จอกสุราหยกขาวในมือเรียวระหงสั่นไหวเล็กน้อย ตามแรงบีบที่เกร็งจนข้อนิ้วขาวซีด หลินเฟยปรายตามองของเหลวสีชาดในจอกด้วยแววตานิ่งสนิท ดุจผิวน้ำในบึงลึกที่ไร้ระลอกคลื่น ทว่าเบื้องหลังความสงบเยือกเย็นนั้น กลับซ่อนเร้นไว้ด้วยเพลิงโทสะที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งให้เป็นจุล งานเลี้ยงฉลองในตำหนักบูรพาคืนนี้เต็มไปด้วยเสียงดนตรีบรรเลงอ้อยอิ่งและกลิ่นหอมของกำยานราคาแพง ทว่าสำหรับนางแล้ว มันไม่ต่างอะไรกับลานประหารที่ถูกโรยด้วยกลีบกุหลาบ
กลิ่นอายอันตรายลอยวนอยู่ในอากาศ เมื่อสายตาของนางปะทะเข้ากับร่างสูงสง่าของฮ่องเต้หย่งเจิ้นที่ประทับอยู่เบื้องบน พระองค์กำลังทอดพระเนตรมองมาที่นางด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความลุ่มหลง โหยหา และสำนึกผิด—สายตาที่น่าสมเพชเวทนาจนนางนึกอยากจะหัวเราะออกมาดังๆ
*เด็กชายหน้าเหมือนพระองค์งั้นหรือ?*
ความลับที่นางเฝ้าปกป้องด้วยชีวิต ยอมก้มหัวให้ความอยุติธรรม และอดทนกลืนเลือดต่างน้ำมานานนับปี บัดนี้กำลังจะกลายเป็นชนวนระเบิดที่จะทำลายราชสำนักแห่งนี้ให้พังพินาศลงในพริบตาเดียว หากความจริงเรื่องโอรสลับถูกเปิดเผย ฮ่องเต้ผู้เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของนางจะต้องคุกเข่าอ้อนวอนขอความเมตตา แต่นางจะไม่ยอมให้มันง่ายดายเช่นนั้น... คืนนี้ เล่ห์กลในตำหนักหลังแห่งนี้ จะต้องเปื้อนด้วยเลือดของผู้ที่สมควรตาย
"เจ้าเหม่อลอยไปนะ พระชายา..."
สุรเสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความเว้าวอนดังขึ้นข้างพระ कर्ण (พระกรรณ) ร่างหนาของหย่งเจิ้นขยับเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นอายบุรุษและกลิ่นเหล้าชั้นดีที่พระองค์ทรงดื่มเข้าไปเพื่อดับความร้อนรุ่มในพระ O (อุรา) พระหัตถ์หนายื่นมาหมายจะกุมมือของนาง ทว่าหลินเฟยกลับเบี่ยงตัวหลบอย่างแนบเนียน พร้อมกับคลี่A (แย้ม) พระ o (โอษฐ์) ยิ้มเยือกเย็นที่ไปไม่ถึงดวงตา
"หม่อมฉันเพียงแต่รู้สึกว่า... บรรยากาศในคืนนี้ช่างวังเวงชอบกลเพคะ ฝ่าบาท" หลินเฟยทูลตอบ น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมดุจใบมีด "บางที... อาจจะมีคนบางกลุ่มกำลังรอเวลาที่จะลอบปลิดชีพพระองค์อยู่ก็เป็นได้"
หย่งเจิ้นชะงัก พระเนตรคมกริบไหววูบด้วยความรู้สึกผิดซับซ้อน พระองค์รู้ดีว่าสิ่งที่นางพูดไม่ใช่เรื่องล้อเล่น ภัยมืดจากขุนนางฝ่ายตรงข้ามและสนת (สนม) ในฮาเร็มที่จ้องจะโค่นล้มพระองค์มีอยู่ทุกฝีก้าว มีเพียงสตรีตรงหน้าผู้นี้เท่านั้น—สตรีที่พระองค์เคยผลักไสอย่างไร้เยื่อใย—ที่เป็นเกราะคุ้มภัยเดียวในยามที่พระองค์ไร้ซึ่งความไว้วางใจผู้ใด
"ต่อให้มีคมดาบรออยู่ตรงหน้า หากเจ้าอยู่เคียงข้าง... เราก็หาได้เกรงกลัวสิ่งใดไม่ หลินเฟย" หย่งเจิ้นตรัสด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า พระหัตถ์ที่สั่นเทาเอื้อมมากุมเอวบางของนางไว้แน่นราวกับกลัวว่าภาพตรงหน้าจะเป็นเพียงความฝัน "อดีต... เราโง่เขลาเบาปัญญา ยอมรับเถอะนะว่าเจ้ายังคงมีเยื่อใยให้เราอยู่บ้าง"
หลินเฟยแค่นหัวเราะในลำคอ สายตาที่ทอดมองพระองค์เต็มไปด้วยความดูแคลนและเจ็บปวดรวดร้าวที่ถูกกรีดซ้ำ "เยื่อใยหรือเพคะ? ฝ่าบาทตรัสคำนี้ออกมาได้อย่างไรกัน ในเมื่อเพลิงแค้นที่พระองค์ทรงจุดขึ้นในอดีต ได้เผาผลาญความรู้สึกเหล่านั้นจนมอดไหม้กลายเป็นเถ้าถ่านไปหมดสิ้นแล้ว..."
นางจงใจใช้ปลายนิ้วเรียวไล้ไปตามปกเสื้อคลุมมังกรของพระองค์ ช้าๆ ทว่าเย้ายวนและอันตราย ยั่วยus (ยั่วยวน) ให้หัวใจของจอมทัพผู้ยิ่งใหญ่เต้นระรัวอย่างควบคุมไม่อยู่ กลิ่นกายหอมหวานรัญจวนใจของนางหลอมรวมกับความเร่าร้อนที่แผดเผาอยู่ในอก ทำให้หย่งเจิ้นขาดซึ่งความยับยั้งชั่งใจ พระองค์ดึงร่างบางเข้าหาอ้อมพระอุราอย่างแรง ก่อนจะประทับริมพระโอษฐ์ลงมาบดขยี้เรียวปากของนางอย่างเอาแต่ใจและโหยหา
จูบนั้นร้อนรุ่ม ดุดัน และเต็มไปด้วยความกระหายหิวราวกับคนใกล้ตาย หลินเฟยไม่ขัดขืน นางปล่อยให้พระองค์ตักตวงความหวานล้ำจากเรียวปากของนาง พร้อมกับส่งยิ้มหยันในความโสมم (โสมم) ของบุรุษเพศที่พ่ายแพ้ต่อตัณหาอย่างง่ายดาย มือเล็กข้างหนึ่งลูบไล้แผ่นหลังกว้างของพระองค์แผ่วเบา ขณะที่อีกข้างแอบหยิบมีดสั้นอาบยาพิษที่ซ่อนไว้ใต้ชายผ้าแพรขึ้นมาเตรียมพร้อม
ในจังหวะที่ลมหายใจหอบกระชั้นและความเร่าร้อนบนเตียงบรรทมพุ่งถึงขีดสุด—ยามที่ร่างแนบชิดสนิทจนแทบไม่เหลือช่องว่าง—หย่งเจิ้นหลับตาพริ้มด้วยความสุขสม ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงของนางอย่างหลงใหล
"หลินเฟย... เจ้าคือลมหายใจของเรา..." พระองค์กระซิบเสียงพร่า พร้อมกับเตรียมจะครอบครองเรือนร่างของนางให้สมกับความโหยหา
ทว่า... ก่อนที่คมมีดในมือของหลินเฟยจะปักลงกลางพระทัยของอดีตสวามี เสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงตะโกนตื่นตระหนกก็ดังแทรกขึ้นจากด้านนอกตำหนัก
"ฝ่าบาท! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! มี... มีคนพบตัวองค์ชายร้อย... เอ๊ย โอรสลับของ...!"
เสียงรายงานนั้นขาดหายไปเมื่อประตูห้องถูกกระชากเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับร่างของขันทีสนิทที่ล้มกลิ้งเข้ามาด้วยความหวาดกลัว ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของหลินเฟยร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม และทำให้หย่งเจิ้นต้องผุดลุกขึ้นด้วยความตกตะลึง—ไม่ใช่รายงานเรื่องกบฏ
แต่คือร่างเล็กป้อมของเด็กชายวัยสี่ขวบผู้มีดวงพักตร์ถอดพิมพ์เดียวกับฮ่องเต้หย่งเจิ้นราวกับส่องกระจก กำลังถูกจูงมือเข้ามาโดยสายตาคมกริบของแม่ทัพแดนเหนือผู้กุมความลับทั้งหมดไว้ในกำมือ!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความเจ็บปวดและการแก้แค้นครั้งนี้นะคะ
จักรพรรดินีผู้ถูกสาปกับอดีตสวามีที่ไร้ค่า•ตอนที่ 14
เล่ห์กลในตำหนักหลัง
ผลงานโดย มิคายามวิกาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดินีผู้ถูกสาปกับอดีตสวามีที่ไร้ค่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!