ปลายนิ้วเรียวดั่งหยกสลักของหลินเฟยจงใจลากผ่านสันกรามคมสันที่เต็มไปด้วยไรเคราจางๆ ของบุรุษผู้เคยเหยียบย่ำนางไว้ใต้ฝ่าเท้า
ความเงียบงันภายในตำหนักส่วน
ณ ค่ำคืนที่แสงจันทร์สาดส่องผ่านม่านโปร่งสีนวล ช่างอัดแน่นไปด้วยแรงปรารถนาอันบิดเบี้ยวและโทสะที่แผดเผาจนแทบหลอมละลาย หย่งเจิ้น ฮ่องเต้ผู้ยิ่งใหญ่แห่งแผ่นดิน บัดนี้กลับคุกเข่าลงแทบเท้าของสตรีที่เขาเคยขับไสไล่ส่ง
ดวงเนตรคมกريบของโอรสสวรรค์สั่นระริกเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น เจือด้วยความตัณหาที่ถูกกักขฬะไว้ภายใต้กรอบของศีลธรรมอันเปราะบาง
"ชู้รักอย่างนั้นหรือ..." เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเล็ดลอดออกมาจากลำคอของฮ่องเต้หย่งเจิ้น ขณะที่สายตาของพระองค์มิอาจละไปจากริมฝีปากอิ่มสีชาดที่เหยียดยิ้มเยาะเย้ย "เจ้ารู้ดี... หลินเฟย ว่าสำหรับ朕แล้ว ในยามนี้ไม่มีผู้ใดในใต้หล้ามีความสำคัญไปกว่าเจ้าอีกแล้ว เหตุใดจึงต้องทรมาน朕ด้วยคำพูดเหล่านี้"
"ทรมานหรือเพคะ?" หลินเฟยแค่นหัวเราะเบาๆ น้ำเสียงของนางเย็นชาดั่งน้ำค้างแข็งในเหมันตฤดู แต่นัยน์ตากลับพราวระยับด้วยประกายแห่งความสะใจที่ได้เห็นมังกรผู้หยิ่งผยองยอมสยบแทบตัก "หม่อมฉันเป็นเพียงอดีตพระมเหสีผู้ไร้ค่า ไฉนเลยจะกล้าทรมานฝ่าบาทผู้ทรงทศพิธราชธรรมได้เล่าเพคะ... เพียงแต่ ข่าวลือในวังหลังมันหนาหูเสียเหลือเกิน ว่าองค์ชายต่างเมืองผู้นั้นมักจะส่งจดหมายรักมาให้หม่อมฉันไม่เว้นแต่ละวัน..."
สิ้นคำ นางก็แกล้งทำเป็นหมุนกายจะผละหนี ทว่าข้อมือกลับถูกคว้าไว้ด้วยอุ้งมือหนาที่ร้อนผ่าวราวกับเตาไฟ
แรงดึงเพียงเล็กน้อยส่งผลให้ร่างอรชรเซถลาเข้าไปอยู่ในอ้อมกุศลของมังกรผู้หิวกระหาย หย่งเจิ้นไม่เปิดโอกาสให้นางได้เอื้อnคำใดอีกต่อไป
พระองค์รวบเอวคอดกิ่วของนางเข้าประชิดแนบแน่น ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นสุราและกำยานลอยปะทะเข้ากับซอกคอหอมกรุ่นของนาง
"เจ้าอยากให้朕ลงโทษอย่างไร... หื้ม?" สุระเสียงกระซิบพร่าสั่นแนบชิดใบหู ร้อนผ่าวจนหลินเฟยรู้สึกสะท้านไปถึงสันหลัง
"หากการที่เจ้าเอ่ยถึงชายอื่น เพื่อแลกกับการได้เห็น朕คลุ้มคลั่งด้วยความหึงหวงเช่นนี้... เจ้าก็ทำสำเร็จแล้ว หลินเฟย"
ริมฝีปากหนาทาบทับลงมาอย่างไร้ความปรานี ทว่าเปี่ยมล้นด้วยความโหยหาที่ถูกกักเก็บมาเนิ่นนาน
รสจูบเริ่มต้นด้วยความดุดันราวกับต้องการลงทัณฑ์คนในอ้อมแขนที่กล้าดีมาท้าทายอำนาจมังกร แต่ไม่นานนักก็แปรเปลี่ยนเป็นความนุ่มนวลเว้าวอน เมื่อเรียวลิ้นอุ่นร้อนแทรกซึมผ่านกลีบปากนุ่มเพื่อกอบโกยความหวานล้ำ หลินเฟยสะดุ้งเฮือกเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นวูบหนึ่ง ก่อนที่สัญชาตญาณการเอาชนะจะทำให้นางจูบตอบรับด้วยความเร่าร้อนไม่แพ้กัน
มือเรียวเล็กเลื่อนขึ้นโอบรัดลำคอแกร่ง จิกปลายนิ้วลงบนเส้นผมสีดำสนิท ขบเม้มริมฝีปากของอีกฝ่ายคืนอย่างเอาแต่ใจ สร้างความเร่าร้อนที่สั่นสะท้านไปทั่วสรรพางค์กาย
ความเงียบในตำหนักถูกแทนที่ด้วยเสียงหอบหายใจกระชั้นชิด ชุดคลุมผ้าไหมเนื้อดีร่วงหล่นลงพื้นทีละชิ้นอย่างไร้ระเบียบ
ผิวเนื้อเนียนละเอียดดั่งไข่มุกราตรีของหลินเฟยยามต้องแสงจันทร์ ช่างเย้ายวนจนหย่งเจิ้นแทบคลั่ง
พระองค์ตรัสสิ่งใดไม่ออกอีกต่อไป นอกจากก้มลงปรนเปรอความสارสมด้วยความหลงใหลที่โง่งม
สัมผัสจากริมฝีปากและปลายนิ้วที่ลูบไล้ไปตามเรือนร่างอรชร ราวกับเป็นการชดเชยบาปหนาในอดีต หย่งเจิ้นจูบซับหยาดน้ำตาที่เอ่อคลอเบ้าตาของนางอย่างทะนุถนอมในขณะเดียวกันก็รุกเร้าอย่างหนักหน่วง บทเพลงรักอันเร่าร้อนและลึกซึ้งดำเนินไปท่ามกลางเสียงครางแผ่วเบาที่เล็ดลอดริมฝีปาก ความเจ็บปวดในอดีตถูกหลอมละลายหายไปกับหยาดเหงื่อและความสุขสมที่โถมซัดเข้าใส่กันซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนร่างทั้งร่างสั่นเทิ้มด้วยแรงอารมณ์ที่พุ่งทะยานสู่จุดสูงสุด
เนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้ที่พายุอารมณ์สงบลง...
หลินเฟยหอบหายใจสะท้าน นอนพักกายอยู่บนเตียงนอนกว้าง
เส้นผมสีดำสยายเต็มหมอน ขับให้ใบหน้าหวานหยาดเยิ้มดูงดงามราวกับภูตสาวพรายน้ำ
ขณะที่หย่งเจิ้นยังคงกอดรัดนางไว้แนบแน่น ฝังพระพักตร์ลงกับลาดไหล่เนียนมน ประทับรอยจูบแผ่วเบาอย่างคนสำนึกผิด
"ทีนี้... พอใจฝ่าบาทแล้วหรือยังเพคะ?" หลินเฟยเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงของนางยังคงราบเรียบ ไร้ซึ่งความอ่อนหวานอย่างที่สตรีทั่วไปควรมี
หย่งเจิ้นเงยพระพักตร์ขึ้น สบตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งทระนง "朕จะทำทุกอย่างตามที่เจ้าต้องการ... หลินเฟย ขอเพียงแค่เจ้าไม่จาก朕ไปไหนอีก"
"เช่นนั้น..." หลินเฟยแย้มยิ้มร้ายกาจ เป็นรอยยิ้มที่ทำให้หย่งเจิ้นรู้สึกหนสันหลังวาบ "หากฝ่าบาททรงตรัสเช่นนั้นจริง... พรุ่งนี้เช้า หม่อมฉันต้องการให้พระองค์ประกาศยกเลิกตำแหน่งของพระมเหสีองค์ปัจจุบัน และคืนความยุติธรรมให้กับตระกูลหลินของหม่อมฉันทั้งหมด... รวมถึง... หยิบกระดาษพู่กันมาเขียน 'ใบหย่า' ให้หม่อมฉันด้วยเพคะ"
"เจ้าว่าอย่างไรนะ?!" ฮ่องเต้หย่งเจิ้นผุดลุกขึ้นนั่งทันที สีพระพักตร์ซีดเผือดลงถนัดตา
แต่ยังไม่ทันที่หย่งเจิ้นจะได้เอ่ยคำใดแก้ตัว เสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังขึ้นที่หน้าประตูตำหนัก พร้อมกับเสียงขันทีคนสนิทที่ร้องตะโกนด้วยความตื่นตระหนกจนเสียงหลง
"ฝ่าบาท! ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
หย่งเจิ้นขมวดพระขนมด้วยความไม่พอใจ ตะคอกกลับไปเสียงกร้าว "มีเรื่องอันใด ถึงกล้าบังอาจมารบกวนยามวิกาลเช่นนี้!"
ขันทีเฒ่าผลักประตูเข้ามาโดยไม่รออนุญาต ร่างทั้งร่างสั่นเทิ้ม คุกเข่าลงกับพื้นจนศีรษะแทบชิดติดแผ่นหิน พร้อมกับยื่นม้วนสาส์นฉบับหนึ่งขึ้นเหนือหัวด้วยมือที่สั่นระริก
"มี... มีองค์ชายพระองค์น้อย แอบลัก lột เข้ามาในเขตพระราชฐานชั้นในพ่ะย่ะค่ะ... และ... และเด็กน้อยคนนั้น... หน้าตาละม้ายคล้ายคลึงกับฝ่าบาทราวกับแกะพิมพ์เดียวกันเลยพ่ะย่ะค่ะ!"
หลินเฟยที่นอนเอกเขนกอยู่บนเตียง ชำเลืองมองม้วนสาส์นในมือขันทีแวบหนึ่ง ก่อนจะยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเยือกเย็นที่ลึกล้ำเกินกว่าใครจะคาดเดา
**************************************************
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "มิคายามวิกาล" เสมอมานะคะ!
จักรพรรดินีผู้ถูกสาปกับอดีตสวามีที่ไร้ค่า•ตอนที่ 17
การลงโทษที่น่าอาย
ผลงานโดย มิคายามวิกาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดินีผู้ถูกสาปกับอดีตสวามีที่ไร้ค่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!