จักรพรรดินีผู้ถูกสาปกับอดีตสวามีที่ไร้ค่า•ตอนที่ 4

รอยแผลเป็นในใจ

ผลงานโดย มิคายามวิกาล
"ฝ่าบาททรงโปรดเมตตา... หม่อมฉันไม่ได้ทำเพคะ!" เสียงกรีดร้องที่แหบพร่าจนแทบสิ้นเสียงในวันนั้น ยังคงกรีดลึกลงมาในโสตประสาทของหลินเฟย ราวกับคมมีดน้ำแข็งที่บรรจงเฉือนซ้ำลงบนรอยแผลเป็นซึ่งไม่เคยสมานตัว บรรยากาศอับชื้นและกลิ่นคาวเลือดจางๆ ของตำหนักเย็นในอดีต ลอยวนกลับมาทิ่มแทงหัวใจนางอีกครั้งยามที่เปลือกตาสองข้างปิดลง ความหนาเหนอะของหยาดน้ำตาในค่ำคืนนี้ไม่ได้เกิดจากความอ่อนแอ แต่มันคือเชื้อเพลิงชั้นดีที่ถูกจุดขึ้นเพื่อเผาผลาญความสงสารที่มีต่อบุรุษผู้โง่งมเบื้องหน้าให้มอดไหม้เป็นจุล หลินเฟยปรือตามองภาพตรงหน้า ร่างระหงของนางทอดกายอยู่บนตั่งไม้แกะสลักบุด้วยขนสัตว์เนื้อนุ่มในตำหนักส่วนตัวที่หรูหราฟุ่มเฟือยที่สุดในวังหลวงแห่งนี้ ทว่าความอบอุ่นรอบกายกลับไม่สามารถขับไล่ความหนาวเหน็บที่ฝังรากลึกในกระดูกดำของนางได้เลย เบื้องล่างสตรีผู้เคยสูงศักดิ์ บัดนี้มีร่างสูงใหญ่ของบุรุษผู้กุมอำนาจสูงสุดในแผ่นดินคุกเข่าลงอย่างไม่เหลือศักดิ์ศรี ฮ่องเต้หย่งเจิ้น จอมทัพผู้เคยเหยียบย่ำหัวใจนางอย่างไร้ความปรานี ดวงตาคมกริบที่เคยเย่อหยิ่งและเย็นชาคู่นั้น บัดนี้แดงก่ำเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความสำนึกผิดที่สายเกินแก้ สั่นเทาจนน่าสมเพช "เฟยเอ๋อร์... เจ้าเจ็บมากใช่หรือไม่" สุ้มเสียงทุ้มต่ำที่เคยสั่นประสาทนางด้วยคำพิพากษาประหารใจ บัดนี้กลับสั่นเครือด้วยความเว้าวอน หย่งเจิ้นเอื้อมมือหนาที่เต็มไปด้วยรอยด้านจากการจับกระบี่ หมายจะแตะต้องเรียวขาเนียนนุ่มที่โผล่พ้นชายผ้าแพรเนื้อบางเบาราวกับจะปลอบประโลม แต่หลินเฟยกลับตวัดสายตาคมกริบดั่งคมกระบี่ใส่ทันที พร้อมกับขยับกายถอยหนีราวกับรังเกียจเดียดฉันท์สัมผัสคู่นั้นดั่งสิ่งปฏิกูล "อย่าบังAาญมาแตะต้องตัวหม่อมฉันด้วยมือคู่นั้น... ฝ่าบาท" น้ำเสียงของนางเยียบเย็นและราบเรียบ แต่มันกลับคมกริบพอที่จะกรีดแทงหัวใจของโอรส heaven ให้ขาดวิ่นได้ในคําพูดเดียว หลินเฟยเหยียดยิ้มหยันที่มุมปาก รอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้มแต่กลับอาบยาพิษ "มือที่เคยเซ็นราชശีย์ขับไล่หม่อมฉันออกนอกวังอย่างไร้ความปรานี มือที่ปล่อยให้ขันทีเฒ่าตบตีทรมานร่างกายของอดีตพระมเหสีผู้บริสุทธิ์... เพลานี้ท่านยังมีหน้าใช้มันมาลูบไล้เรือนร่างของหม่อมฉันอีกหรือ? ช่างหน้าไม่อายเสียจริง" หย่งเจิ้นสะอื้นไห้ในลำคอ หัวใจของเขาเจ็บปวดร้าวรานราวกับถูกไฟสุม เขายังจำภาพในวันนั้นได้แม่นยำ วันที่ความหยิ่งผยองและความหึงหวงอย่างไร้เหตุผลบดบังปัญญา จนเขาผลักไสสตรีที่รักเขาหมดหัวใจออกไปสู่ความตายทั้งเป็น "วันนั้น... เจ้าร้องขอความเมตตาจากเราแทบขาดใจ แต่เรากลับเมินเฉย... เราช่างโง่เง่า ปิดตา ปิดหู หูเบาเชื่อคำยุยงของพวกคนชั่ว จนทำลายแก้วตาดวงใจของตัวเอง" หย่งเจิ้นโขกศีรษะลงกับพื้นพรมหนานุ่มเสียงดังทึบ ร่างกายกำยำสั่นเทิ้มอย่างน่าเวทนา "เจ้าจะลงทัณฑ์เราอย่างไรก็ได้ จะให้เอาชีวิตเราไปชดใช้ให้ลูกของเราที่ต้องตายในท้องเจ้า... เราก็ยอมทั้งสิ้น!" คำว่า "ลูก" ที่หลุดออกมาจากปากของอดีตสวามี ทำให้ดวงตาคู่สวยของหลินเฟยไหววูบไปชั่วขณะ ก่อนที่มันจะแปรเปลี่ยนเป็นความเกลียดชังอันดำมืดและลึกล้ำยิ่งกว่าเดิม "ลูกหรือ?" หลินเฟยแค่นหัวเราะออกมาเสียงดังลั่น ตำหนักกว้างสะท้อนเสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและเคียดแค้น "ท่านยังมีหน้ามาเอ่ยถึงเด็กน้อยผู้บริสุทธิ์ที่ต้องสิ้นใจตายในกองเลือดตั้งแต่อยู่ในครรภ์ของหม่อมฉันอีกหรือ? ในวันที่ฝ่าบาทสั่งลากหม่อมฉันออกจากตำหนัก ท่ากลางสายฝนที่หนาเม็ดและลมหนาวที่บาดผิว ลูกของเราดิ้นทุรนทุรายขอชีวิตอยู่ในท้องของหม่อมฉัน แต่ท่านกลับยืนมองด้วยสายตาที่ไร้ซึ่งความรู้สึก ราวกับพวกเราเป็นเพียงมดปลวกตัวหนึ่งเท่านั้น!" ภาพความทรงจำอันโหดร้ายไหลบ่าเข้ามาในห้วงคำนึง หยาดน้ำตาที่หลินเฟยพยายามกลั้นไว้ เอ่อล้นทะลักทลายลงมาอาบสองแก้มเนียน แต่นางไม่ยอมสะอื้นไห้ให้น่าสมเพช นางเชิดหน้าขึ้นสูง ดวงตาสีรัตติกาลเต็มไปด้วยประกายไฟแห่งการแก้แค้น วันนั้นนางคือสตรีผู้อ่อนแอที่ต้องก้มหน้ารับชะตากรรม แต่วันนี้... นางคือจักรพรรดินีผู้ถูกสาปผู้กุมชะตากรรมของบุรุษเบื้องหน้าไว้ในกำมือ! "จำได้หรือไม่... วันที่ท่านเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของหม่อมฉัน" หลินเฟยลุกขึ้นยืนช้าๆ อาภรณ์เนื้อบางเบาขยับไหวตามจังหวะการก้าวเดิน ร่างระหงก้าวเข้าไปใกล้บุรุษที่คุกเข่าอยู่เบื้องล่าง นางโน้มตัวลงใช้เรียวเลิ็บแหลมคมดั่งพญาเหยี่ยว 1 ข้าง เชยคางของฮ่องเต้หย่งเจิ้นให้เงยขึ้นมาสบตากันตรงๆ บังคับให้เขาต้องรับรู้ความเจ็บปวดที่นางเคยได้รับ ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นหอมเย้ายวนของดอกมู่หลานลอยปะทะนาสิกของหย่งเจิ้น เขามองใบหน้างดงามที่เปี่ยมด้วยหยาดน้ำตาแต่ทว่ากลับเยือกเย็นดั่งน้ำแข็ง ความหลงใหลและปรารถนาอันดิบเถื่อนพุ่งพล่านขึ้นมาในอกจนแทบคลุ้มคลั่ง สัญชาตญาณความเป็นชายและบาปในอดีตผสมปนเปกันจนแยกไม่ออก มือหนารีบคว้าข้อเท้าเรียวของนางไว้แน่น ราวกับกลัวว่าภาพตรงหน้าจะเป็นเพียงความฝัน "เฟยเอ๋อร์... ลงทัณฑ์เราสิ ลงทัณฑ์เราด้วยร่างกายและหัวใจของเจ้า ทำให้เราเจ็บปวดทรมานเหมือนที่เจ้าเคยเจอ... แต่อย่าผลักไสเราอีกเลย" หย่งเจิ้นเว้าวอนอย่างน่าสมเพช ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความหิวกระหายและสำนึกผิดในเวลาเดียวกัน หลินเฟยเหยียดยิ้มเย้ายวน นางไม่ปฏิเสธ ปล่อยให้มือหนาร้อนผ่าวลูบไล้ขึ้นมาตามเรียวขาเนียนนุ่ม สัมผัสที่สั่นเทาด้วยความรักอันโง่งมและความเร่าร้อนที่ถูกกดทับมานานนับปี จุดประกายไฟสวาทขึ้นกลางห้องบรรทมอันเงียบงัน "อยากให้หม่อมฉันลงทัณฑ์ท่านนักหรือ... ฝ่าบาท" เสียงกระซิบของนางพร่าสั่นและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย "เช่นนั้นก็จงจำความเจ็บปวดนี้ไว้ให้ขึ้นใจ... ว่าท่านไม่มีวันได้รับความอภัยจากหม่อมฉันไปชั่วชีวิต!" สิ้นคำประกาศิต ริมฝีปากอิ่มสีชาดก็ประกบจูบลงบนเรียวปากหนาของอดีตสวามีอย่างไร้ความปรานี รสจูบที่ทั้งดุดัน รุกเร้า และเต็มไปด้วยรสชาติของเลือดและน้ำตา หย่งเจิ้นครางฮือในลำคอด้วยความมึนเมาในรสสัมผัส เขาพลิกร่างของนางลงแนบไปกับพรมหนานุ่มอย่างเร่งรีบ มือหนากระชากอาภรณ์แพรพรรณเนื้อบางให้หลุดลุ่ยออกจากร่างระหง เผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดดั่งไข่มุกราตรีที่สะท้อนกับแสงเทียนวับแวม สัมผัสที่แนบชิด ลมหายใจที่กระชั้นชิด และเสียงหอบครางที่ประสานกันในความเงียบงัน เต็มไปด้วยความเร่าร้อน บ้าคลั่ง และร้าวราน หย่งเจิ้นปรนเปรอกายสาวด้วยความหลงใหลที่ผสมผสานความรู้สึกผิดบาป ทว่าทุกครั้งที่เขาโอบกอดและฝัง1กายลึกซึ้งลงไป หลินเฟยกลับจิกเล็บลงบนแผ่นหลังกว้างของเขาจนเกิดรอยแผลเป็นสีแดงฉาน นางกัดฟันรับความสุขสมอันทรมานนี้ไว้ พร้อมกับมองลึกลงไปในดวงตาของเขาที่กำลังเคลิบเคลิ้มราวกับคนใกล้ตาย *สะใจนัก... ยิ่งเขารักและลุ่มหลงนางมากเท่าไหร่ ความทรมานในจิตใจของเขาก็จะยิ่งทวีคูณขึ้นเป็นร้อยเท่าพัน배!* ท่ามกลางบทรักที่เร่าร้อนและบีบคั้นหัวใจจนแทบหยุดหายใจ เสียงหอบสะท้านยังคงดังระคนไปกับเสียงร่ำไห้สำนึกผิดของโอรส heaven ทว่าในขณะที่ความสัมพันธ์กำลังดำเนินไปถึงขีดสุดแห่งอารมณ์สวาท สายตาของหลินเฟยที่ทอดมองออกไปนอกหน้าต่างบานเกล็ด กลับเหลือบไปเห็นเงาร่างเล็กๆ ของเด็กชายคนหนึ่งวิ่งผ่านระเบียงทางเดินด้านนอก พร้อมกับเสียงหัวเราะคิกคักที่คุ้นหูอย่างประหลาด เด็กน้อยผู้มีดวงตากลมโตและใบหน้าถอดแบบมาจากฮ่องเต้หย่งเจิ้นราวกับพิมพ์เดียวกัน... กำลังถือห่อกระดาษลับบางอย่างวิ่งหายเข้าไปในตำหนักลับของนาง! หัวใจของหลินเฟยกระตุกวูบ ความลับที่นางอุตส่าห์ซ่อนเร้นเอาไว้สุดชีวิต... กำลังจะถูกเปิดเผยแล้ว! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยหัวใจที่เต้นระรัวนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดินีผู้ถูกสาปกับอดีตสวามีที่ไร้ค่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%