จักรพรรดินีผู้ถูกสาปกับอดีตสวามีที่ไร้ค่า•ตอนที่ 17

การลงโทษที่น่าอาย

ผลงานโดย มิคายามวิกาล
ปลายนิ้วเรียวดั่งหยกสลักของหลินเฟยจงใจลากผ่านสันกรามคมสันที่เต็มไปด้วยไรเคราจางๆ ของบุรุษผู้เคยเหยียบย่ำนางไว้ใต้ฝ่าเท้า ความเงียบงันภายในตำหนักส่วน ณ ค่ำคืนที่แสงจันทร์สาดส่องผ่านม่านโปร่งสีนวล ช่างอัดแน่นไปด้วยแรงปรารถนาอันบิดเบี้ยวและโทสะที่แผดเผาจนแทบหลอมละลาย หย่งเจิ้น ฮ่องเต้ผู้ยิ่งใหญ่แห่งแผ่นดิน บัดนี้กลับคุกเข่าลงแทบเท้าของสตรีที่เขาเคยขับไสไล่ส่ง ดวงเนตรคมกريบของโอรสสวรรค์สั่นระริกเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น เจือด้วยความตัณหาที่ถูกกักขฬะไว้ภายใต้กรอบของศีลธรรมอันเปราะบาง "ชู้รักอย่างนั้นหรือ..." เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเล็ดลอดออกมาจากลำคอของฮ่องเต้หย่งเจิ้น ขณะที่สายตาของพระองค์มิอาจละไปจากริมฝีปากอิ่มสีชาดที่เหยียดยิ้มเยาะเย้ย "เจ้ารู้ดี... หลินเฟย ว่าสำหรับ朕แล้ว ในยามนี้ไม่มีผู้ใดในใต้หล้ามีความสำคัญไปกว่าเจ้าอีกแล้ว เหตุใดจึงต้องทรมาน朕ด้วยคำพูดเหล่านี้" "ทรมานหรือเพคะ?" หลินเฟยแค่นหัวเราะเบาๆ น้ำเสียงของนางเย็นชาดั่งน้ำค้างแข็งในเหมันตฤดู แต่นัยน์ตากลับพราวระยับด้วยประกายแห่งความสะใจที่ได้เห็นมังกรผู้หยิ่งผยองยอมสยบแทบตัก "หม่อมฉันเป็นเพียงอดีตพระมเหสีผู้ไร้ค่า ไฉนเลยจะกล้าทรมานฝ่าบาทผู้ทรงทศพิธราชธรรมได้เล่าเพคะ... เพียงแต่ ข่าวลือในวังหลังมันหนาหูเสียเหลือเกิน ว่าองค์ชายต่างเมืองผู้นั้นมักจะส่งจดหมายรักมาให้หม่อมฉันไม่เว้นแต่ละวัน..." สิ้นคำ นางก็แกล้งทำเป็นหมุนกายจะผละหนี ทว่าข้อมือกลับถูกคว้าไว้ด้วยอุ้งมือหนาที่ร้อนผ่าวราวกับเตาไฟ แรงดึงเพียงเล็กน้อยส่งผลให้ร่างอรชรเซถลาเข้าไปอยู่ในอ้อมกุศลของมังกรผู้หิวกระหาย หย่งเจิ้นไม่เปิดโอกาสให้นางได้เอื้อnคำใดอีกต่อไป พระองค์รวบเอวคอดกิ่วของนางเข้าประชิดแนบแน่น ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นสุราและกำยานลอยปะทะเข้ากับซอกคอหอมกรุ่นของนาง "เจ้าอยากให้朕ลงโทษอย่างไร... หื้ม?" สุระเสียงกระซิบพร่าสั่นแนบชิดใบหู ร้อนผ่าวจนหลินเฟยรู้สึกสะท้านไปถึงสันหลัง "หากการที่เจ้าเอ่ยถึงชายอื่น เพื่อแลกกับการได้เห็น朕คลุ้มคลั่งด้วยความหึงหวงเช่นนี้... เจ้าก็ทำสำเร็จแล้ว หลินเฟย" ริมฝีปากหนาทาบทับลงมาอย่างไร้ความปรานี ทว่าเปี่ยมล้นด้วยความโหยหาที่ถูกกักเก็บมาเนิ่นนาน รสจูบเริ่มต้นด้วยความดุดันราวกับต้องการลงทัณฑ์คนในอ้อมแขนที่กล้าดีมาท้าทายอำนาจมังกร แต่ไม่นานนักก็แปรเปลี่ยนเป็นความนุ่มนวลเว้าวอน เมื่อเรียวลิ้นอุ่นร้อนแทรกซึมผ่านกลีบปากนุ่มเพื่อกอบโกยความหวานล้ำ หลินเฟยสะดุ้งเฮือกเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นวูบหนึ่ง ก่อนที่สัญชาตญาณการเอาชนะจะทำให้นางจูบตอบรับด้วยความเร่าร้อนไม่แพ้กัน มือเรียวเล็กเลื่อนขึ้นโอบรัดลำคอแกร่ง จิกปลายนิ้วลงบนเส้นผมสีดำสนิท ขบเม้มริมฝีปากของอีกฝ่ายคืนอย่างเอาแต่ใจ สร้างความเร่าร้อนที่สั่นสะท้านไปทั่วสรรพางค์กาย ความเงียบในตำหนักถูกแทนที่ด้วยเสียงหอบหายใจกระชั้นชิด ชุดคลุมผ้าไหมเนื้อดีร่วงหล่นลงพื้นทีละชิ้นอย่างไร้ระเบียบ ผิวเนื้อเนียนละเอียดดั่งไข่มุกราตรีของหลินเฟยยามต้องแสงจันทร์ ช่างเย้ายวนจนหย่งเจิ้นแทบคลั่ง พระองค์ตรัสสิ่งใดไม่ออกอีกต่อไป นอกจากก้มลงปรนเปรอความสارสมด้วยความหลงใหลที่โง่งม สัมผัสจากริมฝีปากและปลายนิ้วที่ลูบไล้ไปตามเรือนร่างอรชร ราวกับเป็นการชดเชยบาปหนาในอดีต หย่งเจิ้นจูบซับหยาดน้ำตาที่เอ่อคลอเบ้าตาของนางอย่างทะนุถนอมในขณะเดียวกันก็รุกเร้าอย่างหนักหน่วง บทเพลงรักอันเร่าร้อนและลึกซึ้งดำเนินไปท่ามกลางเสียงครางแผ่วเบาที่เล็ดลอดริมฝีปาก ความเจ็บปวดในอดีตถูกหลอมละลายหายไปกับหยาดเหงื่อและความสุขสมที่โถมซัดเข้าใส่กันซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนร่างทั้งร่างสั่นเทิ้มด้วยแรงอารมณ์ที่พุ่งทะยานสู่จุดสูงสุด เนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้ที่พายุอารมณ์สงบลง... หลินเฟยหอบหายใจสะท้าน นอนพักกายอยู่บนเตียงนอนกว้าง เส้นผมสีดำสยายเต็มหมอน ขับให้ใบหน้าหวานหยาดเยิ้มดูงดงามราวกับภูตสาวพรายน้ำ ขณะที่หย่งเจิ้นยังคงกอดรัดนางไว้แนบแน่น ฝังพระพักตร์ลงกับลาดไหล่เนียนมน ประทับรอยจูบแผ่วเบาอย่างคนสำนึกผิด "ทีนี้... พอใจฝ่าบาทแล้วหรือยังเพคะ?" หลินเฟยเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงของนางยังคงราบเรียบ ไร้ซึ่งความอ่อนหวานอย่างที่สตรีทั่วไปควรมี หย่งเจิ้นเงยพระพักตร์ขึ้น สบตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งทระนง "朕จะทำทุกอย่างตามที่เจ้าต้องการ... หลินเฟย ขอเพียงแค่เจ้าไม่จาก朕ไปไหนอีก" "เช่นนั้น..." หลินเฟยแย้มยิ้มร้ายกาจ เป็นรอยยิ้มที่ทำให้หย่งเจิ้นรู้สึกหนสันหลังวาบ "หากฝ่าบาททรงตรัสเช่นนั้นจริง... พรุ่งนี้เช้า หม่อมฉันต้องการให้พระองค์ประกาศยกเลิกตำแหน่งของพระมเหสีองค์ปัจจุบัน และคืนความยุติธรรมให้กับตระกูลหลินของหม่อมฉันทั้งหมด... รวมถึง... หยิบกระดาษพู่กันมาเขียน 'ใบหย่า' ให้หม่อมฉันด้วยเพคะ" "เจ้าว่าอย่างไรนะ?!" ฮ่องเต้หย่งเจิ้นผุดลุกขึ้นนั่งทันที สีพระพักตร์ซีดเผือดลงถนัดตา แต่ยังไม่ทันที่หย่งเจิ้นจะได้เอ่ยคำใดแก้ตัว เสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังขึ้นที่หน้าประตูตำหนัก พร้อมกับเสียงขันทีคนสนิทที่ร้องตะโกนด้วยความตื่นตระหนกจนเสียงหลง "ฝ่าบาท! ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" หย่งเจิ้นขมวดพระขนมด้วยความไม่พอใจ ตะคอกกลับไปเสียงกร้าว "มีเรื่องอันใด ถึงกล้าบังอาจมารบกวนยามวิกาลเช่นนี้!" ขันทีเฒ่าผลักประตูเข้ามาโดยไม่รออนุญาต ร่างทั้งร่างสั่นเทิ้ม คุกเข่าลงกับพื้นจนศีรษะแทบชิดติดแผ่นหิน พร้อมกับยื่นม้วนสาส์นฉบับหนึ่งขึ้นเหนือหัวด้วยมือที่สั่นระริก "มี... มีองค์ชายพระองค์น้อย แอบลัก lột เข้ามาในเขตพระราชฐานชั้นในพ่ะย่ะค่ะ... และ... และเด็กน้อยคนนั้น... หน้าตาละม้ายคล้ายคลึงกับฝ่าบาทราวกับแกะพิมพ์เดียวกันเลยพ่ะย่ะค่ะ!" หลินเฟยที่นอนเอกเขนกอยู่บนเตียง ชำเลืองมองม้วนสาส์นในมือขันทีแวบหนึ่ง ก่อนจะยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเยือกเย็นที่ลึกล้ำเกินกว่าใครจะคาดเดา ************************************************** ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "มิคายามวิกาล" เสมอมานะคะ!
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดินีผู้ถูกสาปกับอดีตสวามีที่ไร้ค่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%