คราบโลหิตบนกระดาษสาแผ่นบางไม่ได้ให้กลิ่นอายของความเป็นญาติมิตรแม้แต่น้อย มันคือกลิ่นอายของความโลภและกลิ่นอายของซากศพที่เน่าเฟะจากอดีตชาติ ซึ่งบัดนี้ถูกตอกย้ำให้ชัดเจนขึ้นด้วยลายมือหวาดหวั่นสั่นพร่าของ "หลี่ฮูหยินผู้เฒ่า" ผู้นั่งหลังงออยู่เบื้องหน้า
หลี่มู่เหยาสวมอาภรณ์ปักลายหงส์สีชาดทับด้วยเสื้อคลุมขนจิ้งจอกหิมะสีขาวบริสุทธิ์ นางไม่ได้ขยับกายเข้าใกล้บิดาและพี่ชายต่างมารดาที่คุกเข่าอยู่บนพื้นห้องโถงตระกูลหลี่แม้แต่เพียงครึ่งก้าว สายตาคู่นั้นเย็นเยียบราวน้ำแข็งพันปีใต้หุบเขาไร้ตะวัน นางเพียงใช้ปลายนิ้วเรียวดั่งลำหญ้าหยาดน้ำค้างหมุนถ้วยชาหยกขาวในมือช้าๆ ปล่อยให้ไอร้อนกรุ่นระเหยกลายเป็นหยาดหยดราวกับน้ำตาที่เหือดแห้งไปนานแล้วจากหัวใจของสตรีผู้ผ่านความตายมาหนหนึ่ง
"มู่เหยา... เจ้าลูกอกตัญญู! นั่นคือบิดาผู้ให้กำเนิดและตระกูลที่เลี้ยงดูเจ้ามาจนเติบใหญ่ ถึงกับกล้าใช้ราชองครักษ์เสื้อแพรมากดดันให้พวกเราต้องคุกเข่าต่อหน้าเจ้าเช่นนี้เชียวหรือ!"
เสียงตวาดด้วยความโกรธเกรี้ยวแต่สั่นเครือของหลี่เฉิงฮุ่ยผู้เป็นบิดา ดังสะท้อนก้องเรือนรับรองอันโอ่อ่า ใบหน้าของเขาเหี่ยวย่นตามกาลเวลาแต่แววตายังคงละโมบโลภมากไม่เคยเปลี่ยน ในมือของเขาซ่อนตราประทับประจำตระกูลที่พยายามยื่นเข้ามาขอความช่วยเหลือจากนาง—สตรีผู้ที่พวกมันเคยคิดจะส่งไปเป็นเครื่องบรรณาการสังเวยความตายให้รัชทายาทฉู่จื่อจวินเมื่อชาติภพก่อน
มู่เหยาสدหัวเราะแผ่วเบาในลำคอ เสียงหัวเราะที่เปี่ยมด้วยความเย้ยหยันราวกับได้ยินเรื่องตลกขบขันที่สุดในใต้หล้า นางปรายหางตามองบุรุษที่ได้ชื่อว่าเป็นบิดาด้วยแววตาเรียเฉย
"บิดาหรือเจ้าคะ?" นางทวนคำ น้ำเสียงนุ่มนวลทว่าบาดลึกถึงกระดูกดำ "วันที่ท่านพ่อตบหน้าข้าจนมุมปากแตก เพียงเพื่อบังคับให้ข้าลงนามในหนังสือสละสิทธิ์มรดกมารดาเพื่อยกให้พี่สะใภ้รอง... ท่านเคยคิดว่าข้าเป็นบุตรสาวบ้างหรือไม่? วันที่ท่านยอมรับสินบนแปดหมื่นตำลึงทองจากตำหนักรัชทายาท เพื่อแลกกับการส่งข้าเข้าไปเป็นหมากตัวหนึ่งในตำหนักบูรพาที่เต็มไปด้วยยาพิษ... ท่านยังหลงเหลือความเป็นพ่อหลงเหลืออยู่ในจิตวิญญาณเน่าเฟะนั่นอีกหรือ?"
หลี่จื้อหยวน พี่ชายแท้ๆ ของนางหน้าซีดเผือด เขาพยายามคลานเข่าเข้ามาหาหวังจะยื้อชายเสื้อคลุมของนางไว้ แต่กลับถูกกระบี่คมกริบขององครักษ์เงาที่ยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลังตวัดปลายคมวับลงมาปักขวางไว้ที่พื้นห่างจากปลายเท้าไม่ถึงคืบ จนเจ้าตัวสะดุ้งสุดตัวล้มพับลงไปกองกับพื้น
"น้องรอง... พี่ใหญ่ขอร้องล่ะ เจ้าช่วยตระกูลหลี่สักครั้งเถอะ!" หลี่จื้อหยวนละล่ำละลักละเมอเพ้อพจน์ "ตอนนี้กิจการค้าผ้าไหมและโรงเตี๊ยมทั่วเมืองหลวงถูกทางการยึดหมดแล้วเพราะข้อหาหลบเลี่ยงภาษี... หากไม่มีเส้นสายของเฟยหรงอ๋องที่หนุนหลังเจ้าอยู่ พวกเรา... พวกเราคงต้องถูกเนรเทศไปใช้แรงงานที่ชายแดนแน่ๆ เจ้าทนมองดูวงศ์ตระกูลต้องอัปยศเช่นนี้ลงคอเชียวหรือ!"
"วงศ์ตระกูล?" มู่เหยาเอ่ยทวนคำ ช้าๆ ชัดๆ ทีละพยางค์ นางวางถ้วยชาลงบนโต๊ะไม้จันทน์เสียงดังกระทบกันเบาๆ ทว่าดังก้องกังวานในความเงียบงัน "พวกท่านมีสิทธิ์อันใดมาเอ่ยคำว่า 'วงศ์ตระกูล' กับข้า?"
นางลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างระหงภายใต้ชุดหงส์แดงก้าวเดินเข้าไปใกล้บุรุษทั้งสองที่คุกเข่าอยู่เบื้องล่าง ความกดดันอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านออกมาจากตัวนางจนบรรยากาศภายในห้องลดฮวบลงราวยืนอยู่กลางฤดูหนาว กลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมย1ปะปนกับกลิ่นอายอำนาจที่นางซึมซับมาจากบุรุษผู้ครองกองทัพชายแดนอย่างเฟยหรงอ๋อง ทำให้หลี่เฉิงฮุ่ยถึงกับหายใจติดขัด
"เมื่อสามปีก่อน วันที่มารดาแท้ๆ ของขรตรอมใจตายเพราะทนเห็นความมักมากในกามและอำนาจของท่านพ่อไม่ไหว พวกท่านทำอย่างไร?" มู่เหยาโน้มตัวลงกระซิบ น้ำเสียงราบเรียบดั่งผิวน้ำในบึงลึกที่ไร้ระลอกคลื่น "พวกท่านรีบกวาดเอาสินสมรสทั้งหมดของท่านแม่ไปจดทะเบียนเป็นของอนุภรรยาคนโปรดทันทีที่ร่างท่านแม่ยังไม่ทันเย็นลงด้วยซ้ำ! และในคืนที่ข้าถูกวางยาพิษจนเกือบเอาชีวิตไม่รอดในเรือนร้าง... มีใครในตระกูลหลี่ชายตาแลข้าบ้างหรือไม่?"
สายตานางกวาดมองใบหน้าหวาดกลัวของคนทั้งสองอย่างสมเพชเวทนา
"ในเมื่อพวกท่านเลือกที่จะตัดขาดความสัมพันธ์ทางสายเลือดด้วยการใช้ข้าเป็นเครื่องมือสังเวยไปตั้งแต่สชาติก่อน... วันนี้ ข้า—หลี่มู่เหยา ก็ขอประกาศณ ที่นี้" นางยื่นมือไปหยิบกรรไกรเงินเล่มเล็กบนโต๊ะขึ้นมาอย่างใจเย็น ก่อนจะจรดคมกรรไกรลงบนปลายชายผ้าไหมปักดิ้นทองที่ยาวลากพื้นของตนเอง
*แคว่ก—!*
เสียงฉีกขาดของเนื้อผ้าดังขึ้นท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนในห้อง หลี่มู่เหยาตัดชายผ้าอาภรณ์ของตนเองออกเป็นชิ้นยาวต่อหน้าต่อตาบิดาและพี่ชาย
"ตัดสะบั้นซึ่งบุญคุณความแค้น... นับแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป สกุลหลี่แห่งเมืองหลวงและหลี่มู่เหยา ฮูหยินในเฟยหรงอ๋อง หาได้มีความเกี่ยวพันอันใดต่อกันอีกไม่ แม้แต่ความเป็นคนรู้จักก็ยังมิหลงเหลือ หากผู้ใดในตระกูลหลี่กล้าเอาชื่อของข้าไปแอบอ้างเพื่อผลประโยชน์แม้แต่ครึ่งคำ... อย่าหาว่ากระบี่ของกองทัพพยัคฆ์ทมิฬไม่ไว้หน้า!"
สิ้นเสียงประกาศิตอันเด็ดขาดและเหี้ยมเกรียม นางสะบัดชายเสื้อหันหลังกลับทันทีโดยไม่แม้แต่จะชายตามองเสียงร่ำไห้คร่ำครวญและเสียงทุบพื้นด้วยความสิ้นหวังของคนเบื้องหลังอีก
มู่เหยาเดินพ้นธรณีประตูเรือนรับรองออกมา สัมผัสได้ถึงลมหนาวที่พัดปะทะใบหน้า ทว่าหัวใจกลับเบาสบายราวกับหลุดพ้นจากพันธนาการแห่งอดีตชาติได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทว่า... ในขณะที่นางกำลังจะก้าวขึ้นสู่เกี้ยวแปดคนหามที่จอดรออยู่หน้าจวน
เงาร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายมังกรทองห้ากรงเล็บ—สัญลักษณ์แห่งอำนาจสูงสุดรองจากโอรสสวรรค์—ก็ก้าวออกมาจากมุมมืดของกำแพงจวนตระกูลหลี่ กลิ่นอายเลือดและสนิมเหล็กจางๆ ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของฉู่เซียวเหวินลอยมาแตะจมูก
เฟยหรงอ๋องไม่ได้เอ่ยทักทายเรื่องที่นางเพิ่งตัดขาดกับตระกูลเดิมแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวคู่นั้นจ้องมองใบหน้าอันงดงามที่เปี่ยมด้วยความเด็ดเดี่ยวของนางด้วยประกายความลุ่มหลงที่ยากจะซ่อนเร้น มือหนาเอื้อมออกไปจับปอยผมที่ปลิวไสวมาทัดไว้ที่ใบหูของนางอย่างทะนุถนอมราวกับของล้ำค่าที่สุดในใต้หล้า
"จัดการเสร็จแล้วหรือ?" สุเสียงทุบต่ำน่าฟังเอמהถาม แฝงความอ่อนโยนเอาไว้เฉพาะยามที่อยู่เบื้องหน้านางเท่านั้น
"เพคะ" มู่เหยาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา มุมปากยกยิ้มบางเบา "เหลือเพียงแค่... หมากตาสำคัญในวังหลวงที่ยังต้องสะสางให้จบสิ้น"
ฉู่เซียวเหวินยกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้เหล่าองครักษ์เงาต่างพากันก้มหน้าหลบด้วยความหวาดผวา เพราะพวกเขารู้ดีว่ารอยยิ้มนี้นี่เอง คือสัญญาณของการนองเลือดครั้งใหญ่ที่จะสั่นคลอนไปถึงบัลลังก์มังกร
เขายื่นมือหนาออกมาตรงหน้า เพื่อรอให้นางวางมือเรียวลงบนนั้น ทว่าในจังหวะนั้นเอง... เสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงหอบหายใจของมหาดเล็กคนสนิทแห่งตำหนักรัชทายาทก็ดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบยามวิกาล
"ท่านอ๋อง! พระชายา! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" มหาดเล็กผู้นั้นคุกเข่าลงตัวสั่นเทา ยื่นม้วนพระราชโองการสีเหลืองทองอร่ามที่ประทับตราหยกแท้สั่นระริกมาเบื้องหน้า "ฮ่องเต้... ฮ่องเต้ทรงมีพระราชโองการลับด่วนที่สุด... สั่งให้ปลดรัชทายาท และ... และมีรับสั่งให้ท่านอ๋องนำกำลังพลสามหมื่นนายเข้าปิดล้อมตำหนักบูรพาในคืนนี้พ่ะย่ะค่ะ!"
มู่เหยาชะงักฝีเท้าที่กำลังจะก้าวขึ้นเกี้ยว นางหันกลับมาสบตากับเฟยหรงอ๋องทันที รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของทั้งสองคนพร้อมกันอย่างมิได้นัดหมาย เกมการเมืองที่รอคอยมานาน บัดนี้ได้เวลาเปิดฉากอย่างแท้จริงแล้ว...
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับกลยุทธ์อันล้ำลึกนี้ด้วยกันนะคะ — เงียบแต่ฟาดเรียบ
หย่าให้จบเถิดท่านอ๋อง ข้าจะครองเมืองให้ดู•ตอนที่ 16
รอยร้าวในความสัมพันธ์เก่า
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้จบเถิดท่านอ๋อง ข้าจะครองเมืองให้ดู นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!