หย่าให้จบเถิดท่านอ๋อง ข้าจะครองเมืองให้ดู•ตอนที่ 31

คำสารภาพท่ามกลางพายุ

ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
“หากฝ่าบาทเสด็จมาเพื่อทวงถามความรับผิดชอบในสิ่งที่หม่อมฉันทำ ข้าบาทเพียงอยากกราบทูลว่า... กฎเกณฑ์ที่พระองค์ร่างขึ้นเพื่อควบคุมผู้คน มิอาจใช้กับหัวใจที่ถูกทรยศจนตายไปครั้งหนึ่งได้หรอกเพคะ” หลี่มู่เหยากล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่ากังวานก้องไปทั่วตำหนักบูรพาที่บัดนี้เงียบสงัดจนได้ยินเพียงเสียงลมหายใจที่ติดขัดของเหล่านางกำนัลที่หมอบกราบอยู่กับพื้น สายตาของนางไม่ได้หลบเลี่ยงคมหอกคมดาบที่พุ่งตรงมาจากขบวนเสด็จที่กำลังก้าวผ่านธรณีประตูเข้ามา เบื้องหน้าของนางคือบุรุษผู้กุมชะตาชีวิตของแผ่นดิน ทว่าในยามนี้ ดวงตาดุดันของฉู่เซียวเหวิน—เฟยหรงอ๋อง กลับไม่ได้จับจ้องอยู่ที่กษัตริย์ผู้เป็นพี่ชาย แต่เขากลับก้าวข้ามผ่านมารดาแห่งแผ่นดินไปยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้านาง ร่างสูงใหญ่ในชุดฉลองพระองค์สีดำปักลายมังกรห้าเล็บขลิบทองดูราวกับเงาปีศาจที่พร้อมจะกลืนกินทุกสรรพสิ่ง “มู่เหยา เจ้าถอยไป” เสียงของเฟยหรงอ๋องต่ำพร่า แฝงไปด้วยไอสังหารที่เย็นเยียบกว่าน้ำค้างแข็งในฤดูเหมันต์ เขากางแขนออกปกป้องนางอย่างเป็นธรรมชาติ ราวกับว่าการเผชิญหน้ากับอำนาจสูงสุดของแผ่นดินนั้นเป็นเพียงการปัดเป่าแมลงน่ารำคาญ มือหนาที่เปื้อนเลือดจากสนามรบนับครั้งไม่ถ้วนเอื้อมมาจัดปิ่นปักผมบนมวยผมของนางให้เข้าที่อย่างอ่อนโยนจนน่าประหลาด ผิดกับแววตาที่หันไปจ้องมองผู้มาเยือนด้วยความไร้ซึ่งความยำเกรง “ท่านอ๋อง...” เสียงของฮ่องเต้ดังขึ้น ทรงสะบัดชายฉลองพระองค์ด้วยความขุ่นเคือง “เจ้าถึงกับเอาชีวิตเข้าแลกเพียงเพื่อปกป้องสตรีที่ไร้ซึ่งหัวใจผู้นี้งั้นหรือ? นางไม่เคยรักเจ้า สิ่งที่นางต้องการคือการทำลายราชวงศ์ของเราให้สิ้นซาก!” หลี่มู่เหยาส่งยิ้มบางๆ ทว่าแววตากลับเยือกเย็นดุจน้ำแข็งขั้วโลก “การรักใครสักคนในวังหลวงแห่งนี้... เปรียบเสมือนการนำหัวใจไปวางบนเขียงหั่นเนื้อเพคะ ฝ่าบาท หากท่านเรียกสิ่งนี้ว่าความไร้ใจ ข้าบาทก็ยินดีรับสมญานามนั้น” พายุภายนอกเริ่มโหมกระหน่ำ สายฟ้าแลบแปลบปลาบผ่านช่องหน้าต่างไม้แกะสลักสาดกระทบใบหน้างามที่ดูสงบนิ่งราวกับรูปสลัก เฟยหรงอ๋องก้มลงกระซิบข้างใบหูนาง ลมหายใจอุ่นร้อนของเขาสั่นคลอนความมั่นคงในใจของนางอย่างจงใจ “หากข้าต้องเลือกระหว่างแผ่นดินที่เน่าเฟะกับเจ้า... มู่เหยา เจ้ายังไม่เข้าใจอีกหรือว่าข้าทำเพื่อสิ่งใด?” เขายืดตัวขึ้น สายตาคมกริบดุจพญาอินทรีมองสบกับฮ่องเต้ “หม่อมฉันไม่ได้ปกป้องฮูหยินของหม่อมฉันเพื่อเรื่องรักใคร่เพ้อฝัน แต่หม่อมฉันปกป้อง ‘หัวใจ’ ของตัวเอง... หากไม่มีนาง ข้าก็เป็นเพียงแม่ทัพที่ไร้เป้าหมาย และในเมื่อไร้เป้าหมาย หม่อมฉันก็ไม่จำเป็นต้องรักษาสมดุลของบัลลังก์นี้เอาไว้เช่นกัน” คำสารภาพนั้นราวกับระเบิดที่จุดชนวนกลางงานเลี้ยงเต้นรำ เหล่าขันทีและนางกำนัลต่างก้มหน้าต่ำจนแทบจะฝังใบหน้าลงกับพื้นดิน ความเงียบที่ตามมานั้นน่าอึดอัดยิ่งกว่าการถูกคมดาบจ่อคอหอย ฮ่องเต้ทรงพระสรวลออกมาเสียงแหบพร่า “เจ้ากล้าขู่พี่ชายตัวเองเพื่อสตรีคนเดียวงั้นรึ ฉู่เซียวเหวิน? สตรีผู้นี้ช่างเป็นตัวอันตรายเกินไปแล้ว!” “นางคือกุนซือที่ฉลาดที่สุด และเป็นเหตุผลเดียวที่ทำให้ข้ายังคงเป็นมนุษย์อยู่ได้” เฟยหรงอ๋องหันกลับมาจ้องตานาง สายตาที่ดุร้ายในคราแรกกลับอ่อนลงจนแทบจะกลายเป็นความอ้อนวอน “มู่เหยา... กลับไปกับข้า เสียเดี๋ยวนี้” หลี่มู่เหยาสบตาเขา ความรู้สึกบางอย่างที่นางเฝ้าฝังกลบไว้ภายใต้แผนการล้างแค้นกำลังสั่นไหว เขาไม่ได้แค่ต้องการครอบครอง แต่เขากำลังทำลายเกราะป้องกันทั้งหมดของนางเพื่อก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต... อย่างแท้จริง ทว่าในจังหวะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดจนถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักๆ ขององครักษ์หลวงนับสิบคนก็ดังขึ้นจากทางเดินด้านนอก ตามด้วยเสียงประกาศก้องของขันทีประจำตัวฮ่องเต้ “พระราชโองการด่วน! รัชทายาทฉู่จื่อจวินมีรับสั่งให้กักบริเวณเฟยหรงอ๋องและหญิงแพศยาผู้นี้ในข้อหากบฏโดยทันที!” สิ้นเสียงนั้น ประตูตำหนักก็ถูกผลักออกอย่างแรง ทหารองครักษ์กรูเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือ แต่สิ่งที่ทำให้หลี่มู่เหยาชะงักไปไม่ใช่ทหารเหล่านั้น... หากแต่เป็นจดหมายตราประทับสีชาดที่ถูกส่งผ่านเข้ามาในมือของนางโดยเงาของใครบางคนที่หลบอยู่ในมุมมืด นางเปิดอ่านด้วยมือที่สั่นน้อยๆ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความเยือกเย็นที่ฉาบไปทั่วใบหน้า “ท่านอ๋อง...” นางเอ่ยเสียงเรียบ ทว่ามีรอยยิ้มที่น่าสะพรึงกลัวปรากฏขึ้น “ดูเหมือนว่าคนที่คิดจะเล่นงานเรา ไม่ได้มีแค่รัชทายาทผู้เดียว... แต่จดหมายฉบับนี้ บอกว่า ‘เข็มพิษ’ ที่ข้าเคยใช้สังหารศัตรูในชาติก่อน ได้ถูกนำกลับมาวางอยู่บนโต๊ะบรรทมของฝ่าบาทเมื่อคืนนี้แล้วเพคะ” เฟยหรงอ๋องขมวดคิ้ว มือกระชับดาบข้างกายแน่น ทันใดนั้น กลิ่นกำยานที่อบอวลอยู่ในตำหนักก็เปลี่ยนไป... มันไม่ใช่กลิ่นไม้กฤษณาที่นางคุ้นเคย แต่มันคือกลิ่นของ ‘หญ้าอเวจี’ ที่ใช้สำหรับสะกดจิตผู้คนให้ทำตามคำสั่งในระยะสั้น “หนีไป...” เฟยหรงอ๋องคว้าข้อมือนางไว้แน่น “กลิ่นนี่... มันกำลังจะทำให้ทหารพวกนี้เสียสติ!” ทว่าก่อนที่ใครจะได้ขยับตัว เสียงกระซิบที่คุ้นเคยอย่างยิ่งก็ดังมาจากด้านหลังของฮ่องเต้ เป็นเสียงของฉู่จื่อจวินที่เดินเนิบนาบเข้ามาพร้อมรอยยิ้มฉาบยาพิษ “ท่านอา... ท่านไม่ได้มาคนเดียวหรอกนะ เพราะข้าเองก็พก ‘ของเล่น’ ชิ้นใหม่มามอบให้ท่านด้วย... มู่เหยา เจ้าจำคนที่ข้าเคยสังหารไปเพื่อปลุกวิญญาณของเจ้าได้หรือไม่?” ร่างหนึ่งก้าวออกมาจากเงามืดของทหารองครักษ์... นางผู้นั้นมีใบหน้าเหมือนกับหลี่มู่เหยาทุกประการ ราวกับส่องกระจกเงา ทว่าแววตาที่ว่างเปล่านั้นกลับเต็มไปด้วยความแค้นเคืองที่ถูกสั่งให้มาเพื่อสังหารคนตรงหน้า เงียบแต่ฟาดเรียบ หวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญนี้จนวางนิยายไม่ลงนะคะ!
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้จบเถิดท่านอ๋อง ข้าจะครองเมืองให้ดู นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%