กลิ่นอายกำยานไม้กฤษณาอบอวลเจือจางในห้องรับรองชั้นในของเรือนจันทราค้างฟ้า ผ้าม่านโปร่งสีนวลทิ้งตัวลงคลุมกรอบหน้าต่างแกะสลักลวดลายหงส์ร่อน ทว่าบรรยากาศภายในกลับเยียบเย็นราวกับห้องพิพากษาคดีอุกฉกรรจ์ หลี่มู่เหยานั่งสงบนิ่งอยู่หลังโต๊ะไม้จันทน์แดง มือเรียวดุจหยกสลักกำลังตวัดพู่กันขนกระต่ายป่าเขียนรายชื่อสมุนไพรลงบนกระดาษสาเนื้อดีด้วยลายมือที่พลิ้วไหวและเด็ดเดี่ยว ทุกรอยหวาดและตวัดหมึกสะท้อนถึงจิตใจที่มั่นคงดั่งศิลา
เบื้องหน้าของนางคือ "ชุนฮวา" สาวใช้คนสนิทที่ก้มหน้าหลบสายตาอย่างแนบเนียน มือที่ถือถาดกระเบื้องเคลือบสีไข่ไก่บรรจุถ้วยชาหอมกรุ่นสั่นระริกเล็กน้อย—สั่นไหวด้วยความตื่นตระหนก หรือด้วยความเร่งร้อนที่จะส่งมอบสารพิษไร้สีไร้กลิ่นตามคำสั่งของผู้เป็นนายเบื้องหลังกันแน่?
"ฮูหยินเจ้าคะ... ชาอู่หลงต้มใหม่ร้อนๆ เพคะ ดื่มเสียหน่อยจะได้คลายความกังวลใจเรื่องจดหมายหย่าเมื่อวานนี้" เสียงของชุนฮวาหวานหยดย้อย ทว่าแฝงรอยสั่นพร่าที่รอดพ้นจากโสตประสาทของคนทั่วไปไม่ได้ แต่มิใช่สำหรับอดีตศัลยแพทย์ผู้เคยผ่านความเป็นความตายมานับไม่ถ้วนอย่างหลี่มู่เหยา
มู่เหยาไม่เงยหน้าขึ้นมองนาง พู่กันในมือยังคงจรดลงบนกระดาษอย่างต่อเนื่อง ราวกับไม่ใส่ใจต่อถ้วยชาที่ถูกวางลงบนโต๊ะข้างกาย น้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนทำให้บรรยากาศรอบตัวดิ่งลงวูบ
"ชุนฮวา เจ้ามาอยู่รับใช้ข้าตั้งแต่ปีที่สามในรัชสมัยเหอหย่งสินะ... นับเวลาแล้วก็ราวห้าปีเต็ม"
ชุนฮวาสะดุ้งเฮือกเล็กน้อย รีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติก่อนจะฝืนยิ้มตอบ "บ่าวซาบซึ้งใจยิ่งนักที่ฮูหยินยังทรงจำวันเวลาได้แม่นยำเพคะ บ่าว... บ่าวมีวาสนาได้ติดตามรับใช้ท่าน เป็นบุญยิ่งแล้วเจ้าค่ะ"
"วาสนาหรือ..." มู่เหวายกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเยียบเย็น นางวางพู่กันลงอย่างช้าๆ เสียงกระทบของด้ามไม้กับแท่นวางช่างก้องกังวานบาดแก้วหูราวกับเสียงคมกระبيดกระทบฝัก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาบ่าวรับใช้ตรงๆ นัยน์ตาดอกท้อคู่นั้นมิได้มีความโศกเศร้าหรือหวาดกลัวดังเช่นชาติก่อน มีเพียงประกายคมกริบดุจน้ำแข็งพันปีที่สะท้อนเงาของความทรยศหักหลัง "น่าเสียดายนัก... ที่วาสนากลุ่มนี้ ดูท่าจะถูกตีราคาเป็นตำลึงทองจากจวนรัชทายาทไปเสียแล้วกระมัง"
สิ้นคำกล่าว ร่างของชุนฮวาก็แข็งทื่อราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกระหม่อม สีหน้าที่เคยแย้มยิ้มแปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือดไร้สีเลือด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด นางคุกเข่าลงกระแทกพื้นเรือนดัง "ตุบ" จนกรับกระเบื้องแทบแตก
"ฮะ... ฮูหยินตรัสอันใดเพคะ! บ่าว... บ่าวไม่เข้าใจ บ่าวเป็นคนของท่านนะเพคะ!"
"คนของข้า?" มู่เหวาลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ อาภรณ์ผ้าไหมปักลายเมฆสีครามสะท้อนแสงไฟจากตะเกียงสำริด นางก้าวเท้าเดินเข้าไปใกล้สาวใช้ทีละก้าว เสียงฝ้ายกระทบพื้นช่างเชื่องช้า แต่มันกลับกดดันหัวใจของชุนฮวาให้หล่นวูบลงไปถึงตาตุ่ม "คนของข้าคงไม่แอบนำบัญชีรายชื่อสมุนไพรมีพิษในห้องยาไปส่งให้คนสนิทของฉู่จื่อจวินที่หอคอยร้างหลังจวนเมื่อคืนยามสามกระมัง?"
ความจริงถูกเปิดโปงอย่างไร้ความปรานี ชุนฮวาล้มพับลงไปกองกับพื้น ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวถึงขีดสุด นางไม่คาดคิดเลยว่าคุณหนูผู้เคยอ่อนแอและถูกรังแกมาตลอดอย่างหลี่มู่เหยา จะล่วงรู้แผนการลับที่กระทำอย่างระมัดระวังที่สุดได้ในชั่วข้ามคืน
"ฮูหยินโปรดละเว้น! บ่าว... บ่าวถูกบังคับเพคะ! พวกมันจับครอบครัวของบ่าวไว้ หากบ่าวไม่ทำตาม พวกมันจะฆ่าพี่ชายและมารดาของบ่าวทิ้งนะเพคะ!" ชุนฮวาโถมตัวเข้ากอดชายผ้าไหมของหลี่มู่เหยา น้ำตานองหน้าด้วยความสำนึกผิดและหวาดกลัวความตาย
มู่เหวาก้มมองหญิงสาวที่กำลังร่ำไห้อ้อนวอนแทบเท้า แววตาของนางไม่มีความเห็นอกเห็นใจแม้แต่น้อย ในเกมการแย่งชิงอำนาจและความตาย ความสงสารคือความอ่อนแอที่ฆ่าตัวเราเองในภายหลัง นางย่อตัวลงใช้ปลายนิ้วเชยคางของชุนฮวาขึ้นบังคับให้สบตา น้ำเสียงกระซิบแผ่วเบาแต่เยือกเย็นจนบาดลึกถึงกระดูกดำ
"ครอบครัวของเจ้าถูกจับตัวไป... แต่นั่นหาใช่ข้ออ้างในการเลือกที่จะสังหารข้าไม่" มู่เหวากวาดสายตามองถ้วยชาที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่น "ชาถ้วยนี้ หากข้าดื่มลงไป เกรงว่าคงจะได้ไปยมโลกก่อนจะได้เห็นฉู่จื่อจวินชดใช้กรรมสินะ"
"บ่าว... บ่าวผิดไปแล้วเพคะฮูหยิน! โปรดเมตตาชี้ทางสว่างให้บ่าวด้วยเถิดเพคะ บ่าวพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อไถ่โทษ!"
หลี่มู่เหยายิ้มรับ รอยยิ้มที่งดงามราวดอกไม้พิษแรกแย้มแต่น่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก นางตบมือเบาๆ สองครั้ง ประตูห้องรับรองก็ถูกเปิดออกอย่างเงียบเชียบโดยองครักษ์เงาในชุดดำสนิทผู้หนึ่ง—เฟยหรงอ๋องไม่ได้ปรากฏกายด้วยตนเองในยามนี้ แต่เงาฝีมือของเขากลับถูกส่งมาคุ้มครองและจัดการความสะอาดในจวนแห่งนี้อย่างรวดเร็วดั่งพายุหมุน
"ในเมื่อเจ้าอยากไถ่โทษนัก ข้าก็จะเมตตาให้โอกาสเจ้าสักครั้ง..." มู่เหวากระซิบข้างหูสาวใช้ด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ชุนฮวาต้องขนลุกซู่ไปทั้งร่าง "จงนำชาถ้วยนี้กลับไปเสิร์ฟให้แขกคนสำคัญที่รอเจ้าอยู่ ณ เรือนรับรองทิศตะวันตก... บอกเขาว่า ข้าส่งของขวัญชิ้นแรกไปให้รับรองความพึงพอใจแล้ว"
ชุนฮวาเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีดเมื่อรู้ว่าแขกผู้นั้นคือผู้ใด นางอ้าปากค้างแต่ไม่กล้าแม้แต่จะเปล่งเสียงปฏิเสธ
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามาประชิดหน้าประตูเรือนจันทราค้างฟ้าอย่างไร้ซุ่มเสียง เงาร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมผ้าไหมสีดำสนิทปักลายมังกรทองดิ้นเงินปรากฏขึ้นท่ามกลางความมืด ไอสังหารเย็นเยียบแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วบริเวณโดยพลัน
ฉู่เซียวเหวิน—เฟยหรงอ๋อง ก้าวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าเรียบเฉยดุจน้ำแข็งพันปี นัยน์ตาคมกริบกวาดมองสถานการณ์เบื้องหน้าด้วยความรวดเร็ว ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างของหลี่มู่เหยาที่ยืนหยัดอย่างสง่างามท่ามกลางพายุอารมณ์
เขายกยิ้มมุมปากเล็กน้อย แววตาคลั่งรักที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความโหดเหี้ยมฉายประกายวาบวับขณะมองสตรีในดวงใจ
"ชายาของเปิ่นหวังช่างใจกล้าหาญยิ่งนัก... กล้าใช้จวนอ๋องของข้าเป็นกระดานเดินหมากรุกฆาตเช่นนี้เชียวหรือ?" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น พร้อมกับที่องครักษ์เงาก้าวเข้ามารายงานข่าวกรองล่าสุดด้วยใบหน้าเคร่งเครียด
"ทูลท่านอ๋อง! สายสืบรายงานเข้ามาด่วนจากนอกกำแพงเมือง... กองกำลังทหารลับขององค์รัชทายาทเคลื่อนพลเข้าประชิดประตูเมืองทิศเหนือแล้วพะยะค่ะ!"
หลี่มู่เหยาชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มเยືือกเย็นผุดขึ้นที่ริมฝีปาก นางหันไปสบตากับบุรุษผู้กุมอำนาจกองทัพที่ยืนอยู่เบื้องหน้า โดยไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งใจมาให้กันเสมอนะคะ
---
*หมายเหตุ: ติดตามตอนต่อไป "หมากตานี้ ใครคือผู้ล่า" ในตอนหน้าค่ะ*
หย่าให้จบเถิดท่านอ๋อง ข้าจะครองเมืองให้ดู•ตอนที่ 6
หมากเกมแรกในจวน
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้จบเถิดท่านอ๋อง ข้าจะครองเมืองให้ดู นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!