กลิ่นหอมของกำยานหมื่นลี้อวลกำจายอยู่ในตำหนักบูรพา ทว่ากลิ่นอายความตายกลับเข้มข้นยิ่งกว่ากลิ่นบุปผาชาติใดในแผ่นดิน
หลี่มู่เหยาแย้มสร้อยโอษฐ์ขึ้นเล็กน้อย ยามทอดพระเนตรมองร่างระหงของพระสนมเอกหลิว ที่บัดนี้กำลังนั่งตัวสั่นเทาอยู่เบื้องหน้า นางสวมอาภรณ์ผ้าแพรต่วนปักลายหงส์บินสีทองอร่ามสม The dignities of imperial consort แต่ทว่าหยาดเหงื่อกาฬกลับผุดพรายเต็มกรอบพักตร์งดงามที่บิดเบี้ยวด้วยความหวาดกลัว
“พระสนม... เหตุใดจึงทรงมีสีพระพักตร์ซีดเซียวเช่นนั้นเล่าเพคะ? หรืออากาศในตำหนักนี้จะเย็นเยียบเกินไปเสียแล้ว”
น้ำเสียงของมู่เหยาหวานหยดเย้อยิ่งนัก ทว่าแฝงไว้ด้วยความหนامเหน็บดั่งคมกระบี่ที่จ่ออยู่บนหลอดลม นางสวมชุดกระโปรงยาวสีเพลิงปักดิ้นเงินลายมัจฉาแหวกว่าย ท่วงท่าการจิบชาช้าๆ ช่างสง่างามเยือกเย็น ราวกับพญาหงส์ที่กำลังมองดูเหยื่อในกรงขัง
“เจ้า... เจ้าวางยาในสุราถ้วยนั้น!” สนมเอกหลิวแผดเสียงกรีดร้องออกมาอย่างไม่อาจรักษามาุดตราชั้นสูงไว้ได้อีกต่อไป พระหัตถ์เรียวยาวสั่นเทายามชี้มายังสตรีตรงหน้า “หญิงสารเลว! เจ้ากล้าอาจหาญถึงเพียงนี้เชียวหรือ นี่คือตำหนักบูรพา! รัชทายาทไม่มีวันปล่อยเจ้าไว้แน่!”
มู่เหยาหัวเราะแผ่วเบาในลำคอ เสียงหัวเราะดั่งระฆังเงินกังวานใส ทว่าบาดลึกถึงขั้วหัวใจของผู้ฟัง นางค่อยๆ วางถ้วยกระเบื้องเคลือบสีไข่ไก่ลงบนโต๊ะไม้จันทน์หอมอย่างประณีต
“รัชทายาทงั้นหรือเพคะ?” มู่เหยาเอ่ยทวนคำ พลางโน้มกายเข้าไปใกล้สตรีผู้กำลังจะสิ้นลม ชั่วขณะนั้นดวงตาหงส์คู่คมกริบก็ฉายแววอำมหิตที่ซ่อนเร้นมานานปี “พระองค์กำลังทรงยุ่งอยู่กับการรับมือกับ ‘ของขวัญ’ ชิ้นงามที่ท่านอ๋องของหม่อมฉันส่งไปถวายที่ท้องพระโรงเมื่อยามสาม... เกรงว่าพระสนมคงไม่มีโอกาสได้เห็นสีพระพักตร์ยามตื่นตระหนกของพระองค์หรอคเะ”
คำว่า ‘ท่านอ๋อง’ ทำให้สนมเอกหลิวเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก นางจำได้แม่นยำ... ในชาติก่อน สตรีผู้นี้คือหมากตัวเบี้ยที่ถูกเหยียบย่ำจนแหลקסสลาย แต่วันนี้... มู่เหยาได้พลิกกระดานทิ้งทั้งหมด กลายเป็นผู้คุมชะตาชีวิตของทุกคนในวังหลวงแห่งนี้แล้ว
“เจ้ามันปีศาจ... มู่เหยา เจ้ามันปีศาจชัดๆ!” พระสนมหลิวสำลักลิ่มเลือดสีดำออกมาคำโต ร่างอรชรทรุดฮวบลงกับพื้นพรมปักลายวิจิตร ความเจ็บปวดจากการถูกพิษไร้ลักษณ์กัดกินอวัยวะภายในทำให้ต้องขดตัวด้วยความทรมาน
มู่เหยามองดูภาพนั้นด้วยสายตาราบเรียบ ไร้ซึ่งความสงสารเวทนา บาปกรรมที่สตรีผู້ນี้เคยร่วมมือกับฉู่จื่อจวินกรอกยาพิษสังหารนางในตำหนักเย็นเมื่อชาติก่อน... วันนี้ นางเพียงแต่ทวงคืนมันกลับมาเป็นร้อยเท่าพันทวีเท่านั้น
“ปีศาจหรือเพคะ?” มู่เหยาโน้มตัวลงกระซิบข้างใบหูที่ประดับด้วยต่างหูไข่มุกราตรี น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมดั่งคมมีด “หากข้าคือปีศาจ ท่านก็คงเป็นวิญญาณเร่ร่อนที่สมควรถูกจองจำในขุมนรกโลกันตร์ไปชั่วกัปชั่วกัลป์... หลับให้สบายเถอะนะเพคะ พระสนม”
สิ้นคำกล่าว ร่างของสนมเอกหลิวก็กระตุกเกร็งเป็นครั้งสุดท้าย ดวงตาเบิกโพลงค้างด้วยความแค้นเคืองก่อนจะค่อยๆ ปิดสนิทลงลมหายใจเฮือกสุดท้ายขาดห้วงไปอย่างทรมาน ตัวการสำคัญในวังหลังที่คอยเสี้ยมสอนและช่วยเหลือรัชทายาทมาตลอด บัดนี้ได้กลายเป็นเพียงร่างไร้วิญญาณบนพื้นเย็นเยียบเสียแล้ว
มู่เหยาเหยียดยิ้มเย็นชา นางสะบัดชายแขนเสื้อเบาๆ เดินผ่านร่างนั้นอย่างไร้ความรู้สึก ทว่าในวินาทีที่นางก้าวเท้าเตรียมจะผลักบานประตูตำหนักออกไป...
*กริ๊ง...*
เสียงกระดิ่งทองเหลืองดังขึ้นแผ่วเบาจากมุมมืดด้านหลังเสาไม้แกะสลักลายมังกร พร้อมกับเงาร่างสูงสง่าในชุดคลุมสีดำสนิทที่ก้าวออกมาอย่างไร้ซุ่มเสียง กลิ่นอายกดดันอันคุ้นเคยแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วทั้งห้องจนลมหายใจสะดุด
เฟยหรงอ๋อง (ฉู่เซียวเหวิน) ประทับยืนอยู่ที่นั่น พระเนตรคมกริบดั่งพญาอินทรีย์กวาดมองร่างไร้ลมหายใจบนพื้นแวบหนึ่ง ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ใบหน้างดงามของชายาตนเอง มุมพระโอษฐ์หยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจและความคลั่งไคล้ระคนกัน
“ชายาของข้าลงมือได้งดงามยิ่งนัก” พระสุรเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น พร้อมกับก้าวเข้ามาประชิดตัวนาง ร่างสูงใหญ่กักขังนางไว้ระหว่างอ้อมแขนและบานประตู กลิ่นอายบุรุษเพศอันร้อนรุ่มผสมผสานกับกลิ่นอายโลหิตจางๆ ลอยเข้าแตะนาสิก “จัดการหนอนตัวใหญ่ในวังหลังได้เรียบร้อย... แต่เจ้าคิดจะจัดการ ‘หนอนตัวพ่อ’ ที่ท้องพระโรงอย่างไรต่อเล่า หืม... มู่เหยาของข้า?”
มู่เหยาไม่ถอยหนี นางเงยหน้าขึ้นสบพระเนตรคมปลาบนั้นอย่างไม่เกรงกลัว มุมปากหยักยิ้มยั่วเย้า “ทูลท่านอ๋อง... หม่อมฉันยังมียาพิษเหลืออีกถ้วยพอดี หากพระองค์ทรงสนพระทัย... จะลองเสวยดูสักจอกดีไหมเพคะ?”
ฉู่เซียวเหวินหัวเราะในลำคอด้วยความขบขัน พระหัตถ์หนายื่นไปเชยคางมนขึ้นอย่างถือสิทธิ์ ดวงตาคู่นั้นลุกโชนด้วยเปลวเพลิงแห่งความปรารถนาที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่ง
“หากเป็นยาพิษจากมือเจ้า ต่อให้ต้องดื่มจนหมดจดทั้งแผ่นดิน... ข้าก็ยอม”
ทว่า ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังระอุเร่าร้อนด้วยเคมีอันตรายระหว่างทั้งสอง เสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงตะโกนตื่นตระหนกของขันทีหน้าตำหนักก็ดังแหวกอากาศเข้ามาเสียก่อน
“แย่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! ทรง... พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จ... เสด็จมาถึงหน้าตำหนักบูรพาแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - เงียบแต่ฟาดเรียบ
หย่าให้จบเถิดท่านอ๋อง ข้าจะครองเมืองให้ดู•ตอนที่ 30
แผนที่ไม่มีวันพลาด
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้จบเถิดท่านอ๋อง ข้าจะครองเมืองให้ดู นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!