หย่าให้จบเถิดท่านอ๋อง ข้าจะครองเมืองให้ดู•ตอนที่ 21

รอยร้าวของศัตรู

ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
กลิ่นอายกำยานจันทร์สหัสวรรษลอยวนอวลอยู่ในห้องรับรองส่วนตัวของเหลาอาหาร ‘เมฆาคล้อย’ ทว่าบรรยากาศกลับเย็นเยียบราวน้ำค้างกลางคิมhansa กลิ่นชาผู่เอ๋อร์ชั้นดีที่กรุ่นไอร้อนระอุ หาได้ช่วยให้จิตใจของผู้ร่วมโต๊ะสงบลงไม่ ตรงกันข้าม... เมล็ดพันธุ์แห่งความระแวงสงสัยที่ถูกหว่านลงไปเมื่อครู่ กำลังหยั่งรากลึกและแตกหน่ออย่างรวดเร็วจนน่ากลัว "ท่านราชครูซ่ง... ดูเหมือนว่าฝ่าบาทจะทรงโปรดปรานตระกูลสวีเป็นพิเศษในช่วงนี้ กระทั่งงบประมาณกองทัพบูรพาที่ควรจะตกเป็นของท่าน กลับถูกโยกย้ายไปให้บุตรชายของแม่ทัพสวีอย่างไร้ร่องรอย ช่างน่าเห็นใจความจงรักภักดีหลายสิบปีของท่านยิ่งนัก" เสียงหวานใสราวกับระฆังแก้วแต่ทว่าเฉียบคมดุจใบมีดโกน เอ่ยขึ้นอย่างไม่รีบร้อน หลี่มู่เหยา ในชุดกระโปรงผ้าไหมปักลายหงส์ซ่อนลายเมฆสีนิลกาฬ ขับเน้นให้ผิวพรรณผุดผ่องราวกระเบื้องเคลือบชั้นดี นางเพียงปรายตามองถ้วยกระเบื้องเคลือบสีฟ้าไห่ถังในมือ นิ้วเรียวระหงแตะเบาๆ ที่ขอบถ้วยอย่างเชื่องช้า ท่าทีเยือกเย็นและมั่นอกมั่นใจนั้น ยิ่งสร้างความอึดอัดให้แก่ชายชราตรงหน้า ราชครูซ่งขบกรามแน่นจนกล้ามเนื้อข้างแก้มกระตุก แม้จะพยายามรักษาท่าทีของผู้ทรงภูมิไว้เพียงใด แต่ร่องรอยความริษยาและไม่พอใจก็ฉายชัดผ่านดวงตาฝ้าฟางที่หรี่แคบลง สายตาของเขาตวัดไปยังซ่งอวี้ บุตรชายคนโตที่นั่งหน้าซีดเผือดอยู่ข้างๆ "เหลวไหล! องค์รัชทายาททรงมีพระปรีชาสามารถ ย่อมต้องมีเหตุผลในการจัดสรรงบประมาณ ฮูหยินหลี่... อย่าได้ใช้คารมอันคมกริบมาเสี้ยมให้พ่อลูกตระกูลซ่งต้องบาดหมางกันเลย" ซ่งอวี้ฝืนกลืนน้ำลายลงคอ พยายามแก้ต่างแทนเจ้านายเหนือหัว แม้ในใจจะเริ่มคล้อยตามคำยุยงของสตรีตรงหน้าไปครึ่งหนึ่งแล้วก็ตาม มู่เหยาแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา คล้ายดอกไม้พิษที่ผลิบานท่ามกลางหิมะ นางวางถ้วยชาลงบนโต๊ะไม้จันทน์เสียงดังกระทบกันเบาๆ แต่กลับดังก้องกังวานในความเงียบงัน "เหตุผลหรือเพคะ? หรือเป็นเพราะ... องค์รัชทายาททรงตระหนักดีว่า ตระกูลซ่งเริ่ม ‘หมดประโยชน์’ แล้วกันแน่" นางจงใจเน้นเสียงทีละคำอย่างชัดเจน "ท่านราชครูรับใช้ราชสำนักมาเนิ่นนาน ย่อมรู้ดีว่าสุนัขที่หมดประโยชน์ย่อมลงหม้อต้มเป็นธรรมดา... ยิ่งตอนนี้พันธมิตรของรัชทายาทมีมากหน้าหลายตา หากตระกูลซ่งยังคงดึงดันจะค้ำจุนอำนาจโดยไม่ได้อะไรกลับคืนมา เกรงว่าอีกไม่นาน ตำแหน่งราชครูผู้สูงส่ง อาจจะต้องผลัดเปลี่ยนมือไปให้ตระกูลสวีเสียแล้วกระมัง" คำพูดนั้นแทงใจดำและกระทบปมประสาทของสองพ่อลูกตระกูลซ่งเข้าอย่างจัง ราชครูซ่งกระแทกจอกสุราลงบนโต๊ะจนของเหลวสีอำพันกระฉอกเปรอะเปื้อนเสื้อผ้า ทว่าเขาหาได้ใส่ใจไม่ ความโกรธเกรี้ยวระคนหวาดระแวงตีรวนขึ้นมาจนหน้าดำคร่ำเครียด "ฮูหยินหลี่! เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงมาพูดจายุยงเช่นนี้!" ราชครูซ่งตวาดเสียงต่ำ ดวงตาแดงก่ำด้วยโทสะ "ข้าเพียงแต่พูดความจริงที่พวกท่านพยายามหลับตาข้างหนึ่งมาตลอดก็เท่านั้น" มู่เหยาเอนกายพิงพนักเก้าอี้อย่างสบายอารมณ์ นางปรายตามองความร้าวฉานที่เริ่มก่อตัวขึ้นในกลุ่มพันธมิตรของฉู่จื่อจวินอย่างพึงพอใจ "หากท่านราชครูยังคงภักดีต่อรัชทายาทผู้เนรคุณและเห็นแก่ตัวเช่นนั้นต่อไป อีกไม่นาน... เกรงว่าจวนราชครูอันทรงเกียรติ คงเหลือเพียงชื่อให้คนรุ่นหลังได้เวทนา" บรรยากาศในห้องรับรองตึงเครียดจนแทบขาดผึ่ง ซ่งอวี้หันไปกระซิบกระซาบกับบิดาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ความโลเลและความกลัวที่จะสูญเสียอำนาจเริ่มกัดกินจิตใจของตระกูลซ่งทีละน้อย นี่คือเป้าหมายที่มู่เหยาต้องการ... การทำลายแนวร่วมของฉู่จื่อจวินจากภายใน โดยไม่ต้องเปลืองแรงแม้แต่ปลายนิ้ว ทว่า ในขณะที่เกมการเมืองกำลังดำเนินไปตามหมากที่นางวางไว้ ประตูห้องรับรองก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยปราศจากการเคาะขออนุญาต ร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมผ้าไหมปักลายพยัคฆ์ทะยานเมฆสีดำสนิทก้าวเข้ามา ชายหนุ่มผู้กุมอำนาจกองทัพชายแดนเหนือ... เฟยหรงอ๋อง ฉู่เซียวเหวิน กลิ่นอายความเย็นชาและดุร้ายแผ่ซ่านกดทับจนทุกคนในห้องแทบหยุดหายใจ ใบหน้าหล่อเหลาดั่งหยกสลักไร้ซึ่งความรู้สึก ทว่าดวงเนตรคมกริบดั่งเหยี่ยวกลับพุ่งตรงมายังร่างบางของหลี่มู่เหยาเพียงผู้เดียว ฉู่เซียวเหวินกวาดสายตามองสถานการณ์ตึงเครียดตรงหน้าแวบหนึ่ง ก่อนจะยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเยียบเย็นที่ชวนให้สันหลังวาบหวิว เขาก้าวเข้าไปยืนซ้อนด้านหลังเก้าอี้ของมู่เหยาโน้มใบหน้าลงกระซิบข้างใบหูของนางด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่น่าเกรงขาม "ภรรยาข้า... ออกมาเที่ยวเล่นนอกจวนนานเกินไปแล้วกระมัง ถึงเวลาต้องกลับไปรับโทษทัณฑ์ ‘ส่วนตัว’ ที่เราตกลงกันไว้เมื่อเช้าแล้วมั้ง" หัวใจของมู่เหยาเต้นกระตุกวูบ ทว่านางยังคงรักษาiมาดความสุขุมไว้ได้ นัยน์ตาคู่สวยตวัดขึ้นมองสบตากับราชสิงห์หนุ่มผู้เย่อหยิ่ง ขณะที่บรรยากาศรอบตัวเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความตึงเครียดระคนเสน่หาอันอันตราย ฉู่เซียวเหวินมิได้สนใจสองพ่อลูกตระกูลซ่งที่นั่งตัวสั่นงันงกอยู่เบื้องหน้า เขายื่นมือหนาออกไปคว้าข้อมือเรียวของมู่เหยาไว้อย่างถือสิทธิ์ ก่อนจะชะבก้าวหยุดฝีเท้าลง แล้วหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งจากสาบเสื้อโยนลงกลางโต๊ะ— *ราชโองการลับจากฮ่องเต้: สั่งปลดราชครูซ่ง และแต่งตั้งแม่ทัพสวีขึ้นดำรงตำแหน่งแทน มีผลทันที!* ดวงตาของราชครูซ่งเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก ร่างชราทรุดฮวบลงกับเก้าอี้ทันทีที่เห็นตราประทับหยกมังกร ในขณะที่มู่เหยาชะงักงัน นางเงยหน้าขึ้นมองฉู่เซียวเหวินด้วยแววตาตกตะลึงระคนสงสัย ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับเกมการเมืองอันเชือดเฉือนนี้ด้วยกันนะคะ — เงียบแต่ฟาดเรียบ
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้จบเถิดท่านอ๋อง ข้าจะครองเมืองให้ดู นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%