หย่าให้จบเถิดท่านอ๋อง ข้าจะครองเมืองให้ดู•ตอนที่ 30

แผนที่ไม่มีวันพลาด

ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
กลิ่นหอมของกำยานหมื่นลี้อวลกำจายอยู่ในตำหนักบูรพา ทว่ากลิ่นอายความตายกลับเข้มข้นยิ่งกว่ากลิ่นบุปผาชาติใดในแผ่นดิน หลี่มู่เหยาแย้มสร้อยโอษฐ์ขึ้นเล็กน้อย ยามทอดพระเนตรมองร่างระหงของพระสนมเอกหลิว ที่บัดนี้กำลังนั่งตัวสั่นเทาอยู่เบื้องหน้า นางสวมอาภรณ์ผ้าแพรต่วนปักลายหงส์บินสีทองอร่ามสม The dignities of imperial consort แต่ทว่าหยาดเหงื่อกาฬกลับผุดพรายเต็มกรอบพักตร์งดงามที่บิดเบี้ยวด้วยความหวาดกลัว “พระสนม... เหตุใดจึงทรงมีสีพระพักตร์ซีดเซียวเช่นนั้นเล่าเพคะ? หรืออากาศในตำหนักนี้จะเย็นเยียบเกินไปเสียแล้ว” น้ำเสียงของมู่เหยาหวานหยดเย้อยิ่งนัก ทว่าแฝงไว้ด้วยความหนامเหน็บดั่งคมกระบี่ที่จ่ออยู่บนหลอดลม นางสวมชุดกระโปรงยาวสีเพลิงปักดิ้นเงินลายมัจฉาแหวกว่าย ท่วงท่าการจิบชาช้าๆ ช่างสง่างามเยือกเย็น ราวกับพญาหงส์ที่กำลังมองดูเหยื่อในกรงขัง “เจ้า... เจ้าวางยาในสุราถ้วยนั้น!” สนมเอกหลิวแผดเสียงกรีดร้องออกมาอย่างไม่อาจรักษามาุดตราชั้นสูงไว้ได้อีกต่อไป พระหัตถ์เรียวยาวสั่นเทายามชี้มายังสตรีตรงหน้า “หญิงสารเลว! เจ้ากล้าอาจหาญถึงเพียงนี้เชียวหรือ นี่คือตำหนักบูรพา! รัชทายาทไม่มีวันปล่อยเจ้าไว้แน่!” มู่เหยาหัวเราะแผ่วเบาในลำคอ เสียงหัวเราะดั่งระฆังเงินกังวานใส ทว่าบาดลึกถึงขั้วหัวใจของผู้ฟัง นางค่อยๆ วางถ้วยกระเบื้องเคลือบสีไข่ไก่ลงบนโต๊ะไม้จันทน์หอมอย่างประณีต “รัชทายาทงั้นหรือเพคะ?” มู่เหยาเอ่ยทวนคำ พลางโน้มกายเข้าไปใกล้สตรีผู้กำลังจะสิ้นลม ชั่วขณะนั้นดวงตาหงส์คู่คมกริบก็ฉายแววอำมหิตที่ซ่อนเร้นมานานปี “พระองค์กำลังทรงยุ่งอยู่กับการรับมือกับ ‘ของขวัญ’ ชิ้นงามที่ท่านอ๋องของหม่อมฉันส่งไปถวายที่ท้องพระโรงเมื่อยามสาม... เกรงว่าพระสนมคงไม่มีโอกาสได้เห็นสีพระพักตร์ยามตื่นตระหนกของพระองค์หรอคเะ” คำว่า ‘ท่านอ๋อง’ ทำให้สนมเอกหลิวเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก นางจำได้แม่นยำ... ในชาติก่อน สตรีผู้นี้คือหมากตัวเบี้ยที่ถูกเหยียบย่ำจนแหลקסสลาย แต่วันนี้... มู่เหยาได้พลิกกระดานทิ้งทั้งหมด กลายเป็นผู้คุมชะตาชีวิตของทุกคนในวังหลวงแห่งนี้แล้ว “เจ้ามันปีศาจ... มู่เหยา เจ้ามันปีศาจชัดๆ!” พระสนมหลิวสำลักลิ่มเลือดสีดำออกมาคำโต ร่างอรชรทรุดฮวบลงกับพื้นพรมปักลายวิจิตร ความเจ็บปวดจากการถูกพิษไร้ลักษณ์กัดกินอวัยวะภายในทำให้ต้องขดตัวด้วยความทรมาน มู่เหยามองดูภาพนั้นด้วยสายตาราบเรียบ ไร้ซึ่งความสงสารเวทนา บาปกรรมที่สตรีผู້ນี้เคยร่วมมือกับฉู่จื่อจวินกรอกยาพิษสังหารนางในตำหนักเย็นเมื่อชาติก่อน... วันนี้ นางเพียงแต่ทวงคืนมันกลับมาเป็นร้อยเท่าพันทวีเท่านั้น “ปีศาจหรือเพคะ?” มู่เหยาโน้มตัวลงกระซิบข้างใบหูที่ประดับด้วยต่างหูไข่มุกราตรี น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมดั่งคมมีด “หากข้าคือปีศาจ ท่านก็คงเป็นวิญญาณเร่ร่อนที่สมควรถูกจองจำในขุมนรกโลกันตร์ไปชั่วกัปชั่วกัลป์... หลับให้สบายเถอะนะเพคะ พระสนม” สิ้นคำกล่าว ร่างของสนมเอกหลิวก็กระตุกเกร็งเป็นครั้งสุดท้าย ดวงตาเบิกโพลงค้างด้วยความแค้นเคืองก่อนจะค่อยๆ ปิดสนิทลงลมหายใจเฮือกสุดท้ายขาดห้วงไปอย่างทรมาน ตัวการสำคัญในวังหลังที่คอยเสี้ยมสอนและช่วยเหลือรัชทายาทมาตลอด บัดนี้ได้กลายเป็นเพียงร่างไร้วิญญาณบนพื้นเย็นเยียบเสียแล้ว มู่เหยาเหยียดยิ้มเย็นชา นางสะบัดชายแขนเสื้อเบาๆ เดินผ่านร่างนั้นอย่างไร้ความรู้สึก ทว่าในวินาทีที่นางก้าวเท้าเตรียมจะผลักบานประตูตำหนักออกไป... *กริ๊ง...* เสียงกระดิ่งทองเหลืองดังขึ้นแผ่วเบาจากมุมมืดด้านหลังเสาไม้แกะสลักลายมังกร พร้อมกับเงาร่างสูงสง่าในชุดคลุมสีดำสนิทที่ก้าวออกมาอย่างไร้ซุ่มเสียง กลิ่นอายกดดันอันคุ้นเคยแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วทั้งห้องจนลมหายใจสะดุด เฟยหรงอ๋อง (ฉู่เซียวเหวิน) ประทับยืนอยู่ที่นั่น พระเนตรคมกริบดั่งพญาอินทรีย์กวาดมองร่างไร้ลมหายใจบนพื้นแวบหนึ่ง ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ใบหน้างดงามของชายาตนเอง มุมพระโอษฐ์หยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจและความคลั่งไคล้ระคนกัน “ชายาของข้าลงมือได้งดงามยิ่งนัก” พระสุรเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น พร้อมกับก้าวเข้ามาประชิดตัวนาง ร่างสูงใหญ่กักขังนางไว้ระหว่างอ้อมแขนและบานประตู กลิ่นอายบุรุษเพศอันร้อนรุ่มผสมผสานกับกลิ่นอายโลหิตจางๆ ลอยเข้าแตะนาสิก “จัดการหนอนตัวใหญ่ในวังหลังได้เรียบร้อย... แต่เจ้าคิดจะจัดการ ‘หนอนตัวพ่อ’ ที่ท้องพระโรงอย่างไรต่อเล่า หืม... มู่เหยาของข้า?” มู่เหยาไม่ถอยหนี นางเงยหน้าขึ้นสบพระเนตรคมปลาบนั้นอย่างไม่เกรงกลัว มุมปากหยักยิ้มยั่วเย้า “ทูลท่านอ๋อง... หม่อมฉันยังมียาพิษเหลืออีกถ้วยพอดี หากพระองค์ทรงสนพระทัย... จะลองเสวยดูสักจอกดีไหมเพคะ?” ฉู่เซียวเหวินหัวเราะในลำคอด้วยความขบขัน พระหัตถ์หนายื่นไปเชยคางมนขึ้นอย่างถือสิทธิ์ ดวงตาคู่นั้นลุกโชนด้วยเปลวเพลิงแห่งความปรารถนาที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่ง “หากเป็นยาพิษจากมือเจ้า ต่อให้ต้องดื่มจนหมดจดทั้งแผ่นดิน... ข้าก็ยอม” ทว่า ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังระอุเร่าร้อนด้วยเคมีอันตรายระหว่างทั้งสอง เสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงตะโกนตื่นตระหนกของขันทีหน้าตำหนักก็ดังแหวกอากาศเข้ามาเสียก่อน “แย่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! ทรง... พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จ... เสด็จมาถึงหน้าตำหนักบูรพาแล้วพ่ะย่ะค่ะ!” ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - เงียบแต่ฟาดเรียบ
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้จบเถิดท่านอ๋อง ข้าจะครองเมืองให้ดู นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%