หย่าให้จบเถิดท่านอ๋อง ข้าจะครองเมืองให้ดู•ตอนที่ 12

เมื่อเสือร้ายเริ่มอ่อนโยน

ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
"หากแผนการของเจ้าพังทลายลงในคืนนี้ ศีรษะบนบ่าของตระกูลหลี่คงหาที่อยู่บนลำตัวได้ยากเต็มทีแล้วกระมัง ฮูหยิน" ปลายกระบี่คมกริบจ่อห่างจากลำคอระหงเพียงคืบ กลิ่นอายคาวเลือดและกลิ่นอายสนิมเหล็กจากสนามรบโชยปะทะนาสิก ทว่าหลี่มู่เหยาหาได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย นางเพียงปรายตามองคมกระบี่ที่พาดผ่านอาภรณ์ปักลายหงส์สีชาด ก่อนจะรินน้ำชาดอกเบญจมาศลงในถ้วยกระเบื้องเคลือบสีไข่ไก่ด้วยกิริยาเยือกเย็นราวกับบุปผางามที่กำลังเบ่งบานท่ามกลางเหมันต์ "ท่านอ๋องทรงกังวลเรื่องคอของหม่อมฉัน หรือกังวลว่าเบี้ยบนกระดานตัวนี้จะหมดประโยชน์ก่อนที่พระองค์จะได้ใช้มันล้างบางพวกสุนัขรับใช้ของรัชทายาทกันแน่เพคะ" น้ำเสียงของนางราบเรียบ ทว่าเฉียบคมดุจน้ำค้างแข็งบนยอดไผ่ หลี่มู่เหยาในอาภรณ์สีม่วงเข้มปักดิ้นทองป้องปัดความกดดันจากบุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าเป็น ‘เทพสงครามผู้เหี้ยมโหด’ แห่งแคว้นฉู่ได้อย่างไร้ที่ติ ฉู่เซียวเหวินหรี่นัยน์ตาคมกริบดั่งพยัคฆ์ซุ่มซ่อนในพงไพร ร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะทมิฬก้าวเข้าประชิดจนไออุ่นจากกายกำยำแผ่ซ่านเข้าสู่โสตประสาทของนาง พระองค์ไม่ได้คาดหวังว่าจะได้ยินคำตอบที่ฉลาดเป็นกรดเช่นนี้จากปากสตรีที่ผู้คนต่างตราหน้าว่าไร้ค่า ย้อนกลับไปเมื่อครึ่งชั่วยามก่อน แผนการซ้อนแผนเพื่อดึงหนอนบ่อนไส้ในกรมมหาดไทยให้ออกมาWรögกำลังดำเนินไปอย่างหมิ่นเหม่ หลี่มู่เหยาเป็นผู้แนะให้ใช้จดหมายปลอมล่อลวงเสนาบดีหลิวให้มาติดกับที่ศาลาริมน้ำ แต่นางกลับมิได้คาดคิดว่าฉู่เซียวเหวินจะทรงใช้วิธี ‘ตัดไฟแต่ต้นลม’ ด้วยการบุกเข้าประชิดตัวนางในยามวิกาลเพื่อทดสอบความเด็ดเดี่ยว "เจ้ากล้าดียังไงถึงเอาชีวิตของคนตระกูลหลี่มาเดิมพันกับหมากตานี้ โดยไม่บอกกล่าวเรา" สุระเสียงต่ำทุ้มคาดคั้น แฝงความดุดันที่พร้อมจะบดขยี้ทุกสิ่งให้แหลقคามือ ทว่ามือหนาที่เคยสังหารคนมานับหมื่นกลับไม่ได้กดคมกระบี่ให้เข้าใกล้ลำคอของนางแม้แต่น้อย กลับกัน... เขากลับลดปลายกระบี่ลงช้าๆ เมื่อสังเกตเห็นประกายตาที่มั่นคงดุจหินผาของสตรีตรงหน้า "ชีวิตของตระกูลหลี่ในสายตาหม่อมฉัน เป็นเพียงหมากเน่าที่รอวันถูกเขี่ยทิ้งอยู่แล้วเพคะ การใช้ประโยชน์จากพวกมันเพื่อดึงฉู่จื่อจวินให้ออกมาจากเงามืด ย่อมคุ้มค่ายิ่งกว่าการเก็บรักษาซากปรักหักพังไว้มิใช่หรือเพคะ ท่านอ๋อง" หลี่มู่เหยาเงยหน้าขึ้นสบตาคมปลาบของเขาอย่างไม่เกรงกลัว มุมปากบางยกยิ้มเยาะหยันเล็กน้อย "หรือว่าท่านอ๋องเกิดนึกเวทนาตระกูลหลี่ขึ้นมาจริงๆ?" ฉู่เซียวเหวินชะงักไปชั่วขณะ นัยน์ตาคู่นั้นไม่ได้มองนางเป็นเพียงฮูหยินตกกระป๋องที่เขาเคยชิงชังอีกต่อไปแล้ว ภาพสะท้อนในดวงเนตรของเขาคือสตรีผู้มีสติปัญญาเป็นเลิศ นางอ่านเกมการเมืองในราชสำนักทะลุปรุโปร่งยิ่งกว่าขุนนางเฒ่าบางคนเสียอีก ความงดงามของนางไม่ได้อยู่แค่ที่รูปโฉมอันล่มเมือง หากแต่อยู่ที่มันสมองและคมความคิดที่เฉียบคมบาดลึกยิ่งกว่าอาวุธใดในแผ่นดิน ความเงียบเข้าปกคลุมห้องหนังสือชั่วขณะ มีเพียงเสียงเปลวเทียนที่ไหววูบตามสายลมราตรี กลิ่นหอมจางๆ จากกายของหญิงสาวลอยละลิ่วผสมผสานกับกลิ่นชาชั้นดี ชายหนุ่มโน้มพระVายลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดอยู่ข้างแก้มเนียนนุ่ม "เจ้าทำให้เราประหลาดใจครั้งแล้วครั้งเล่า มู่เหยา" สุระเสียงของเขาอ่อนลงอย่างไร้รอยต่อ จนแทบจะกลายเป็นเสียงกระซิบที่พร่าเล่า "แต่วิธีการของเจ้ามันอันตรายเกินไป หากหลิวฉางฮุ่ยไม่ติดกับ เจ้าคิดหรือว่าเราจะปล่อยให้เจ้ามีชีวิตอยู่รอดถึงรุ่งสาง?" "ถ้าหม่อมฉันไม่มั่นใจในหมากตานี้ หม่อมฉันคงไม่กล้าท้าทายอำนาจของท่านอ๋องหรอเพคะ" นางตอบกลับทันควันโดยไม่หลบสายตา หัวใจในอกเต้นรัวระรัวด้วยความตึงเครียด แต่นางไม่อาจแสดงความอ่อนแอออกมาให้เขาเห็นเป็นอันขาด ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขามิใช่ความรักความเสน่หา หากแต่เป็นพันธะแห่งผลประโยชน์ที่ค่อยๆ ถักทอเข้าหากันด้วยความเคารพในเชาวน์ปัญญาของอีกฝ่าย มือหนาเอื้อมออกไป ปลายนิ้วหยาบกร้านจากการจับดาบสัมผัสเบาๆ ที่เส้นผมสีดำขลับที่หลุดลุ่ยลงมาเคลียแก้มของนาง การกระทำที่อ่อนโยนนี้ช่างขัดแย้งกับภาพลักษณ์แม่ทัพผู้เหี้ยมโหดโดยสิ้นเชิง หลี่มู่เหยาถึงกับสะท้านเล็กน้อยเมื่อสัมผัสอุ่นนั้นแตะโดนผิวแก้ม นางเบี่ยงหน้าหลบเล็กน้อยด้วยสัญชาตญาณของการป้องกันตัว แต่ฉู่เซียวเหวินกลับใช้นิ้วอีกข้างเชยคางนางขึ้นบังคับให้สบตา "จำไว้... ในแผ่นดินนี้ ไม่มีใครมีสิทธิ์เอาชีวิตของเจ้าไปได้ นอกจากเราคนเดียว" เขาเอמהด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลัง เด็ดขาด และประกาศความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจน ก่อนที่หลี่มู่เหยาจะทันได้ตอบโต้วาจาอันอุกอาจนั้น เสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังขึ้นที่หน้าประตูด้านนอก ตามด้วยเสียงเคาะประตูถี่ระรัวด้วยความร้อนรน "ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!" เสียงขององครักษ์เอกจ้าวเฟิงดังลอดเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก "สายรายงานด่วนจากนอกเมือง... กองกำลังทหารลับของรัชทายตินเคลื่อนพลปิดล้อมเส้นทางเสบียงของค่ายทหารเหนือแล้วพ่ะย่ะค่ะ และ..." จ้าวเฟิงหยุดชะงักไปชั่วครู่ ราวกับไม่กล้าเอ่ยคำพูดถัดไปออกมา ฉู่เซียวเหวินผละออกจากหลี่มู่เหยาช้าๆ แววตาที่เพิ่งมีความอ่อนโยนเจืออยู่เมื่อครู่กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบดุจน้ำแข็งในฤดูเหมันต์ในเสี้ยววินาที บรรยากาศภายในห้องกลับมาคุกรุ่นและตึงเครียดถึงขีดสุดอีกครั้ง "ว่ามา" สุระเสียงทรงอำนาจเอ่ยอนุญาต "มีพระราชโองการลับฉบับใหม่จากฮ่องเต้... ส่งตรงถึงมือฉู่จื่อจวินแล้วพ่ะย่ะค่ะ เนื้อความในราชโองการระบุว่า... ให้ปลดท่านอ๋องออกจากตำแหน่งแม่ทัพพิทักษ์ชายแดน และจับกุมตัวฮูหยินหลี่มู่เหยาในข้อหาเป็นกบฏขายชาติ!" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับกลยุทธ์อันล้ำลึกนี้ด้วยกันนะคะ — เงียบแต่ฟาดเรียบ
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้จบเถิดท่านอ๋อง ข้าจะครองเมืองให้ดู นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%