จักรพรรดินีผู้ถูกสาปกับอดีตสวามีที่ไร้ค่า•ตอนที่ 11

คำสารภาพที่สายเกินไป

ผลงานโดย มิคายามวิกาล
กลิ่นอายของกำยานหมื่นลี้ยังคงลอยอวลอยู่ในตำหนักบูรพา ทว่าบรรยากาศกลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก หลินเฟยนั่งนิ่งอยู่บนตั่งไม้แกะสลักลวดลายหงส์เคียงมังกร ปลายเรียวเล็บที่ถูกย้อมด้วยสีชาดแตะลงบนถ้วยชาอุ่นอย่างเชื่องช้า ดวงตาดอกท้อคู่คมกริบกวาดมองบุรุษผู้ครั้งหนึ่งเคยเหยียบย่ำหัวใจนางจนแหลقสลาย บัดนี้กลับคุกเข่าลงเบื้องหน้าด้วยท่าทีที่ไร้ซึ่งศักดิ์ศรีของโอรสสวรรค์ "เจ้าอยากอธิบายอะไรหรือเพคะ... ฝ่าบาท" น้ำเสียงของหลินเฟยราบเรียบ ราวกับกำลังไต่ถามถึงดินฟ้าอากาศ ไม่ใช่เรื่องราวความตายและความเจ็บปวดที่นางเคยเผชิญในอดีต ฮ่องเต้หย่งเจิ้นเงยพระพักตร์ขึ้น ดวงเนตรคมเข้มที่เคยฉายแววเย่อหยิ่งและเย็นชา บัดนี้กลับแดงก่ำเต็มไปด้วยความร้าวราน พระองค์พยายามเอื้อมพระหัตถ์สั่นเทาหมายจะแตะต้องชายฉลองพระองค์ของนาง แต่มือคู่นั้นกลับต้องชะงักค้างกลางอากาศ เมื่อหลินเฟยขยับกายถอยห่างอย่างรังเกียจเดียดฉันท์ชัดเจน "เฟยเอ๋อร์... เจ้าฟังพี่ก่อน ในวันนั้น... พี่ไม่มีทางเลือก" สุรเสียงของบุรุษผู้ยิ่งใหญ่สั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ "ราชสำนักกำลังปั่นป่วน ขุนนางฝ่ายเหนือจ้องจะโค่นล้มบัลลังก์ หากพี่แสดงความรักหรือปกป้องเจ้าอย่างเปิดเผย เจ้าจะกลายเป็นเป้าหมายแรกที่พวกมันกำจัด... พี่ผลักไสเจ้า หมางเมินเจ้า และปล่อยให้สนธิ์สนมพวกนั้นรังแกเจ้า ก็เพื่อตบตาพวกมัน..." "ฮ่าๆ..." หลินเฟยหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความสมเพชเวทนา นางป้องปากเล็กน้อยก่อนจะปรายตามองพระองค์ด้วยแววตาดุจคมมีดน้ำแข็ง "เพื่อตบตาพวกมัน? เพคะ... ช่างเป็นข้อแก้ตัวที่ยิ่งใหญ่และน่าประทับใจเสียจริง ฝ่าบาทตรัสออกมาได้25อย่างหน้าตาเฉยว่า การส่งคนมาวางยาพิษในสำรับอาหารข้า การปล่อยให้สนมเอกโบยข้าจนแทบปางตายกลางลานหิมะ และการมองดูบุตรในครรภ์ของข้าต้องสิ้นใจไปต่อหน้าต่อตา... ทั้งหมดนั้นคือการ 'ปกป้อง' ข้าอย่างนั้นหรือเพคะ!" ถ้อยคำของนางราวกับคมกระบี่น้ำแข็งที่กรีดแทงเข้าที่กลางพระ hหทัยของหย่งเจิ้นอย่างจัง พระองค์สะอึกจนพระวรกายสั่นสะท้อน รอยแผลเป็นในอดีตที่นางเคยต้องทนรับความโดดเดี่ยวและความเจ็บปวดเจียนตาย ย้อนกลับมาทิ่มแทงพระองค์ในยามนี้เป็นร้อยเท่าพันทวี "พี่รู้ว่าพี่มันเลวทราม..." หย่งเจิ้นกระซิบเสียงพร่า หยาดน้ำตาแห่งความสำนึกผิดร่วงเผาะลงบนพื้นหินอ่อน "พี่โง่เขลา... พี่คิดว่าอำนาจในมือจะปกป้องคนที่เรารักได้ แต่สุดท้าย... มันกลับพรากเจ้าไปจากพี่ เจ้าเกลียดพี่เถอะ จะด่าทอ จะลงทัณฑ์พี่อย่างไรก็ได้ แต่อย่า... อย่าทำราวกับว่าพี่เป็นคนแปลกหน้าเช่นนี้เลย" "คนแปลกหน้า?" หลินเฟยลุกขึ้นยืนช้าๆ ความสูงสง่าและกลิ่นอายของความเป็นจักรพรรดินีที่ถูกสร้างขึ้นจากกองเพลิงแห่งความแค้นแผ่ซ่านไปทั่วห้อง นางก้าวเข้าไปใกล้บุรุษผู้เคยเป็นสวามี ใช้ปลายนิ้วเรียวยาวเชยคางของพระองค์ขึ้นบังคับให้สบตา นางโน้มพระพักตร์เข้าไปใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกัน ดวงตาทั้งสองคู่ประสานกันอย่างดุเดือด "ฝ่าบาททรงเข้าใจผิดแล้ว ข้าไม่ได้มองพระองค์เป็นคนแปลกหน้าหรอกเพคะ..." หลินเฟยแย้มยิ้มเยือกเย็น รอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้มแต่กลับอาบยาพิษ "ข้าแค่มองพระองค์เป็น 'สุนัขตัวหนึ่ง'... สุนัขที่เคยกัดเจ้าของ แล้วตอนนี้กลับมาคลอเคลียร้องขอความเมตตา น่าสมเพช... จนข้าไม่รู้จะเอาความรู้สึกใดมามอบให้ นอกจากความเวทนา" คำพูดนั้นรุนแรงยิ่งกว่าการถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกระหม่อม หย่งเจิ้นเจ็บปวดจนแทบกระอักเลือด แต่พระองค์กลับไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะโกรธขึง ความผิดบาปในอดีตพันธนาการพระองค์ไว้จนดิ้นไม่หลุด ความหลงใหลและโหยหาในตัวสตรีผู้นี้กลับยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นราวกับเปลวเพลิงที่ถูกสุมด้วยเชื้อไฟ ความเร่าร้อน ความดุดัน และความต้องการที่จะครอบครองนางทั้งตัวและหัวใจพลุ่งพล่านขึ้นในอกจนแทบระเบิด "ถ้าเช่นนั้น... เจ้าจะลงทัณฑ์สุนัขตัวนี้อย่างไรดีเล่า หลินเฟย" หย่งเจิ้นแค่นยิ้มหยันให้กับความสิ้นท่าของตนเอง ก่อนที่พระองค์จะใช้แรงเฮือกสุดท้ายกระชากข้อมือเรียวของนางเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว แรงปะทะทำให้ร่างระหงเซถลาเข้าสู่อ้อมอกกว้างโดยไม่ทันตั้งตัว หลินเฟยตกใจเล็กน้อย แต่นางไม่มีทีท่าหวาดกลัว มีเพียงประกายตาเย้ยหยันที่วาบขึ้น "ปล่อยนะเพคะ!" นางตวาดเสียงต่ำ พร้อมกับใช้มืออีกข้างผลักพระอوراจของพระองค์ออก แต่หย่งเจิ้นในยามนี้กลับแข็งแกร่งราวกับภูผา พระองค์รวบเอวคอดกิ่วของนางไว้แน่นด้วยแขนเพียงข้างเดียว ส่วนมืออีกข้างตรึงท้ายทอยของนางไว้ไม่ให้ขยับหนี "ไม่ปล่อย... พี่จะไม่ปล่อยเจ้าไปอีกแล้ว" สุรเสียงทุ้มต่ำพร่าเลือนเต็มไปด้วยความปรารถนาอันดิบเถื่อนและโหยหา หย่งเจิ้นก้มลงประกบพระ oษฐ์ลงบนริมฝีปากอิ่มสีชาดของนางทันที โดยไม่เปิดโอกาสให้หลินเฟยได้เอื้อนเอ่ยปฏิเสธ จุมพิตนั้นไม่ใช่ความอ่อนโยน แต่เป็นการรุกรานที่เร่าร้อน ดุดัน และเปี่ยมไปด้วยความอัดอั้นตันใจนับแรมปี ริมฝีปากหนาบดขยี้กลีบปากนุ่มอย่างเอาแต่ใจ ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างหิวกระหาย หลินเฟยเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ก่อนที่ความโกรธเกรี้ยวจะพวยพุ่งขึ้นมา นางตวัดลิ้นตอบโต้อย่างดุเดือด ขบกัดริมฝีปากของพระองค์จนได้กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง ทว่าความเจ็บปวดนั้นกลับยิ่งปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในตัวบุรุษเพศให้ลุกโชนขึ้นไปอีก หย่งเจิ้นคำรามต่ำในลำคอด้วยความเร่าร้อน พระองค์รั้งร่างบางให้แนบชิดยิ่งขึ้นจนแทบไม่มีช่องว่าง ลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดกันและกันทำให้บรรยากาศในห้องร้อนระอุขึ้นในพริบตา มือหนาลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเนียนนุ่มภายใต้ชุดคลุมผ้าไหม ปลุกเร้าอารมณ์สวาทที่ทั้งสองต่างพยายามกดขี่ไว้ให้ระเบิดออกมา แรงปรารถนาของผู้ใหญ่ที่ผ่านความเจ็บปวดและโหยหากันและกันผสานเข้ากับความแค้นเคือง กลายเป็นรสสัมผัสที่ทั้งวาบหวาม รุนแรง และสะกดใจจนแทบหยุดหายใจ ท่ามกลางความมึนเมาในรสจูบที่ดุเดือดและเร่าร้อน หย่งเจิ้นค่อยๆ อุ้มร่างระหงขึ้นแนบอกโดยริมฝีปากยังคงไม่ผละออกจากกัน พระองค์พาหลินเฟยเดินไปที่เตียงบรรทมกว้างอย่างมั่นคง ความสัมพันธ์อันซับซ้อนที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและการไถ่บาปกำลังจะถูกหลอมรวมเข้าด้วยกันในค่ำคืนนี้... ทว่า ในวินาทีที่พระองค์กำลังจะวางร่างของนางลงบนเตียงนุ่ม เสียงฝีเท้าเล็กๆ พร้อมกับเสียงเจื้อยแจ้วอันคุ้นเคยก็ดังขึ้นที่หน้าประตูตำหนัก "ท่านแม่เพคะ! เสด็จแม่... ลูกวาดรูปดอกเหมืองเสร็จแล้วนะเพคะ!" ร่างของหลินเฟยแข็งทื่อไปชั่วขณะ ดวงตาดอกท้อเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก เช่นเดียวกับหย่งเจิ้นที่ชะงักกึก พระองค์หันพระพักตร์ขวับไปมองยังประตูตำหนักที่กำลังจะถูกผลักเปิดออก พร้อมกับร่างของเด็กหญิงตัวน้อยวัยราวสี่ขวบที่วิ่งดุ๊กดิ๊กเข้ามา โดยที่ในมือถือกระดาษวาดเขียนรูปดอกเหมือง ใบหน้าจิမ်းลิ้มนั้นถอดแบบมาจากหลินเฟยราวกับพิมพ์เดียวกัน... แต่ดวงเนตรคมกริบและสันจมูกโด่งรั้น กลับสะท้อนเงาของโอรสสวรรค์ผู้ยิ่งใหญ่อย่างชัดเจนจนปฏิเสธไม่ได้! มิคายามวิกาล ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความเจ็บปวดและความสะใจนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดินีผู้ถูกสาปกับอดีตสวามีที่ไร้ค่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%