"ถ้าฝ่าบาททรงคิดว่ากรงทองแห่งตำหนักบูรพาจะกักขังหม่อมฉันไว้ได้ตลอดไป พระองค์ก็คงเป็นฮ่องテ้ที่โง่เขลาที่สุดในประวัติศาสตร์ต้าหลี่แล้วเพคะ"
น้ำเสียงของหลินเฟยราบเรียบ ทว่าคมกริบราวจ้วงแทงทะลุหัวใจของบุรุษผู้ทรงอำนาจสูงสุดแห่งแผ่นดิน นางยืนหยัดอยู่เบื้องหน้าพระพักตร์ของฮ่องเต้หย่งเจิ้นด้วยท่าทีสง่างาม ไร้ซึ่งความหวาดกลัว แม้ว่ารอบกายจะรายล้อมไปด้วยราชองครักษ์นับร้อยที่พร้อมจะปลิดชีพนางได้ในพริบตาเดียว
ทว่า บรรยากาศอันตึงเครียดกลับต้องสะดุดลง เมื่อเงาร่างเล็กป้อมของเด็กชายวัยสี่ขวบผู้มีดวงพักตร์ถอดพิมพ์เดียวกับฮ่องเต้หย่งเจิ้นราวกับส่องกระจก กำลังถูกจูงมือเข้ามาโดยสายตาคมกริบของแม่ทัพแดนเหนือผู้กุมความลับทั้งหมดไว้ในกำมือ!
ความเงียบงันราวกับป่าช้าเข้าปกคลุมท้องพระโรงทันที
ดวงเนตรคมกลาบของฮ่องเต้หย่งเจิ้นเบิกกว้างขึ้น ลมหายใจของพระองค์สะดุดกึก พระวรกายสูงใหญ่สั่นเทาเล็กน้อยยามทอดพระเนตรไปยังเด็กชายตัวน้อยผู้นั้น ใบหน้านั้น... ดวงตาเหล่านั้น... มันคือเงาสะท้อนของพระองค์เองในวัยเด็กไม่มีผิดเพี้ยน ความจริงอันน่าตกตะลึงประเดประดอนเข้าใส่พระสติจนแทบสิ้น
"นี่มัน... หมายความว่าอย่างไร..." สุรเสียงของโอรสสวรรค์แหบพร่าและสั่นเครืออย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ความเย่อหยิ่งจองหองที่เคยมีมลายหายสิ้น เหลือเพียงความหวาดกลัวลึกๆ ที่กำลังกัดกินขั้วหัวใจ เมื่อตระหนักว่าพระองค์เกือบจะทำลายสายเลือดแท้ๆ ของตนเองด้วยมือของพระองค์เอง
หลินเฟยแย้มสรวลหยัน รอยยิ้มที่งดงามแต่เย็นชาถึงกระดูกดำ นางก้าวเข้าไปใกล้พระองค์ทีละน้อย กลิ่นกายหอมหวานเย้ายวนที่คุ้นเคยโชยเข้าแตะนาสิก ปลุกเร้าความทรงจำอันเร่าร้อนและสำนึกผิดที่แผดเผาฮ่องเต้หย่งเจิ้นมาแรมปี
"ตกใจมากเลยหรือเพคะ ฝ่าบาท?" หลินเฟยเอמהชิดพระor สุรเสียงกระซิบแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบจากปีศาจสาว "พระองค์ทรงเคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของหม่อมฉัน ขับไล่ไสส่งราวกับสิ่งของไร้ค่า และปล่อยให้หม่อมฉันต้องเผชิญกับความตายลำพังในตำหนักเย็น... แต่วันนี้ เด็กชายคนนี้คือผลลัพธ์จากความโง่เขลาของพระองค์เอง เป็นเครื่องประจานว่าพระองค์มันตาบอดสนิทเพียงใด!"
หย่งเจิ้นแทบทรุดฮวบลงแทบเท้านาง พระหัตถ์หนาสั่นเทายื่นออกไปหมายจะแตะต้องร่างบาง แต่หลินเฟยกลับเบี่ยงกายหลบอย่างไม่ไยดี สายตาที่นางมองพระองค์ช่างว่างเปล่าและสมเพชเวทนา ยิ่งกว่ามองมดปลวกข้างถนน
"หม่อมฉันไม่ได้มาเพื่ออ้อนวอนขอความเมตตาจากพระองค์..." หลินเฟยหันไปสบตากับแม่ทัพแดนเหนือ พยักหน้ารับอย่างรู้กัน ก่อนจะตวัดสายตากลับมามองอดีตสวามีผู้กำลังดิ้นรนอย่างน่าสมเพช "แต่หม่อมฉันมาเพื่อทวงทุกอย่างคืน... และทำให้ศัตรูที่คิดจะทำลายเรา ต้องพินาศย่อยยับด้วยเงื้อมมือของพวกมันเอง!"
สิ้นคำพูดของนาง เสียงฝีเท้ากึกก้องก็ดังขึ้นจากด้านนอก ขุนนางชั่วและสนธิกำลังของตระกูลอี้ที่สมคบคิดกันวางแผนปลงพระชนม์และใส่ร้ายนาง กำลังเดินเข้ามาในท้องพระโรงด้วยความฮึกเหิม โดยไม่รู้เลยว่าพวกมันกำลังเดินเข้าสู่หลุมพรางที่หลินเฟยขุดรอไว้ฝังกลบทั้งเป็น!
อี้เทียนเฉิง ผู้นำตระกูลอี้ หัวเราะร่าด้วยความลำพองใจ "ฮ่าๆๆๆ พระมเหสีหลิน พระองค์ทรงจนมุมแล้ว ต่อให้มีแม่ทัพแดนเหนือหนุนหลัง แต่วันนี้... ราชโองการปลอมแปลงชิ้นนี้จะทำให้พระองค์ต้องรับโทษประหารสถานเดียว!"
หลินเฟยไม่แม้แต่จะสะดุ้งสะเทือน นางกลับระเบิดเสียงหัวเราะใสๆ ออกมา ร่างระหงหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับอี้เทียนเฉิงด้วยแววตาท้าทายและเจ้าเล่ห์ "อี้เทียนเฉิง... เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าข้าจะปล่อยให้หลักฐานมัดตัวข้าอยู่ในมือพวกเจ้า? โง่เง่าสิ้นดี!"
นางดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว แม่ทัพแดนเหนือก็โยนหีบไม้ใบใหญ่วางกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น เมื่อเปิดออก มันคือบัญชีลับและจดหมายลับที่ลงนามโดยตระกูลอี้และแคว้นศัตรู ซึ่งมีลายมือและตราประทับครบถ้วนสมบูรณ์! ทุกแผนการกบฏ ทุกการติดสินบน และแผนการลอบปลงพระชนม์ ถูกเปิดโปงกลางท้องพระโรงต่อหน้าข้าราชบริพารนับร้อย
สีหน้าของอี้เทียนเฉิงเปลี่ยนจากความลำพองใจ เป็นซีดเผือดไร้สีเลือด เหงื่อกาฬไหลโทรมกาย ร่างกายสั่นเทาด้วยความตื่นตระหนก "ทะ... ทำไม... ทำไมมันถึงมาอยู่ที่นี่ได้!"
"เพราะข้าเป็นคนส่งมันมาให้พวกเจ้าเก็บรักษาไว้เองอย่างไรเล่า" หลินเฟยย่างสามขุมเข้าไปหาอี้เทียนเฉิง ดวงตาดุดันคู่นั้นเปล่งประกายอำมหิต "เจ้าคิดจะใช้มันทำลายข้า แต่ลืมไปว่า... งูพิษอย่างข้า ไม่เคยปล่อยให้ใครมาเหยียบหางก่อนแล้วลอยนวล!"
ความเฉลียวฉลาดและเล่ห์เหลี่ยมอันล้ำลึกของหลินเฟยทำให้เหล่าขุนนางต่างพากันคุกเข่าตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว แม้แต่ฮ่องเต้หย่งเจิ้นเองก็ยังต้องตะลึงงัน พระองค์ไม่เคยรู้เลยว่าอดีตพระมเหสีผู้เงียบขรึมในอดีต จะเติบโตกลายเป็นสตรีที่ทรงอำนาจและน่าสะพรึงกลัวได้ถึงเพียงนี้ ความเสน่หาและความหลงใหลระคนความรู้สึกผิดพุ่งพล่านขึ้นมาจนจุกอก พระองค์ต้องการนาง... อยากได้นางกลับคืนมาสู่อ้อมอก แม้จะต้องแลกด้วยบัลลังก์นี้ก็ตาม
ยามค่ำคืนมาเยือน ตำหนักบูรพาที่เคยเงียบเหงา บัดนี้กลับระอุไปด้วยเพลิงปรารถนาที่ไม่อาจดับลงได้ ฮ่องเต้หย่งเจิ้นฝ่ากององครักษ์เข้ามาในห้องบรรทมส่วนตัวของหลินเฟยอย่างไร้ความเกรงกลัว พระองค์ผลักบานประตูไม้สลักปิดล็อกแน่นหนา ก่อนจะสาวเท้าเข้าประชิดร่างบางที่กำลังยืนรับลมอยู่ริมหน้าต่าง
"ปล่อยนะเพคะ! ฝ่าบาททรงล่วงเกินหม่อมฉันเกินไปแล้ว!" หลินเฟยวาดวงแขนขัดขืนยามถูกวงแขนแข็งแกร่งรวบเอวคอดกิ่วเข้าประชิดแผ่นอกกว้าง ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดต้นคอระหงทำให้นางขนลุกซู่
"เราไม่ปล่อย..." สุรเสียงทุ้มต่ำพร่าสั่นด้วยแรงอารมณ์แนบชิดติดใบหู "เจ้าจะลงโทษเราอย่างไรก็ได้หลินเฟย... จะตบตี จะหยิกข่วน หรือจะเกลียดชังเราแค่ไหนก็ได้ แต่ขอร้อง... อย่าผลักไสเราอีกเลย"
ฮ่องเต้หนุ่มซุกพระพักตร์ลงกับซอกคอหอมกรุ่น สูดดมความหอมหวานที่โหยหามาแรมปีริมฝีปากร้อนผ่าวพรมจูบลาดยาวลงมาถึงหัวไหล่เนียนนุ่มที่โผล่พ้นอาภรณ์ หลินเฟยพยายามจะผลักไส แต่เรียวแรงอันน้อยนิดกลับพ่ายแพ้ต่อสัมผัสอันช่ำชองและเร่าร้อนที่พระองค์โหมกระหน่ำใส่
ความโหยหา ความสำนึกผิด และความปรารถนาอันดิบเถื่อนหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว พระหัตถ์หนากระชากแพรพรรณเนื้อดีจนขาดวิ่น เผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดดั่งหยกขาวที่สะท้อนกับแสงจันทร์ หลินเฟยครางแผ่วในลำคอเมื่อเรียวปากร้อนรุมของพระองค์ครอบครองยอดปทุมถันสีหวาน ขบเม้มและดูดดึงจนเกิดเสียงน่าอาย
สัมผัสวาบหวามแล่นริ้วไปทั่วร่าง ความตึงเครียดและการแก้แค้นมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงเพลิงสวาทที่โหมกระหน่ำแผดเผาทั้งคู่ให้หลอมละลายเข้าหากัน ร่างบางถูกอุ้มขึ้นวางราบลงบนเตียงกว้าง ฮ่องเต้หย่งเจิ้นทาบทับลงมาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรักและความลุ่มหลงอย่างโง่งม พระองค์มอบจูบที่ทั้งดุดันและเว้าวอน รุกรานจนหลินเฟยแทบหมดลมหายใจ
การสอดประสานดำเนินไปอย่างเร่าร้อนและลึกซึ้ง ท่ามกลางเสียงหอบหายใจกระเส่าและเสียงครางหวานที่ประสานกันก้องตำหนัก ยามที่พระองค์เคลื่อนกายเข้าหาอย่างหนักหน่วงและเต็มอิ่ม หลินเฟยจิกเล็บลงบนแผ่นหลังกว้างของอดีตสวามี ระบายความเสียวซ่านและแรงอารมณ์ที่พุ่งทะยานสู่จุดสูงสุด ความสุขสมแผ่ซ่านไปทั่วร่างจนนางต้องหลั่งน้ำตาออกมาด้วยความสะท้านสะเทือน
ทว่า ท่ามกลางความหรรษาและคราบน้ำตาแห่งความสุขสมนั้น... รุ่งอรุณแห่งวันใหม่กลับนำพาความลับช็อกโลกมาเยือน เมื่อขันทีหนุ่มรีบร้อนวิ่งเข้ามาหน้าตาตื่น พร้อมกับกำกระดาษแผ่นหนึ่งไว้ในมือแน่น
"ทูลฝ่าบาท... พระมเหสี... เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" ขันทีผู้นั้นละล่ำละลักคุกเข่าลง "ผลตรวจสายเลือดที่แอบนำไปตรวจสอบอย่างลับๆ... ปรากฏว่า... พระราชโอรสองค์น้อย... มิใช่สายเลือดของฮ่องเต้พ่ะย่ะค่ะ!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามอ่านและอินไปกับความดราม่าครั้งนี้นะคะ
จักรพรรดินีผู้ถูกสาปกับอดีตสวามีที่ไร้ค่า•ตอนที่ 15
รอดจากเงื้อมมือมัจจุราช
ผลงานโดย มิคายามวิกาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดินีผู้ถูกสาปกับอดีตสวามีที่ไร้ค่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!