จักรพรรดินีผู้ถูกสาปกับอดีตสวามีที่ไร้ค่า•ตอนที่ 5

กับดักความใคร่

ผลงานโดย มิคายามวิกาล
กลิ่นอายกำยานพันปีเผาไหม้จนส่งกลิ่นฉุนกึกอบอวลไปทั่วตำหนักเหวินฮั่ว ความเงียบงันในยามดึกสงัดถูกขับเน้นให้วังเวงยิ่งขึ้นด้วยเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ก้าวเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหน้าม่านโปร่งสีนิล หลินเฟยไม่แม้แต่จะชายตามองร่างสูงสง่าที่ทอดเงาทาบทับลงบนผืนผ้า นางยังคงรินสุราลงจอกหยกด้วยมือเรียวที่นิ่งสนิท ราวกับสตรีผู้ไร้ซึ่งความหวาดหวั่นต่ออำนาจสูงสุดแห่งแผ่นดิน "เจ้ากล้าดียังไง ถึงเรียกหาเรายามวิกาลเช่นนี้... หลินเฟย" สุรเสียงทุ้มต่ำที่เคยเยียบเย็นและทรงอำนาจ บัดนี้กลับเจือด้วยความกระวนกระวายอย่างปิดไม่มิด ฮ่องเต้หย่งเจิ้นกวาดสายตาคมกริบมองอดีตมเหสีที่เขาเคยเหยียบย่ำให้จมดิน ทว่าในยามนี้นางกลับสวมอาภรณ์บางเบาราวปีกจักจั่น สีขาวบริสุทธิ์ตัดกับเรือนร่างเย้ายวนที่ซ่อนเร้นภายใต้เนื้อผ้าบางเบາ ยิ่งขับเน้นสัดส่วนโค้งเว้าให้เด่นชัดจนลมหายใจของพระองค์สะดุดกึก หลินเฟยแย้มสรسวลน้อยๆ รอยยิ้มที่เคลือบยาพิษแต่กลับงดงามหยาดเยิ้มจนหัวใจคนมองกระตุกวูบ นางวางจอกสุราลงบนโต๊ะไม้กฤษณา ก่อนจะลุกขึ้นยืนช้าๆ ราวกับพญาหงส์ที่กำลังกางปีกร่ายรำท่ามกลางกองเพลิง "หม่อมฉันเพียงแต่คิดถึง... วันวานที่ฝ่าบาทเคยโปรดปรานเพคะ" น้ำเสียงหวานหยดเอื้อnเอ่ยออกมาเบาหวิว ทว่าทุกคำกลับกรีดแทงลึกลงไปในโสตประสาทของบุรุษผู้สูงศักดิ์ หย่งเจิ้นก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกผิดบาปที่กัดกินหัวใจมาเนิ่นนานพลุ่งพล่านขึ้นมาตีรวนกับความปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ถูกปลุกเร้า ดวงเนตรคมกริบจดจ้องเรือนร่างของนางราวกับถูกสะกดจิต "เจ้ากล้าดึงดันจะเล่นกับไฟหรือ หลินเฟย? เจ้าก็รู้ว่าเราไม่ใช่บุรุษผู้ใจดีเหมือนในอดีตอีกแล้ว" "ไฟหรือเพคะ?" หลินเฟยหัวسเราะเบาๆ ในลำคอ นางก้าวเข้าไปประชิดร่างสูงใหญ่ กลิ่นกายหอมหวานเย้ายวนดั่งดอกไม้พิษยามค่ำคืนโชยเข้าแตะนาสิกจนหย่งเจิ้นต้องสูดลมหายใจเข้าลึกโดยไม่รู้ตัว นิ้วเรียวดั่งลำเทียนของนางเอื้อมไปแตะบนอกเสื้อของฮ่องเต้แผ่วเบา ลากไล้ผ่านแผงอกกว้างที่สะท้อนขึ้นลงตามจังหวะลมหายใจที่เริ่มติดขัด "หม่อมฉันต่างหาก... ที่เป็นผู้จุดไฟดวงนี้ขึ้นมา และฝ่าบาทก็เป็นเพียงแมลงเม่าที่โง่เขลา... ที่ยินยอมบินเข้ากองเพลิงด้วยความเต็มใจ" สิ้นคำท้าทาย หย่งเจิ้นก็หมดสิ้นความอดกลั้น พระองค์คว้าเอวบางเข้าหาตัวอย่างแรงจนร่างของทั้งสองแนบชิดไร้ช่องว่าง ความโกรธเกรี้ยว ความสำนึกผิด และความลุ่มหลงที่สะสมมานานนับปีระเบิดออกในคราเดียว พระโอษฐ์ร้อนผ่าวประทับจูบลงบนริมฝีปากอิ่มของนางอย่างดุดันและเรียกร้อง เป็นรสจูบที่ทั้งลงโทษและวิงวอน เป็นความรุนแรงที่แฝงไว้ด้วยความหิวกระหายราวกับคนอดอยากมาเนิ่นนาน หลินเฟยเผยอริมฝีปากรับสัมผัสอันเร่าร้อนนั้นอย่างยินยอมพร้อมใจ ดวงตากลมโตคู่สวยพราวระยับด้วยประกายแห่งความสะใจและความแค้นที่ได้รับการชำระ นางไม่ได้เป็นฝ่ายถูกกระทำอีกต่อไปแล้ว ในเกมนี้ นางคือผู้ควบคุมทุกสิ่งทุกอย่าง ฝ่ามือหนาของฮ่องเต้ลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเนียนนุ่มภายใต้เนื้อผ้าบางเบา ความปรารถนาอันเร่าร้อนแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กายจนแทบคลุ้มคลั่ง พระองค์อุ้มร่างบางขึ้นแนบอกแล้วก้าวไปที่เตียงนอนกว้างอย่างรวดเร็ว ราวกับราชสีห์ที่ตะครุบเหยื่ออันโอชารสเข้าสู่ถ้ำมืดมิด อาภรณ์ทีละชิ้นถูกปลดเปลื้องออกท่ามกลางแสงเทียนที่ไหววูบ สัมผัสแห่งผิวเนื้อที่แนบชิดกันสร้างกระแสไฟฟ้าแล่นพล่านไปทั่วร่าง บรรยากาศภายในห้องบรรทมร้อนระอุขึ้นจนแทบแผดเผา ลมหายใจหอบกระชั้นประสานกันเป็นจังหวะแห่งความเร่าร้อน หย่งเจิ้นซุก1ใบหน้าลงกับซอกคอขาวผ่อง ขบเม้มและสร้างรอยรักสีสว่างเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ ขณะที่มือใหญ่อีกข้างเคล้นคลึงเรือนร่างอวบอิ่มอย่างเอาแต่ใจ "เฟยเอ๋อร์..." พระองค์ครางเรียกชื่อนางด้วยน้ำเสียงพร่าสั่นและเว้าวอน ราวกับสูญสิ้นสติสัมปชัญญะไปสิ้นเชิง "เจ้ากำลังแผดเผาเรา... เจ้าทำให้เราคลั่งตายอยู่แล้ว" หลินเฟยแหงนเงยลำคอระหงขึ้นรับสัมผัสอันวาบหวามนั้น รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากในยามที่ฮ่องเต้แห่งแคว้นผู้ยิ่งใหญ่กำลังซบหน้าลงอ้อนวอนความรักจากนาง นางยกแขนขึ้นโอบรอบลำคอแกร่ง ดึงรั้งพระองค์ลงมามอบจูบที่ดูดดื่มและลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม ร่างกายของทั้งสองสอดประสานกันเป็นหนึ่งเดียว ท่ามกลางเสียงหอบหายใจที่ดังระงมและบทเพลงรักอันเร่าร้อนที่ดำเนินไปอย่างไร้ความปรานีต่อกาลเวลา เนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้ที่พายุอารมณ์โหมกระหน่ำจนความสุขสมระเบิดขึ้นในห้วงคำนึง หย่งเจิ้นนอนหอบหายใจรดอยู่บนลาดไหล่เนียนของนาง พระองค์หลับตาลงด้วยความอ่อนระโหยโรยแรงและความอิ่มเอมใจ ทว่าในขณะที่ฮ่องเต้ผู้ยิ่งใหญ่กำลังเคลิบเคลิ้มไปกับความหวานล้ำ หลินเฟยกลับค่อยๆ ลืมตาขึ้น แววตาของนางไม่มีร่องรอยของความหลงใหลแม้แต่น้อย มีเพียงความเย็นเยียบราวน้ำแข็งและประกายตาแห่งแผนการร้ายที่ซ่อนอยู่เบื้องลึก นางเอื้อมมือไปหยิบตราประทับหยกประจำพระองค์ที่วางอยู่ข้างหมอนขึ้นมาพิจารณาช้าๆ รอยยิ้มเย้ยหยันผุดขึ้นที่มุมปากอีกครั้งในยามที่เหลือบมองอดีตสวามีที่นอนหลับสนิทอย่างไร้การระวังตัวในอ้อมกอดของนาง ทว่า ในวินาทีที่นางกำลังจะซ่อนตราประทับนั้นกลับ2ที่ซ่อน เสียงฝีเท้าฝีตีนรีบร้อนของขันทีคนสนิทก็ดังขึ้นที่หน้าประตู พร้อมกับเสียงเคาะรัวเร็วจนน่าตกใจ "ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ... มีราชโองการด่วนจากชายแดน... และ..." ขันทีหน้าซีดเผือดตะโกนรายงานด้วยเสียงสั่นเครือ "มีสตรีลึกลับนางหนึ่ง พร้อมด้วยเด็กชายหน้าตาคล้ายคลึงกับฝ่าบาทราวกับพิมพ์เดียวกัน กำลังบุกมาที่หน้าประตูวังหลวงแล้วพ่ะย่ะค่ะ!" ดวงตาของหลินเฟยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้างไปในทันที ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยหัวใจที่เต้นระรัวนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดินีผู้ถูกสาปกับอดีตสวามีที่ไร้ค่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%