ความเงียบงันภายในท้องพระโรงกว้างใหญ่นั้นหนักอึ้งดั่งขุนเขาไท่ซานกดทับ เม็ดฝนด้านนอกสาดซัดกระทบหลังคาเคลือบกระเบื้องสีชาดดังสนั่นราวกับเสียงกลองศึก แต่ภายในที่ประทับเบื้องพระพักตร์ กลับไร้ซึ่งสรรพเสียงใดๆ นอกจากเสียงลมหายใจที่ถูกสะกดกลั้นไว้ของเหล่าขุนนางนับร้อย
หลี่มู่เหยา দাঁড় (ยืน) สงบนิ่งอยู่เบื้องหน้าแท่นบูชาหยกขาว ร่างระหงภายใต้ชุดคลุมผ้าไหมปักลายหงส์สีเพลิงตัดกับแถบผ้าสีนิลสนิท เรือนผมสีดำสนิทถูกเกล้าขึ้นเป็นมวยสูงประดับด้วยปิ่นหยกมันแพะสลักลายวิจิตร ท่าทีของนางเยือกเย็นและองอาจราวกับเทพเซียนผู้ลงมาพิพากษาโลกหล้า นางไม่ได้ก้มหน้าหลบสายตาผู้ใด ตรงกันข้าม ดวงตาดอกท้อคู่คมกริบกลับกวาดมองสบตากับเหล่าขุนนางฝ่ายบริหารทีละคนอย่างไม่เกรงกลัว
"บังA! (บังอาจนัก!) หลี่มู่เหยา เจ้าสามหาวเกินไปแล้ว กล้าดียังไงถึงนำฎีกาเท็จเหล่านี้มากล่าวหาใต้เท้าจางต่อหน้าพระพักตร์!"
เสียงตวาดกร้าวด้วยความร้อนรนดังขึ้นจากฉู่จื่อจวิน รัชทายาทหนุ่มผู้มีใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว พระองค์ก้าวออกมาจากแถวขุนนาง พระเนตรแดงก่ำด้วยความตื่นตระหนก แม้จะพยายามรักษามาดความน่าเกรงขามไว้เพียงใด แต่ปลายนิ้วที่กำด้ามกระบี่สั่นระริกนั้นได้ฟ้องความร้อนรนในพระA (พระทัย) จนหมดสิ้น
หลี่มู่เหยาเพียงแย้มรอยยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้มปานบุปผาแรกแย้ม ทว่ากลับเย็นเยียบดั่งน้ำค้างแข็งในยศเหมันต์ นางค่อยๆ ยกมือขึ้นประสานไว้ที่หน้าอกอย่างงดงามตามธรรมเนียมราชสำนัก ก่อนจะเอื้อn (เอ่ย) วาจาด้วยน้ำเสียงราบเรียบกังวานใสที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ
"ทูลองค์รัชทายาท... หม่อมฉันเป็นเพียงสตรีที่ถูกสามีทอดทิ้งตามที่ชาวเมืองลือกัน เหตุใดจึงกล้าอาจหาญกราบทูลเรื่องใหญ่โตเช่นนี้ได้หากไม่มีหลักฐานที่มั่นคงเล่าเพคะ? หรือว่า... ใต้เท้าจางผู้ตรวจการคลัง กับท่าน ร้อนรนเกินกว่าจะรอให้ความจริงปรากฏเสียแล้ว?"
สิ้นคำพูดของนาง สายตาทุกคู่ก็พุ่งเป้าไปที่ใต้เท้าจางผู้หน้าซีดเผือด เขารีบทรุดกายคุกเข่าลงโขกศีรษะกับพื้นศิลาจนเกิดเสียงดังทึบ ร่างกายสั่นเทิบทารุณเหงื่อกาฬไหลโทรมกาย
"ฝ่าบาททรงโปรดเมตตา! นาง... นางสารเลวผู้นี้ใส่ร้ายป้ายสีหม่อมฉัน พระพุทธเจ้าข้า! เสบียงคลังประจำค่ายทหารแดนเหนือส่งไปครบถ้วนตามตราประทับทุกประการ หาได้มีการยักยอกข้าวสารปนทรายดังที่นางกล่าวหาไม่!"
บรรยากาศในท้องพระโรงยิ่งตึงเครียดขึ้นไปอีกขั้น ฮ่องเต้ผู้ประทับอยู่บนบัลลังก์มังกรทรงทอดพระเนตรลงมาด้วยแววพระเนตรลึกล้ำยากหยั่งถึง พระองค์ทรงเงียบงันมาตลอดการไต่สวน ปล่อยให้เกมการเมืองนี้ดำเนินไปโดยไม่ตรัสสิ่งใด ทว่าความเงียบของพระองค์นี่เองที่บีบคั้นหัวใจคนให้แทบหยุดเต้น
ในวินาทีนั้นเอง ที่มุมหนึ่งของท้องพระโรง ใกล้กับเสามังกรทองสลักนูนต่ำ ร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะทมิฬประดับลวดลายหมาป่าโลหิตก็ก้าวออกมาหนึ่งก้าว กลิ่นอายคาวเลือดและสนามรบแผ่ซ่านกดดันจนขุนนางรอบข้างต้องถอยกรูดโดยสัญชาตญาณ
เฟยหรงอ๋อง ฉู่เซียวเหวิน...
พระองค์ไม่ได้ตรัสสิ่งใด พระเนตรคมกริบดั่งพญาอินทรีมองตรงไปยังรัชทายาทและใต้เท้าจางด้วยแววตาดุร้ายไร้ความปรานี มือหนากุมด้ามกระบี่ประจำกายไว้หลวมๆ ทว่าท่วงท่านั้นกลับน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่ากองทัพนับหมื่นที่พร้อมเข้าประจัญบาน
"เสด็จอา..." ฉู่จื่อจวินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ยามเมื่อปะทะกับสายตาของฉู่เซียวเหวิน พระองค์รู้สึกราวกับถูกคมดาบจ่ออยู่ที่ลำคอ "ท่านอ๋องทรงเชื่อคำพูดของสตรีสติฟั่นเฟือนผู้นี้ด้วยหรือ? กองทัพแดนเหนือของท่านก็ได้รับเสบียงปกติมิใช่หรือไร เหตุใดจึงนิ่งดูดายปล่อยให้นางมาสร้างความปั่นป่วนในราชสำนัก!"
ฉู่เซียวเหวินแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงที่เย็นเยียบและทรงอำนาจจนทำให้ความหนาวเหน็บแล่นริ้วไปตามไขสันหลังของทุกคน
"หึ..." พระองค์ก้าวเข้าไปใกล้หลี่มู่เหยาช้าๆ ระยะห่างระหว่างยอดบุรุษผู้กุมอำนาจทหารและสตรีผู้กุมปัญญาช่างใกล้ชิดกันจนน่าใจหาย กลิ่นอายบุรุษผสมผสานกับกลิ่นจางๆ ของสนิมเหล็กและชาชั้นดีลอยวนอยู่ในอากาศ ฉู่เซียวเหวินเหลือบมองนางด้วยหางตาแวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปประสานมือทูลฮ่องเต้ด้วยน้ำเสียงกังวานก้อง
"ทูลเสด็จพี่... หม่อมฉันนำทัพรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับเหล่าทหารกล้า ย่อมรู้ดีว่าข้าวสารสามหมื่นกระสอบที่ควรส่งไปถึงค่ายทหารเมื่อเดือนก่อน แท้จริงแล้วถูกเปลี่ยนเป็นแกลบผสมทรายเน่าๆ เกินครึ่ง! ทหารในบังคับบัญชาของหม่อมฉันต้องอดอยากล้มตาย ท่ามกลางลมหนาวเหน็บ ขณะที่สุนัขรับใช้บางคนในเมืองหลวงกลับร่ำรวยจนสร้างจวนใหม่ได้ถึงสามหลัง..."
พระพักตร์ของใต้เท้าจางเปลี่ยนเป็นสีขาวซีดราดกระดาษสา เขาร้องกรี๊ดลั่นด้วยความสติแตกเมื่อเงยหน้าขึ้นมาสบตากับความตายที่คืบคลานเข้ามา
"ไม่จริง! ไม่จริง! เจ้า... พวกเจ้าสมรู้ร่วมคิดกัน!" ใต้เท้าจางแผดเสียงสติหลุด ชี้หน้าหลี่มู่เหยาและท่านอ๋อง "ฮูหยินหลี่... นังปีศาจ! แกแอบลักลอบขโมยบัญชีลับของกรมคลังได้อย่างไร! แกมันไม่ใช่คน!"
หลี่มู่เหยามองดูความพินาศของเหยื่อด้วยแววตาเรียบเฉยดั่งบ่อน้ำโบราณ นางยกชายแขนเสื้อขึ้นปัดเบาๆ ราวกับรังเกียจฝุ่นละอองที่ปลิวมาโดน
"ใต้เท้าจาง... บัญชีลับไม่ได้บินมาหาหม่อมฉันเองหรอกเพคะ แต่มันถูกเขียนขึ้นด้วยความโลภของท่าน และถูกชำระด้วยเลือดของทหารผู้ปกป้องแผ่นดินต่างหากเล่า" นางก้าวเข้าไปใกล้เขาอีกก้าว กระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ก้องกังวานไปทั่วท้องพระโรง "ท่านคิดว่าทำลายหลักฐานที่หอคลังหมดแล้ว จะไม่มีใครรู้ร่องรอยงั้นหรือ? น่าเสียดาย... ที่หม่อมฉันชอบอ่านหนังสือเก่า และจำลายมือของท่านได้แม่นยำยิ่งกว่าหน้าตนเองเสียอีก"
ความจริงถูกเปิดโปงทีละน้อย ดุจดั่งการลอกเปลือกไม้ออกทีละชั้นจนเห็นเนื้อในที่เน่าเฟะ ขุนนางหลายคนเริ่มก้มหน้าหลบสายตา รัชทายาททรงทรุดพระกายลงประทับบนเก้าอี้ด้วยความสิ้นหวังเมื่อเห็นหลักฐานชิ้นสุดท้ายถูกส่งมอบให้ขันทีหลวงตรวจสอบ
ทว่า... ในจังหวะที่ทุกคนคิดว่าเกมนี้หลี่มู่เหยาเป็นผู้กำชัยชนะไว้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดนั้นเอง
ขันทีเฒ่าผู้รับฎีกาจากมือฉู่เซียวเหวินก็สะดุดล้มลงกับพื้น หีบไม้แกะสลักลวดลายวิจิตรที่ใช้บรรจุบัญชีลับกระแทกกับพื้นศิลาเสียงดังสนั่น ฝากล่องเปิดออกเผยให้เห็นสิ่งของบางอย่างที่ซ่อนอยู่ชั้นล่างสุด...
มันไม่ใช่บัญชีคลังเสบียง... แต่เป็น "ตราประทับหยกทมิฬ" ของกองทัพพยัคฆ์แดนเหนือ ที่มีรอยบิ่นตรงมุมขวา!
ดวงตาของฉู่เซียวเหวินหรี่แคบลงทันที บรรยากาศรอบกายของท่านอ๋องแปรเปลี่ยนเป็นความดุร้ายราวดั่งปีศาจกระหายเลือดในเสี้ยววินาที พระองค์หันขวับมามองหน้าหลี่มู่เหยาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถามและความสงสัยที่พุ่งทะยานถึงขีดสุด
หลี่มู่เหยาชะงักไปเล็กน้อย หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบเป็นครั้งแรก นางไม่ได้เป็นคนซ่อนตราประทับนั้นไว้ในหีบ!
และก่อนที่ใครจะได้เอ่ยปากอธิบายสิ่งใด เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยก็ดังขึ้นหลังจากปิดล้อมท้องพระโรงไว้ทั้งหมดอย่างเงียบเชียบ ประตูบานใหญ่ถูกผลักเปิดออกเผยให้เห็นราชองครักษ์เสื้อแพรนับร้อยชีวิตพร้อมอาวุธครบมือ ก้าวเข้ามาคุกคามโดยมีราชโองการลับสีทองอร่ามชูขึ้นนำหน้า
"มีราชโองการด่วนจากแดนใต้..." เสียงประกาศก้องของขันทีหลวงผู้มาใหม่ดังบาดแก้วหู "...สั่งปลดแม่ทัพฉู่เซียวเหวิน และควบคุมตัวฮูหยินหลี่มู่เหยาในข้อหา... กบฏต่อแผ่นดิน!"
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับกลยุทธ์อันล้ำลึกนี้ด้วยกันนะคะ — เงียบแต่ฟาดเรียบ
หย่าให้จบเถิดท่านอ๋อง ข้าจะครองเมืองให้ดู•ตอนที่ 17
ดาบที่คมกว่าคำพูด
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้จบเถิดท่านอ๋อง ข้าจะครองเมืองให้ดู นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!