“ธนูเงินสลักลายหงส์คู่... ช่างเป็นอาวุธที่ผู้ดีมีตระกูลสูงส่งในราชสำนักนิยมใช้เสียจริง เพคะองค์รัชทายาท”
น้ำเสียงราบเรียบแต่ทอดเยาะเยือนเล็กน้อยดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของผืนป่าทึบอวิ๋นหลิน แสงอาทิตย์ยามบ่ายที่สาดส่องผ่านเรือนยอดไม้หนาแน่น ทอประกายระยิบระยับลงบนชุดขี่ม้าสีม่วงเข้มปักดิ้นทองของหลี่มู่เหยา นางมิได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ขณะที่ปลายนิ้วเรียวสวยกำลังคีบลูกศรอาบยาพิษสีเขียวเข้มที่เฉียดผ่านใบหูของนางไปเมื่อชั่วลมหายใจก่อน ดึงออกมาจากลำต้นสนโบราณด้วยท่าทีราczaกับการเก็บดอกไม้ริมทาง
ฉู่จื่อจวิน ในชุดฉลองพระองค์สำหรับล่าสัตว์สีทองอร่าม ขี่ม้าพันธุ์ดีก้าวออกมาจากเงาไม้ทึบ รอยยิ้มหยันปรากฏบนริมฝีปากหยักลึก แววตาคู่นั้นกวาดมองสตรีตรงหน้าด้วยความรู้สึกซับซ้อน ทั้งชิงชัง หวาดระแวง และความปรารถนาอันบิดเบี้ยวที่ถูกกดทับไว้ใต้ก้นบึ้งจิตใจ
“ฮูหยินหลี่... ไม่สิ ตอนนี้เจ้าควรถูกเรียกว่าพระชายาในเฟยหรงอ๋องแล้วกระมัง ปากคอเราะรายเช่นนี้ ช่างไม่สมกับเป็นสตรีที่ควรอยู่ในห้องหอเลยสักนิด” รัชทายาทหนุ่มแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ พร้อมส่งสัญญาณมือเบาๆ ทหารองครักษ์นับสิบนายที่ซุ่มอยู่รอบด้านต่างก้าวออกมาจากพุ่มไม้ เงาคมกริบของคมกระبี่นับสิบเล่มพุ่งเป้ามายังร่างเพรียวบางที่ยืนหยัดอยู่เพียงลำพัง
มู่เหยาลอบผ่อนลมหายใจยาว นางปัดเศษใบไม้ที่ติดอยู่บนหัวไหล่ออกอย่างไม่ใส่ใจ แม้รอบกายจะถูกล้อมไว้ด้วยคมดาบ แต่นัยน์ตาดอกท้อคู่นั้นกลับพินิจพิเคราะห์ความเคลื่อนไหวของศัตรูอย่างเยือกเย็น ทุกย่างก้าวและการจัดกระบวนทัพขององครักษ์เหล่านี้ล้วนสะท้อนถึงค่ายกลสังหารที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี... นี่มิใช่การลักลอบล่าสัตว์ธรรมดา แต่เป็นกับดักที่จงใจต้อนนางให้ออกมาห่างจากขบวนเสด็จหลัก เพื่อปลิดชีพนางให้สิ้นซากในป่าลึกแห่งนี้
“หม่อมฉันเป็นเช่นไร หาได้สำคัญเท่ากับว่า... องค์รัชทายาททรงใช้โควตาธนูประจำพระองค์มาลอบปลิดชีพสตรีตัวเล็กๆ เช่นนี้ ไม่ทรงเกรงว่าฝ่าบาทจะทรงกริ้วหรือเพคะ?” นางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ รอยยิ้มบางเบาที่ประดับอยู่บนมุมปากยิ่งทำให้ฉู่จื่อจวินรู้สึกราวกับถูกตบหน้าอย่างจัง
“ปากกล้าดีนี่! แต่ต่อให้เจ้าฉลาดล้ำเลิศเพียงใด วันนี้ป่าอวิ๋นหลินแห่งนี้ก็คือสุสานของเจ้า!” ฉู่จื่อจวินสะบัดพระHат คมธนูในมือองครักษ์นับสิบคันถูกน้าวตึงพร้อมกัน เสียงสายธนูตึงเปรี๊ยะสร้างแรงกดดันมหาศาลในอากาศ ทว่าในวินาทีที่คมศรนับร้อยกำลังจะพุ่งทะยานเข้าหาร่างของนาง
*ตูม!*
เสียงระเบิดเพลิงดังสนั่นหวั่นไหวมาจากทิศทางเบื้องหลังขบวนของรัชทายาท ควันสีดำทึบลอยพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าพร้อมกับเสียงกรีดร้องของม้าศึกและทหารองครักษ์ที่แตกตื่น ความชุลมุนวุ่นวายเกิดขึ้นในพริบตา มู่เหยาไม่รอช้า นางสะบัดข้อมือปล่อยผงยาสลายวิญญาณใส่กลุ่มองครักษ์ที่อยู่ใกล้ที่สุดทันที ควันสีขาวพวยพุ่งส่งผลให้ม้าของฝ่ายตรงข้ามพยศและล้มกลิ้งระเนระนาด
ทว่า ในขณะที่นางกำลังจะควบม้าหนีออกจากวงล้อม ลูกธนูอาบยาพิษอีกดอกหนึ่งกลับพุ่งแหวกอากาศมาด้วยความเร็วสูงเกินกว่าจะหลบพ้น ทิศทางของมันมุ่งตรงไปยังจุดตายกลางแผ่นหลัง!
*ฉึก!*
เสียงเนื้อกระทบคมเหล็กดังขึ้นทึบๆ แต่มันไม่ใช่เสียงของร่างกายนาง แขนเสื้อผ้าแพรสีดำสนิทปักลายพยัคฆราชดิ้นเงินอันคุ้นเคยได้เข้ามาโอบกอดเอวบางของนางไว้ในเสี้ยววินาที ร่างสูงใหญ่ของบุรุษผู้หนึ่งกระโจนลงมาจากหลังม้าสีดำสนิท รับคมธนูแทนนางด้วยหัวไหล่ข้างขวาเต็มรัก!
“อ๊ะ...” เสียงทุ้มต่ำครางแผ่วเบาอย่างอดกลั้น เลือดสีดำคล้ำไหลซึมทะลุอาภรณ์เนื้อดีออกมาทันที กลิ่นอายอันคุ้นเคยที่แฝกลมหายใจเย็นเยียบแต่หนักแน่นปานขุนเขาโอบล้อมร่างของมู่เหยาไว้
“เฟยหรงอ๋อง... ฉู่เซียวเหวิน!” มู่เหยาเบิกตากว้างด้วยความตกใจระคนตระหนก นางรีบประคองร่างที่เกือบทรุดลงของเขาไว้ มือเรียวรีบควานหาถุงเข็มเงินและขวดโอสถระงับพิษออกจากแขนเสื้อด้วยความรวดเร็ว ดวงตาคู่สวยที่เคยเยือกเย็นบัดนี้สั่นไหวระริกอย่างปิดไม่มิด
ฉู่เซียวเหวินปราบสายตาคมกริบดุจพยัคฆ์บาดเจ็บมองไปยังฉู่จื่อจวินที่กำลังใบหน้าถอดสีอยู่ไกลออกไป มุมปากของท่านอ๋องหนุ่มยกยิ้มหยันหยาดเยิ้มแต่ดุร้ายถึงขีดสุด แม้พิษร้ายจะเริ่มกัดกินหัวไหล่จนเส้นเลือดปูดโปนเป็นสีดำคล้ำ แต่ท่อนแขนที่โอบกอดเอวนางไว้กลับมั่นคงดั่งหินผา มิยอมคลายแม้แต่น้อย
“บัง... อาจนัก” เสียงทุ้มแหบพร่าแต่ทรงอำนาจเอ่ยลอดไรฟัน “กล้าแตะต้องชายาของเปิ่นหวาง... วันนี้ ต่อให้มีปีกบินหนี พวกมันก็อย่าหวังจะได้รอดออกไปจากป่าแห่งนี้แม้แต่ผู้เดียว!”
สิ้นคำสั่งของแม่ทัพผู้เหี้ยมโหด เสียงฝีเท้าของกองทัพม้าเหล็กนับร้อยนายก็ดังสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วผืนป่า ทหารหน่วยเงาทมิฬภายใต้สังกัดของเฟยหรงอ๋องพุ่งเข้าโอบล้อมรัชทายาทและองครักษ์ทั้งหมดไว้ภายในพริบตา ดาบในมือของทหารแต่ละนายอาบด้วยจิตสังหารอันเข้มข้นจนอากาศรอบตัวเย็นเยียบลงหลายส่วน
มู่เหยาเม้มริมฝีปากแน่น นางสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิร่างกายของคนที่อยู่ในอ้อมแขนที่กำลังลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว พิษในศรดอกนั้นรุนแรงและออกฤทธิ์เร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก หากปล่อยไว้เกินหนึ่งก้านธูป พิษนี้จะลามเข้าสู่หัวใจและต่อให้เป็นเทพเซียนก็ยากจะยื้อชีวิต!
นางดึงสติกลับมาในทันที มือเรียวคว้ามีดสั้นเล่มเล็กเฉือนผ้าอาภรณ์บริเวณหัวไหล่ของเขาออกอย่างไร้ความลังเล เผยให้เห็นแผลฉกรรจ์ที่เนื้อเยื่อเริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำและส่งกลิ่นเหม็นไหม้ นางรีบฝังเข็มเงินลงบนจุดชีพจรสำคัญรอบแผลเพื่อสกัดกั้นการเดินของพิษ พร้อมกับตักโอสถเม็ดสีทองระยับเข้าปากตนเองแล้วประกบเรียวปากลงบนริมฝีปากหยักลึกของเขาเพื่อถ่ายทอดโอสถสกัดพิษโดยตรง!
ฉู่เซียวเหวินชะงักไปเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบฉายประกายลึกล้ำวบหนึ่ง ท่ามกลางวิกฤตความเป็นความตายและเสียงดาบกระทบกันรอบกาย สตรีในอ้อมกอดของเขากลับกล้าหาญและเด็ดเดี่ยวถึงเพียงนี้
ทว่า ในขณะที่มู่เหยาผละริมฝีปากออกเพื่อเตรียมลงมือผ่าตัดเนื้อเยื่อที่ติดพิษออกด้วยมีดสั้น สายตากลับเหลือบไปเห็นเงาร่างหนึ่งที่สะท้อนอยู่ในพุ่มไม้หนาด้านหลัง... เป็นมือสังหารลึกลับที่สวมชุดนักพรตเต๋า กำลังง้าวหน้าไม้ติดพิษเล็งตรงมายังศีรษะของฉู่เซียวเหวินที่กำลังไร้การป้องกัน!
และในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง เสียงกระซิบเย็นเยียบจากเบื้องหลังของฉู่เซียวเหวินก็ดังขึ้นชิดใบหูของนาง พร้อมกับที่มือหนาของเขาเอื้อมมารวบเอวบางไว้แน่น บังคับทิศทางของนางให้หันไปเผชิญหน้ากับปลายลูกศรที่พุ่งตรงเข้ามาโดยไม่มีทีท่าว่าจะหลบเลี่ยง...
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับกลยุทธ์อันล้ำลึกนี้ด้วยกันนะคะ — เงียบแต่ฟาดเรียบ
หย่าให้จบเถิดท่านอ๋อง ข้าจะครองเมืองให้ดู•ตอนที่ 19
กับดักในงานล่าสัตว์
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้จบเถิดท่านอ๋อง ข้าจะครองเมืองให้ดู นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!