้อนเหล็กตอกย้ำความเยือกเย็นของนาง
ดัชเชสโพดำขอบอกเลยนะคะว่า คนพวกนี้ช่างขยันหาเรื่องใส่ตัวเสียจริง เมื่อครู่ยังยืนตัวสั่นงันงกด้วยความกลัวอำนาจมืดอยู่เลย ตอนนี้กลับทำตัวเป็นสุนัขจิ้งจอกต่อหน้าเสือโคร่งเสียได้
"ราชโองการงั้นหรือเพคะ?" ฟางเซียนแย้มยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เคลือบยาพิษความฉลาดเฉลียวเอาไว้จนองค์ชายสามเว่ยฉีที่ยืนกอดอกอยู่ด้านหลังถึงกับคิ้วกระตุก "น่าเสียดายนักที่บ้านหลังนี้ไม่มีสตรีชื่อนั้น มีเพียงภรรยาของนายกองหยางเฟยหรงผู้ปกป้องชายแดน หากท่านขันทีอยากได้ตัวข้า คงต้องไปถามสามีของข้าที่กำลังถือทวนเหล็กอาบเลือดอยู่ในค่ายทหารเสียก่อนว่า... เขาจะยอมเอาหัวของท่านมาเสียบประจานเล่นหรือไม่"
สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศรอบตัวก็เย็นเยียบลงทันที เว่ยฉีหรี่ตามองนางอย่างพิจารณา องค์ชายหนุ่มผู้ทะเยอทะยานไม่คาดคิดเลยว่า สตรีที่เคยถูกเขี่ยทิ้งราวกับเศษสเกลเงิน จะมีแววตาดุดันและวาจาเชือดเฉือนถึงเพียงนี้
ทว่า ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปมากกว่านั้น ร่างสูงใหญ่ของหยางเฟยหรงก็ก้าวพรวดพราดเข้ามาทางประตู ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยว มือหนากำด้ามดาบแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เขาไม่พูดพร่ำทำเพลง ใช้ร่างกำยำยืนบังภรรยาตัวน้อยไว้มิดชิด พร้อมกับแผ่รังสีสังหารออกมารอบทิศทางจนขันทีเฒ่าหน้าซีดเผือก
"ใครกล้าแตะต้องเมียข้า ก้าวข้ามศพข้าไปก่อน!"
น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลังดั่งเสียงคำรามของพยัคฆ์ป่า ทำให้ราชองครักษ์ฝั่งเมืองหลวงถึงกับถอยหลังไปก้าวหนึ่งอย่างไม่รู้ตัว ฟางเซียนที่แอบมองแผ่นหลังกว้างของสามีจากด้านหลัง หัวใจดวงน้อยกลับเต้นรำอย่างเป็นสุข สามีบ้านไร่ผู้ซื่อสัตย์คนนี้... ช่างพึ่งพาได้เหนือกว่าองค์ชายหน้าตัวเมียพวกนั้นเสียจริง
เมื่อกลุ่มคนจากเมืองหลวงจำต้องล่าถอยกลับไปด้วยความอัปยศ บ้านหลังน้อยจึงกลับมาสู่ความสงบสุขอีกครั้ง แต่ฟางเซียนรู้ดีว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น ศึกชิงบัลลังก์เพิ่งเริ่มต้นขึ้น และกระเป๋าเงินของนางก็ยังคงแบนราบเกินกว่าจะต่อกรกับอำนาจมืดได้
ดึกสงัด... เมื่อทุกคนหลับสนิท หลินฟางเซียนจึงแอบย่องเข้าไปในห้องเก็บฟืน นางปิดประตูลงกลอนอย่างแน่นหนา ก่อนจะหลับตาลงและส่งจิตเข้าไปยัง "มิติลับ" ที่ซ่อนอยู่ก้นบึ้งของจิตวิญญาณ
วับ!
แสงสีทองเรืองรองสว่างวาบขึ้นในความมืด เบื้องหน้าของนางคือดินแดนมหัศจรรย์ขนาดมหึมา ที่นี่มีทั้งน้ำพุวิญญาณบริสุทธิ์ ดินสีดำสนิทที่อุดมไปด้วยพลังปราณ และชั้นวางของวิเศษที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา
"ฮึ่ม... ในเมื่อพวกมันอยากให้ข้าตายนัก ข้าก็จะใช้ความร่ำรวยนี่แหละ ฟาดหัวพวกมันให้จมดินไปเลย!"
นางกวาดสายตามองหาเมล็ดพันธุ์ จนกระทั่งไปสะดุดตากับกล่องไม้แกะสลักลวดลายโบราณที่มุมลึกที่สุดของมิติ เมื่อเปิดออก กลิ่นหอมเย้ายวนของ "โสมหิมะพันปี" และ "เมล็ดข้าวสาลีวิญญาณสวรรค์" ก็โชยเตะจมูกทันที พืชพันธุ์เหล่านี้ไม่มีอยู่จริงในโลกภายนอก เป็นของหายากที่แม้แต่ฮ่องเต้ก็ยังต้องแย่งชิง
ฟางเซียนไม่รอช้า นางหยิบเมล็ดข้าวสาลีวิญญาณออกมาหนึ่งกำมือ นำไปหว่านลงบนแปลงดินวิเศษในมิติ พร้อมทั้งตักน้ำจาก1น้ำพุวิญญาณมารดลงไปทันที
ปาฏิหาริย์เกิดขึ้นในชั่วพริบตา! เพียงแค่ชั่วหายใจเข้าออก เมล็ดข้าวสาลีตัวจิ๋วก็แตกหน่อ เจริญเติบโต ออกรวงสีทองอร่าม และสุกงอมพร้อมเก็บเกี่ยวได้อย่างรวดเร็วดั่งต้องมนต์
"ยอดเยี่ยม..." นางหัวเราะคิกคักในลำคอด้วยความพึงพอใจ ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับราวกับแม่ค้าหน้าเลือดที่กำลังมองเห็นทองคำกองโต ข้าวสาลีวิญญาณเหล่านี้ หากนำไปโม่เป็นแป้งแล้วทำเป็นหมั่นโถวหรือขนมเปี๊ยะขาย รับรองว่าต้องสร้างรายได้ก้อนแรกมหาศาล และทำให้ตระกูลหลินที่รอคอยการล่มจมของนางต้องกระอักเลือดด้วยความอิจฉาแน่ๆ
เช้าวันรุ่งขึ้น... กลิ่นหอมหวานละมุนลอยฟุ้งไปทั่วทั้งหมู่บ้านเล็กๆ กลิ่นหอมของแป้งสาลีอบใหม่ๆ ผสมผสานกับความหอมมันของน้ำนมสัตว์วิญญาณและพุทราจีน ปลุกให้ชาวบ้านที่เดินผ่านไปมาต้องหยุดชะงักและสูดดมกลิ่นนั้น1อย่างเคลิบเคลิเคลิ้ม
ฟางเซียนกำลังยืนอยู่หน้าเตาถ่านในลานบ้าน มือเรียวบางกำลังนวดแป้งสีทองคำด้วยความคล่องแคล่ว ข้างกายมีหยางเฟยหรงคอยช่วยก่อไฟด้วยความเอาใจใส่ สายตาของสามีที่มองนางเต็มไปด้วยความรักใคร่และหลงใหลจนปิดไม่มิด
สินค้าล็อตแรกของเศรษฐีินีพันล้านกำลังจะวางแผงในตลาดเช้าวันนี้แล้วค่ะ!
ทว่า ในขณะที่นางกำลังบรรจงยกซึ้งนึ่งขนมเปี๊ยะสูตรลับออกจากเตาเพื่อเตรียมนำไปขาย เสียงเคาะประตูดังปังๆ อย่างรุนแรงก็ขัดจังหวะขึ้น พร้อมกับเสียงตะโกนโวยวายของแม่สามีใจร้ายที่มาพร้อมกับญาติผู้พี่ตัวแสบ
"นังตัวดี! แกเอาเงินที่ไหนมาซื้อแป้งดีๆ แบบนี้ทำกิน! คายสมบัติของตระกูลหลินออกมาเดี๋ยวนี้!"
ฟางเซียนชะงักมือเล็กน้อย นางค่อยๆ วางถาดขนมลงบนโต๊ะ ใบหน้าหวานหยาดเยิ้มปรากฏรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก ก่อนจะหันไปสบตากับสามีที่กำลังคว้าด้ามดาบด้วยใบหน้าถมึงทึง
นางก้าวเดินไปเปิดประตูด้วยท่าทีสง่างาม ทว่า ในวินาทีที่บานประตูไม้เปิดออก สายตากลับต้องปะทะเข้ากับเงาร่างคุ้นเคยของบุรุษผู้หนึ่งที่ก้าวล้ำเข้ามาในเขตบ้าน พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ซ่อนคมมีดเอาไว้
"สวัสดีภรรยาตัวน้อย... ข้าบอกแล้วว่าเจ้าหนีข้าไม่พ้นหรอก หลินฟางเซียน"
ขอขอบพระคุณรี้ดдерผู้แสนน่ารักทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของนางร้ายสายดีดคนนี้เสมอนะคะ!
นางร้ายสายดีด พลิกบทบาทสู่แม่ค้าหมื่นล้าน•ตอนที่ 2
มิติลับและกล่องเสบียง
ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายดีด พลิกบทบาทสู่แม่ค้าหมื่นล้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!