หย่าให้จบเถิดท่านอ๋อง ข้าจะครองเมืองให้ดู•ตอนที่ 32

การเตรียมการกบฏ

ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
กลิ่นอายจางๆ ของกำยานหมื่นลี้ลอยวนอยู่ในตำหนักอักษร ทว่ากลับมิได้ช่วยให้บรรยากาศภายในผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย บนโต๊ะไม้จันทน์แดงสลักลายหงส์เคียงมังกร แผ่นกระดาษสาเนื้อดีแผ่นหนึ่งถูกละเลงด้วยหยดหมึกสีชาดจนดูคล้ายหยดโลหิตสดๆ ที่เพิ่งกระเซ็นขึ้นมา หลี่มู่เหยาปักปิ่นหยกขาวลายเมฆมงคลลงบนมวยผมเรียบตึง อาภรณ์สีนวลปักดิ้นเงินลายดอกไป๋หลานขับเน้นเรือนร่างระหงให้ดูสง่างามเยือกเย็น นางมิได้ชายตามองกระดาษแผ่นนั้น แม้จะรู้ดีว่าตัวอักษรแต่ละบรรทัดที่ถูกจรดลงไปโดยมือขององค์รัชทายาทฉู่จื่อจวิน คือประกาศิตประหารชีวิตที่ถูกส่งข้ามกำแพงวังหลวงมาซุกซ่อนไว้ใต้กองฎีกา "พระองค์ทรงใจร้อนเกินไปแล้วกระมังคะ..." น้ำเสียงหวานใสดุจไข่มุกกระทบถาดหยกเอื้อnเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน นางปรายตาไปยังบุรุษผู้ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้า เงาร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะทมิฬของเฟยหรงอ๋องสะท้อนอยู่ในนัยน์ตาคู่คมกริบดั่งใบมีด ฉู่เซียวเหวินมิได้ปริปากกล่าวสิ่งใด เขาก้าวช้าๆ เข้ามาใกล้ กลิ่นอายสงครามและสนิมเหล็กจางๆ ที่ติดตัวเขามาตลอดแนวชายแดนโอบล้อมรอบกายสตรีในดวงใจ ฝ่ามือหนากรำศึกเอื้อมไปสัมผัสปอยผมที่คลอเคลียอยู่ข้างแก้มเนียนอย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นอบอุ่นและมั่นคงดั่งหินผา ทว่าแววตาคมปลาบกลับดุร้ายราวกับพยัคฆ์หนุ่มที่กำลังรอเวลาขย้ำเหยื่อ "ใจร้อนหรือ?" เสียงทุ้มต่ำดั่งก้อนหินกระทบกันในลำคอของฉู่เซียวเหวินดังขึ้น พร้อมกับที่เขายื่นนิ้วเรียวยาวไปหยิบฎีกาลับฉบับนั้นขึ้นมาพิจารณา "สำหรับสุนัขที่รอคอยเศษเนื้อมาเนิ่นนาน การได้กลิ่นเลือดเพียงหยดเดียว ย่อมทำให้มันขาดความระมัดระวังเป็นธรรมดา... มู่เอ๋อร์ เจ้ามองออกตั้งแต่แรกแล้วใช่หรือไม่ ว่าหมากตานี้มันเดินมาถึงตาจนแล้ว" มู่เหยารอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก รอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้มทว่ากลับเย็นเยียบจนน่าขนพองสยองเกล้า นางยกถ้วยชาขึ้นจิบเบาๆ เพื่อซ่อนประกายตาวับวาม "หม่อมฉันเพียงแต่รอเวลาให้ตาข่ายที่ถักทอไว้อย่างประณีตผืนนี้... รัดแน่นจนพวกมันดิ้นไม่หลุดต่างหากค่ะ" ในชาติภพก่อน นางคือสตรีโง่งงที่เอาแต่วิ่งตามความรักจอมปลอม จนต้องจบชีวิตลงด้วยยาพิษหยดเดียวในตำหนักเย็น แต่วันนี้... ด้วยมันสมองของอดีตศัลยแพทย์ผู้เคยผ่านความตายมานับครั้งไม่ถ้วน และอำนาจกองทัพในกำมือของบุรุษผู้ยอมทรยศใต้หล้าเพื่อนาง ตาข่ายแห่งการแก้แค้นนี้ถูกขึงไว้สมบูรณ์แบบยิ่งกว่าสิ่งใด กระดาษสาราคาแพงในมือของท่านอ๋องถูกบดขยี้จนแหลกละเอียดเป็นผุยผงด้วยพลังภายในอันกล้าแกร่ง เศษกระดาษปลิวว่อนราวกับเกล็ดหิมะสีชาดที่โปรยปรายลงบนพื้นหินอ่อน "สายัณห์นี้ องครักษ์เสื้อแพรเคลื่อน1เคลื่อนไหวแล้ว" ฉู่เซียวเหวินกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าแฝงไว้ด้วยจิตสังหารอันเข้มข้น "พวกมันลอบขนอาวุธลักลอบเข้าเมืองหลวงผ่านทางประตูทิศใต้ โดยมีตราประทับของตำหนักบูรพาหนุนหลัง... ดูท่า ฉู่จื่อจวินคงคิดจะใช้ข้ออ้างเรื่องการปราบกบฏในคืนเทศกาลโคมไฟ เพื่อกวาดล้างสกุลหลี่และบีบให้เสด็จพ่อสละราชบัลลังก์ในคราเดียว" "ช่างเป็นแผนการที่ชาญฉลาดและเหี้ยมเกรียมสมเป็นองค์รัชทายาทจริงๆ ค่ะ" มู่เหยาลุกขึ้นยืนช้าๆ ชายกระโปรงยาวลากพื้นส่งเสียงเสียดสีกับพื้นผิวตำหนักเบาๆ นางเดินไปหยุดอยู่ริมหน้าต่างที่เปิดกว้าง มองออกไปเบื้องนอกที่ท้องนภายามสนธยาเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเทาหม่น กลิ่นอายของพายุฝนกำลังคืบคลานเข้ามาปกคลุมเมืองหลวง ประชาชนต่างพากันปิดประตูบ้านเงียบเชียบ ราวกับรับรู้ได้ถึงสัญชาตญาณการเอาตัวรอด ทว่าท่ามกลางความเงียบงันนั้น เสียงฝีเท้าของม้าศึกและการเคลื่อนไหวลับๆ ในความมืดกลับเริ่มเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ "แต่น่าเสียดาย..." ดวงตากลมโตหรี่ลงเล็กน้อย รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏบนเรียวปากสีชาด "เขากลับลืมคิดไปว่า... ผู้ที่กุมเส้นทางลำเลียงเสบียงและกำลังพลทั้งหมดในเมืองหลวงเวลานี้ หาใช่คนของเขาไม่" ฉู่เซียวเหวินก้าวเข้ามาสวมกอดร่างบางจากด้านหลัง ไออุ่นจากแผ่นอกกว้างแนบชิดกับแผ่นหลังของนาง ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหง แม้สถานการณ์รอบด้านจะเต็มไปด้วยกลิ่นอายของสงครามและการกบฏที่กำลังปะทุขึ้นทุกวินาที ทว่าอ้อมกอดนี้กลับมอบความรู้สึกปลอดภัยอย่างน่าประหลาด "ข้าจะให้มันรู้ซึ้งว่า การบังอาจเอื้อมมือสกปรกมาแตะต้องเจ้า... ต้องแลกด้วยอะไรบ้าง" น้ำเสียงของเขาพร่าต่ำและเต็มไปด้วยความคลั่งรักที่น่ากลัว ดวงตาลึกล้ำคู่นั้นกวาดมองไปเบื้องล่างด้วยความเหี้ยมเกรียม ดั่งพญายมที่พร้อมจะปลิดวิญญาณผู้ใดก็ตามที่กล้าขวางทาง ในขณะที่บรรยากาศภายในห้องกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าเร่งรีบขององครักษ์เงาก็แวบเข้ามาหยุดคุกเข่าอยู่หน้าประตูตำหนัก พร้อมกับรายงานด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "เรียนท่านอ๋อง... ชายแดนทิศเหนือเกิดความเคลื่อนไหว กองกำลังไม่ทราบฝ่ายนับหมื่นนายกำลังมุ่งหน้าสู่ประตูเมืองหลวง... และ... และมีพระราชโองการลับจากในวังหลวง ส่งตรงถึงพระชายาแล้วพ่ะย่ะค่ะ!" ฉู่เซียวเหวินชะงักไปเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบหรี่แคบลงทันที เขายื่นมือมารับกระบอกไม้ไผ่หุ้มด้วยผ้าแพรสีเหลืองทองที่สั่นเทาจากมือขององครักษ์ขึ้นมาพิจารณา หลี่มู่เหยาลอบสูดลมหายใจเข้าลึก1 นางหันกลับมาสบตาคู่นั้นของสามี รอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าของนางในเวลานี้ มิใช่รอยยิ้มแห่งความหวาดกลัว... แต่มันคือรอยยิ้มของผู้ชนะที่รอคอยเวลานี้มานานแสนนาน ทว่า เมื่อฉู่เซียวเหวินแกะผนึกประทับตราหยกและกวาดสายตาอ่านข้อความบนผ้าแพรสีทองเพียงชั่วพริบตา สีหน้าของแม่ทัพผู้ไม่เคยสะท้านต่อกองทัพนับแสนกลับพลันเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบถึงขีดสุด ลมปราณรอบกายระเบิดออกจนข้าวของภายในตำหนักสั่นสะเทือน นั่นไม่ใช่พระราชโองการปลด... แต่มันคือราชโองการแต่งตั้งให้หลี่มู่เหยาขึ้นเป็น "ผู้สำเร็จราชการแทน" ชั่วคราว ในยามที่ฮ่องเต้ทรงพระประชวรหนัก... และพร้อมกันนั้น ข่าวกรองชุดสุดท้ายที่เพิ่งถูกส่งเข้ามาก็ทำให้ความจริงอันน่าตกใจปรากฏขึ้นตรงหน้า ฉู่จื่อจวินไม่ได้เป็นเพียงแค่กบฏ... แต่อยู่เบื้องหลังการวางยาพิษฮ่องเต้ในคืนนี้ เพื่อบังคับให้มู่เหยาต้องลงนามในราชโองการสละราชบัลลังก์ด้วยมือของนางเอง! เงียบแต่ฟาดเรียบ หวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญนี้จนวางนิยายไม่ลงนะคะ!
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้จบเถิดท่านอ๋อง ข้าจะครองเมืองให้ดู นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%