หย่าให้จบเถิดท่านอ๋อง ข้าจะครองเมืองให้ดู•ตอนที่ 18

กลิ่นอายความรักที่ก่อตัว

ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
ปลายเข็มเงินยาวสามนิ้วสะท้อนแสงตะเกียงน้ำมันพฤกษาจนเกิดประกายวาบวับ หลี่มู่เหยาตวัดปลายนิ้วกดลงบนจุดชีพจร *จวี้ชี่* บริเวณหัวไหล่หนาของบุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าพญายมแห่งแดนประจิมอย่างเฉียบคม นางไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของร่างที่กำลังกัดฟันกรอดด้วยความเจ็บปวด แม้เหงื่อกาฬจะผุดพรายเต็มกรอบหน้าคมคายดั่งสลักจากหินผา แต่แววตาของฉู่เซียวเหวินยามนี้กลับมิได้ทอดมองบาดแผลเหวอะหวะที่เกิดจากพิษธนูอาบยาไอยรา หากแต่จับจ้องเรือนร่างบอบบางในอาภรณ์ปักลายดอกโบตั๋นสีเหมันต์ของนางไม่วางตา "หากท่านยังเอาแต่จ้องข้าเช่นนี้ เกรงว่าเข็มเล่มต่อไปคงมิได้ฝังลงเพียงแค่จุดแก้พิษ แต่อาจจะฝังทะลุไปถึงขั้วหัวใจดวงกระด้างของท่านแทนเพคะ, ท่านอ๋อง" สุ้มเสียงราบเรียบทว่าเจือกระแสเย้าแหย่อย่างเหนือกว่าดังขึ้น หลี่มู่เหยาเอטיอาศัยจังหวะที่เขากำลังสูดลมหายใจเข้าลึก หมุนเข็มเงินในมืออย่างแม่นยำเพื่อสกัดกั้นพิษร้ายไม่ให้ลุกลามเข้าสู่หัวใจ กลิ่นอายบุรุษเฉพาะตัวอันเข้มข้นทั้งกลิ่นสนป่าและกลิ่นเลือดจางๆ ลอยอบอวลอยู่รอบกายจนแทบจะกลืนกินพื้นที่ในห้องทรงอักษรส่วนตัวของเขาจนหมดสิ้น ฉู่เซียวเหวินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุบทำลายความเงียบงันยามราตรีลงอย่างสิ้นเชิง เขาไม่ยอมถอนสายตากลับ แม้ความเจ็บปวดจากการขับพิษจะแล่นริ้วไปทั่วร่าง "เจ้ากล้าขู่สามีในนามเช่นนี้เชียวหรือ, มู่เหยา... เกรงว่าทั่วทั้งแคว้นฉู่ หาญกล้ามีเพียงเจ้ากระมังที่กล้าต่อรองกับเงื้อมมือมัจจุราชเช่นข้า" "สามีในนามหรือเพคะ?" นางเงยหน้าขึ้นสบตาคมกริบราวนกอินทรีคู่นั้นอย่างไม่เกรงกลัว ดวงหน้าละมุนล้ำราวกับภาพวาดพู่กันจีนทว่าประดับด้วยรอยยิ้มเยียบเย็น "พระองค์ทรงลืมไปแล้วกระมังว่าสัญญาระหว่างเราคืออันใด อีกไม่นาน... เมื่อเกมหกระหว่างพระองค์กับองค์รัชทายาทสะสางลงตัว หนังสือหย่าร้างย่อมถูกวางไว้บนโต๊ะนี้อย่างแน่นอน" บรรยากาศในห้องพลันเย็นเยียบลงถนัดตา ฉู่เซียวเหวินขยับกายเข้าหาช้าๆ แม้บาดแผลที่หัวไหล่จะยังคงสร้างความเจ็บปวดรวดร้าว แต่รัศมีอำนาจและแรงกดดันจากบุรุษผู้กุมกองทัพพยัคฆ์ทมิฬนับแสนกลับแผ่ซ่านจนทำให้อากาศรอบตัวคล้ายจะเบาบางลง เขายื่นมือหนาออกไปหมายจะเชยคางมนขึ้นมาบังคับให้Marshalerนางสบตา ทว่าหลี่มู่เหยาหาได้สะทกสะท้าน นางตวัดปลายเข็มอีกเล่มขึ้นมาจ่อไว้ที่ข้อมือหนาอย่างไม่ลังเล ทว่า... ครานี้ฉู่เซียวเหวินกลับไม่ยอมถอยร่น เขากลับจงใจขยับเข้าประชิดจนปลายนิ้วแข็งแกร่งของเขาแตะสัมผัสเข้ากับปลายคางมนของนางอย่างแผ่วเบา สัมผัสอุ่นร้อนจากปลายนิ้วของแม่ทัพหนุ่มตัดกันกับความเย็นเฉียบของเข็มเงินในมือingอย่างประหลาด "เจ้าคิดว่าข้าจะปล่อยให้สตรีที่ข้าใช้เวลาแรมปีเฝ้ารอ... เดินออกจากจวนอ๋องแห่งนี้ไปอย่างง่ายดายเช่นนั้นหรือ?" สุ้มเสียงทุบต่ำของเขาแหบพร่าลงเล็กน้อย เจือความรู้สึกบางเบาที่ยากจะหยั่งถึง ทว่ากลับหนักแน่นดั่งหินผา "มู่เหยา... เกมการเมืองบนกระดานนี้ ข้ามิได้เดินหมากเพื่อชัยชนะเหนือบัลลังก์แต่เพียงอย่างเดียว... แต่ข้าเดินเพื่อฉุดรั้งเจ้าให้อยู่เคียงข้างข้าต่างหาก" หัวใจของอดีตศัลยแพทย์สาวกระตุกวูบไปชั่วขณะ นางชะงักค้างไปเล็กน้อยเมื่อสบเข้ากับประกายความคลั่งรักอันดุร้ายแต่ลึกล้ำในดวงตาคู่นั้น ในชาติภพก่อน นางเคยชินแต่กับการถูกหักหลัง การถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองโดยฉู่จื่อจวินผู้สวมหน้ากากบุรุษผู้ดีงาม แต่วันนี้... บุรุษผู้ถูกขนานนามว่าโหดเหี้ยมอำมหิตที่สุดในแผ่นดิน กลับยอมสารภาพความในใจท่ามกลางกลิ่นคาวเลือดและคราบเขม่าสงครามอย่างไร้ซึ่งชั้นเชิงการปกปิด "พระองค์กำลังตรัสเรื่องเหลวไหลอันใด..." นางพยายามเบือนหน้าหนีเพื่อซ่อนความหวั่นไหวที่เริ่มก่อตัวขึ้นในอก ทว่าเรียวแขนแกร่งกลับรวบเอวคอดกิ่วของนางเข้ามาแนบชิดโดยไม่ทันตั้งตัว กลิ่นอายบุรุษที่โอบล้อมทำเอาสติปัญญาอันเฉียบคมที่เคยใช้พลิกเกมการเมืองมานักต่อนักแทบจะหลอมละลายลงตรงนั้น "ข้าไม่เคยพูดเรื่องเหลวไหล" ฉู่เซียวเหวินโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนรินรดอยู่บนพวงแก้มเนียน "หากเจ้าต้องการล้างแค้น ฉันจะกวาดล้างสกุลฉู่และบรรดาขุนนางกังฉินให้ราบคาบต่อหน้าเจ้า หากเจ้าต้องการอำนาจ ข้าจะยกอำนาจครึ่งแผ่นดินนี้มาสยบแทบเท้าเจ้า... ขอเพียงแค่เจ้าเอ่ยปากว่าตระหนักถึงความรู้สึกของข้าสักนิด... มู่เหยา" คำพูดนั้นมิใช่คำหวานซึ้งตามแบบฉบับคุณชายเจ้าสำราญ หากแต่เป็นคำมั่นสัญญาอันหนักอึ้งดั่งขุนเขา ที่พร้อมจะพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินเพื่อสตรีในอ้อมกอด หลี่มู่เหยาเม้มริมฝีปากแน่น มือที่ถือเข็มเงินสั่นระริกเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความรู้สึกประหลาดที่กำลังกัดกินหัวใจด้านชาของนางทีละน้อย ความอบอุ่นจากอ้อมแขนของเขาแทรกซึมผ่านเนื้อผ้าเข้ามาถึงแผ่นหลัง ราวกับไฟกองใหญ่ที่กำลังแผดเผาเกราะป้องกันอันหนาทึบที่นางสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตนเองตลอดหลายปีที่ผ่านมา ในยามที่พายุการเมืองนอกจวนกำลังโหมกระหน่ำ องค์รัชทายาทฉู่จื่อจวินกำลังเดินหมากตลบหลังเพื่อบีบคั้นพวกเขาให้จนมุม ทว่าในห้องหนังสือที่ปิดตายนี้ กลับมีเปลวไฟแห่งความรู้สึกบางอย่างกำลังลุกโชนขึ้นอย่างเงียบเชียบ ทว่ารุนแรงเสียจนยากจะดับลง ฉู่เซียวเหวินก้มลงกระซิบแผ่วเบาข้างใบหูของนาง น้ำเสียงนั้นเย้ายวนและจริงจังในคราเดียวกัน "คืนนี้... สายลับของรัชทายาทคงส่งข่าวเรื่องอาการบาดเจ็บของข้าไปถึงตำหนักบูรพาแล้ว อีกไม่นานพวกมันคงส่งมือสังหารมาเยือน... เจ้าว่าเราควรเล่นละครฉากใหญ่ให้พวกมันดูสักหน่อยดีหรือไม่, ฮูหยินของข้า" หลี่มู่เหยาหรี่ตาลงทัน1ที ร่องรอยความอ่อนหวานเมื่อครู่พลันมลายหายไป สภาพสตรีผู้มีสติปัญญาเป็นเลิศกลับมาควบคุมสติได้อีกครั้ง นางแย้มยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น ก่อนจะเอื้อมมือไปโอบรอบลำคอแกร่งของเขาอย่างแนบเนียนเพื่อตบตาผู้ที่แอบซุ่มอยู่ภายนอก "หากองค์รัชทายาททรงส่งสุนัขมาตายถึงที่... หม่อมฉันก็ยินดีจะช่วยท่านอ๋อง... ถลกหนังพวกมันให้ดูเพคะ" ทว่า ในวินาทีที่นางกำลังจะผละกายออกเพื่อเตรียมรับมือกับแขกยามวิกาล ประตูห้องหนังสือไม้แกะสลักอย่างดีกลับถูกถีบกระเด็นด้วยแรงมหาศาล พร้อมกับร่างของเงาดำนับสิบที่พุ่งทะยานเข้ามาพร้อมกระบี่เปลือยเปล่าประกายวาววับ และหนึ่งในนั้น... คือมือสังหารคนสนิทที่ถือครองป้ายคำสั่งลับจากตำหนักบูรพาโดยตรง ซึ่งก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมและถ้วยกระเบื้องเคลือบที่บรรจุของเหลวสีดำสนิทส่งกลิ่นคายความตายคละคลุ้ง! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับกลยุทธ์อันล้ำลึกนี้ด้วยกันนะคะ — เงียบแต่ฟาดเรียบ
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้จบเถิดท่านอ๋อง ข้าจะครองเมืองให้ดู นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%