กลิ่นไอน้ำอุ่นๆ ผสมผสานกับกลิ่นหอมหวานละมุนของสมุนไพรบำรุงผิวลอยอบอวลไปทั่วห้องเครื่องส่วนพระองค์ หยาดน้ำค้างบนกลีบเหมันต์ยังไม่ทันระเหยหาย แต่ความระอุภายในสถานที่แห่งนี้กลับพุ่งสูงขึ้นจนน่าใจหาย หลินเฟยยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าอ่างหยกแกะสลัก อาภรณ์แพรไหมสีเพลิงแนบเนื้อที่เปียกชื้นเล็กน้อยขับเน้นส่วนโค้งเว้าอันเย้ายวนราวกับภูตสาวพรายน้ำ นางไม่ได้สะท้านสะเทือนต่อคำกล่าวหาเจือความริษยาที่เพิ่งถูกโยนทิ้งไว้เมื่อครู่ ตรงกันข้าม... ดวงตาคู่คมกริบดั่งกระบี่น้ำแข็งกลับทอประกายระยับด้วยความเย้ยหยัน
"ดูท่าทางข้าจะมาขัดจังหวะเวลาครอบครัวของฝ่าบาทกับ... ชายาเก่าและบุตรชายลับๆ ของพระองค์เข้าสินะพ่ะย่ะค่ะ?"
เสียงทุ้มต่ำที่เต็มไปด้วยความขุ่นเคืองและร่องรอยของความเจ็บปวดลึกๆ ดังขึ้นจากมุมมืดของม่านบังตา ฮ่องเต้หย่งเจิ้นก้าวออกมาจากเงาสลัว ร่างสูงใหญ่ในฉลองพระองค์เรียบง่ายแต่ทรงอำนาจแผ่ซ่านแรงกดดันมหาศาล ดวงเนตรคมกลาบกวาดมองหลินเฟยตั้งแต่ปลายนิ้วเท้าจรดเรียวปากอิ่มที่เผยอขึ้นเล็กน้อย ภาพอดีตมเหสีผู้เคยถูกเขาเหยียบย่ำอย่างไร้ค่า บัดนี้กลับกลายเป็นสตรีที่งดงามจนแทบหยุดหายใจ นางไม่ได้ก้มหน้าหลบสายตาอีกต่อไปแล้ว ทว่ากลับเชิดคางขึ้นอย่างถือดี ท่าทีเย่อหยิ่งจองหองนั้นไม่เพียงแต่ไม่น่าชัง แต่กลับจุดไฟความปรารถนาอันดิบเถื่อนให้ลุกโชนขึ้นในอกของโอรสสวรรค์ผู้ไม่เคยต้องก้มหัวให้ผู้ใด
"ถ้าทรงรู้ตัวว่าเป็นการขัดจังหวะ เหตุใดไม่เสด็จกลับตำหนักส่วนพระองค์ไปเสียเล่าเพคะ ฝ่าบาท?" หลินเฟยเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทุกพยางค์กรีดแทงลงบนหัวใจของคนที่ยืนอยู่ตรงข้ามอย่างแม่นยำ "ที่นี่คือห้องเครื่อง... หาใช่ที่สำหรับมาตามหึงหวงอดีตภรรยาที่พระองค์ทรงเป็นผู้เขี่ยทิ้งด้วยพระองค์เองไม่"
หย่งเจิ้นก้าวเข้าไปประชิดตัวนางอย่างรวดเร็วราวกับเสือชีตาร์ตะครุบเหยื่อ ระยะห่างระหว่างทั้งสองลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง กลิ่นกายบุรุษเพศที่คุ้นเคยผสมผสานกับกลิ่นอายอำนาจทำให้ลมหายใจของหลินเฟยสะดุดไปเสี้ยววินาที แต่นางก็เพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น... นางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ปลายนิ้วเรียวยาวแตะลงบนอกเสื้อของเขาเบาๆ ทว่าจิกเกร็งลงบนเนื้อผ้าเนื้อดีจนยับย่น
"เจ้ากล้าดียังไง... หลินเฟย" เสียงของเขาแหบพร่า ดวงตาคมกริบแดงก่ำด้วยแรงอารมณ์ที่อัดอั้นมานานนับปี "เจ้ากล้าทิ้งข้า ไปใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย พร้อมกับ... เด็กคนนั้น เด็กที่มีใบหน้าคล้ายคลึงกับข้าราวกับพิมพ์เดียวกันนั่น!"
"เด็กคนไหนหรือเพคะ? หม่อมฉันไม่เห็นจะเข้าใจสิ่งที่ฝ่าบาทตรัส" นางแย้มยิ้มหยัน รอยยิ้มที่กรีดลึกเข้าไปในความรู้สึกผิดบาปของเขา "โอ้ หรือว่าพระองค์ทรงกังวลเรื่องบุตรชายลับๆ อะไรนั่น? น่าขันเสียจริง ทั้งที่พระองค์เป็นคนประกาศเองว่าสายเลือดของมเหสีตกกระป๋องผู้นี้ไม่มีค่าควรแก่การจด And now... เหตุใดจึงทรงวิ่งแจ้นมาตามตื๊อถึงห้องเครื่องส่วนในเช่นนี้เล่า หม่อมฉันละอายแทนบรรพบุรุษของพระองค์จริงๆ"
คำพูดเชือดเฉือนนั้นเปรียบเสมือนคมมีดที่กรีดซ้ำรอยแผลเก่า แต่แทนที่หย่งเจิ้นจะโกรธเกรี้ยว เขากลับหัวเราะออกมาในลำคอ—เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความสมเพชตัวเองและความคลุ้มคลั่งที่ควบคุมไม่ได้ มือหนารวบเอวคอดกิ่วของนางเข้าหาตัวอย่างแรงจนแผ่นอกของทั้งคู่แนบชิดกัน ลมหายใจร้อนผ่าวปะทะกันจนแทบหลอมละลาย
"ปากคอเราะร้ายนักนะ... ข้าจะลงโทษเจ้าให้สาสมกับความอวดดีนี้"
หย่งเจิ้นไม่รอให้อำนาจการควบคุมตกเป็นของนางอีกต่อไปริมฝีปากหนาร้อนระอุประกบลงบนเรียวปากอิ่มทันทีอย่างไร้ความปรานี จูบนั้นดุดัน หิวกระหาย และเปี่ยมไปด้วยความโหยหาที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้หน้ากากความเย็นชามาเนิ่นนาน หลินเฟยเบิกตากว้างด้วยความตกใจ นางพยายามจะเบือนหน้าหนีและทุบตีแผงอกกว้างเพื่อประท้วง แต่เรี่ยวแรงอันน้อยนิดหรือจะสู้แรงของจอมทัพผู้ผ่านศึกสงครามมานับไม่ถ้วน
มือข้างหนึ่งของเขาตรึงท้ายทอยของนางไว้บังคับให้รับรสจูบอันเร่าร้อนอย่างจำยอม ส่วนมืออีกข้างโอบกระชับเอวคอดจนแทบหักคามือ ลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาในโพรงปาก กวาดต้อนความหวานล้ำและกลิ่นหอมของสมุนไพรจันทร์โฉมที่ติดอยู่บนริมฝีปากของนาง ความคุ้นเคยจากอดีตชาติ... สัมผัสที่เคยทำให้เธอดำดิ่งสู่นรกอเวจี บัดนี้กลับจุดประกายไฟพิศวาสที่นางพยายามฝังกลบให้ตายไปพร้อมกับหัวใจที่ด้านชา
ความโกรธแค้นและความต้องการลึกๆ ตีรันกันอยู่ในอก หลินเฟยเปลี่ยนจากการขัดขืนเป็นตอบโต้ นางกัดริมฝีปากของเขาจนได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ รสชาติเค็มปร่าของเลือดกระตุ้นให้หย่งเจิ้นยิ่งคำรามในลำคอด้วยความคลั่งไคล้ เขาผละริมฝีปากออกเล็กน้อยเพื่อให้2ร่างได้หอบหายใจโกกโกยออกซิเจน ดวงตาทั้งคู่ต่างลุกโชนด้วยไฟราคะที่ยากจะดับมอด
"เจ้าเกลียดข้า... ใช่ไหม?" เขากระซิดชิดริมฝีปากของนาง เสียงนั้นแหบพร่าสั่นเครือ "เกลียดข้าให้พอ หลินเฟย... แต่จำไว้ว่า ร่างกายและจิตวิญญาณของเจ้า เป็นของข้า... เป็นของข้ามาตั้งแต่ต้น!"
"ฝ่าบาททรงฝันกลางวันอยู่หรือเพคะ?" นางเค้นเสียงหัวเราะเยาะหยัน แม้ว่าร่างกายจะเริ่มสั่นเทิ้มด้วยฤทธิ์สัมผัสของเขา "หม่อมฉันในวันนี้ ไม่ใช่นักโทษผู้โง่งมคนเดิมที่รอคอยเศษความรักจากพระองค์อีกต่อไปแล้ว..."
"งั้นก็พิสูจน์ให้ข้าเห็นสิ... ว่าเจ้าไม่รู้สึกอะไรเลย"
หย่งเจิ้นไม่อดทนรอฟังคำปฏิเสธอีกต่อไป เขาอุ้มร่างระหงของนางขึ้นด้วยมือเดียวจนเรียวขาเนียนเกี่ยวรอบเอวสอบของเขาโดยอัตโนมัติ อาภรณ์แพรไหมสีเพลิงร่นกองขึ้นจนเผยให้เห็นสัดส่วนเย้ายวนที่สั่นไหวไปตามแรงอารมณ์ เขาวางร่างนางลงบนโต๊ะหยกยาวในห้องเครื่อง เสียงเครื่องกระเบื้องและขวดโหลสมุนไพรหล่นกระจายแตกละเอียดบนพื้น แต่ไม่มีใครสนใจเสียงเหล่านั้นอีกแล้ว
ความเย็นเยือกของแผ่นหยกตัดกับความร้อนระอุจากผิวเนื้อที่แนบชิด หย่งเจิ้นก้มลงซุกไซ้ซอกคอขาวผ่อง ขบเม้มผิวเนียนจนเกิดรอยกุหลาบสีแดงเข้มเพื่อตีตราจองความเป็นเจ้าของ มือหนาลูบไล้ไปตามเรียวขาและสะโพกอิ่มอย่างเร่าร้อน ปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนที่ถูกกดทับไว้ใต้กฎเกณฑ์วังหลวงอันเคร่งครัด หลินเฟยแอ่นกายรับสัมผัสโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกวาบหวามแล่นพล่านไปทั่วไขสันหลัง นางกัดริมฝีปากตัวเองแน่นเพื่อไม่ให้เผลอครางเสียงน่าอายออกมาต่อหน้าบุรุษผู้เป็นต้นเหตุแห่งความช้ำตรอมในอดีต
สติของนางกำลังจะหลุดลอย ร่างกายทรยศต่อความตั้งใจเมื่อความอบอุ่นอันหนักหน่วงรุกรานเข้ามาหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว เสียงหอบหายใจของทั้งคู่ประสานกันก้องห้องเครื่องที่ปิดทึบ ความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยแรงแค้นและความโหยหาถูกขับเคลื่อนด้วยความเร่าร้อนอันดุเดือด ราวกับจะแผดเผาอดีตอันเจ็บปวดให้มอดไหม้กลายเป็นจุลไปในค่ำคืนนี้
ทว่า... ในจังหวะที่อารมณ์รักและแรงแค้นกำลังถึงจุดสูงสุด เสียงฝีเท้าฝีหนาของฝีเท้าเล็กๆ พร้อมกับเสียงใสปนงอแงก็ดังขึ้นจากหน้าประตูห้องเครื่องที่เปิดแง้มไว้
"ท่านแม่ครับ... ท่านแม่เสด็จไปนานเกินไปแล้วนะ ฮ่องเต้ใจร้ายคนนั้นแอบตามมาหรือเปล่าครับ?"
เสียงของเด็กชายวัยราวสี่ขวบที่ยืนอยู่ตรงธรณีประตู ทำให้ร่างทั้งสองบนโต๊ะหยกแข็งค้างราวกับถูกสาป หย่งเจิ้นชะงักกкаรเคลื่อนไหว ดวงตาดำสนิทเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อหันไปมองเด็กน้อยผู้มีใบหน้าถอดแบบมาจากเขาอย่างไม่ผิดเพี้ยน... และในวินาทีนั้นเอง สายตาก็เหลือบไปเห็นหีบไม้เปิดแง้มบนโต๊ะข้างๆ ที่มีกระดาษปึกหนึ่งหล่นออกมา ข้อความบนนั้นปรากฏตัวอักษรชัดเจนว่าเป็น "บันทึกการตรวจอายุและอัตลักษณ์สายเลือดหลวง" ที่ระบุความจริงซึ่งเขาไม่มีวันปฏิเสธได้อีกต่อไป!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยหัวใจที่เต้นระรัวนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
จักรพรรดินีผู้ถูกสาปกับอดีตสวามีที่ไร้ค่า•ตอนที่ 3
กลิ่นอายที่คุ้นเคย
ผลงานโดย มิคายามวิกาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดินีผู้ถูกสาปกับอดีตสวามีที่ไร้ค่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!