กลิ่นหอมของกำยานหมื่นลี้อวลกำจายอยู่ในห้องหนังสือส่วนตัว ทว่ากลิ่นอายอันสูงส่งนั้นกลับไม่อาจกลบความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านออกมาจากแว่นแคว้นแห่งอำนาจที่กำลังสั่นคลอนได้เลย
หลี่มู่เหยาปรายตามองเศษกระดาษสมุนไพรที่ถูกเผาจนไหม้เกรียมในกระถางทองเหลือง นางไม่ได้เอ่ยอันใด ปล่อยให้ความเงียบงันทำหน้าที่บีบเค้นจิตใจของคนที่นั่งอยู่เบื้องหน้า
"เจ้ากล้าดียังไง..." น้ำเสียงแหบพร่าแต่เต็มไปด้วยความหวาดระแวงดังขึ้นจากบุรุษผู้มีศักดิ์เป็นถึงรัชทายาท ฉู่จื่อจวินขบกรามแน่นจนสันนูน สายตาที่ทอดมองสตรีในอาภรณ์ปักลายหงส์สีเพลิงตรงหน้าเต็มไปด้วยความริษยาและพรั่นพรึง ราวกับกำลังมองสัตว์ประหลาดในคราบมนุษย์ "บัญชีลับกองทัพพยัคฆ์ทักษิณ เหตุใดจึงไปตกอยู่ในมือของเจ้าได้... มู่เหยา เจ้าเป็นใครกันแน่?"
มู่เหยายกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา ราวกับดอกเหมยแย้มกลีบท่ามกลางเหมันต์อันโหดร้าย นางรินชาลงในจอกกระเบื้องเคลือบสีไข่ไก่ด้วยกิริยาเชื่องช้า ทว่าสง่างามไร้ที่ติ ทุกการเคลื่อนไหวเปี่ยมด้วยจารีตอันงดงามของสตรีสูงศักดิ์ แต่กลับกดดันให้ผู้ทรงอำนาจหายใจไม่ทั่วท้อง
"หม่อมฉันจะเป็นใคร... ก็ล้วนเป็น ‘ฮูหยินที่ถูกทอดทิ้ง’ ตามที่พระองค์ทรงเคยตรัสไว้มิใช่หรือเพคะ" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทุกคำราวกับคมมีดที่กรีดลงบนความมั่นใจของรัชทายาท "แต่หากบัญชีเล่มนั้นจะทำให้องค์รัชทายาททรงบรรทมไม่หลับใหล หม่อมฉันเกรงว่าพระองค์ควรจะกังวลเรื่องที่ว่า... หากความลับเรื่องเส้นทางลำเลียงเสบียงเถื่อนรั่วไหลไปถึงหูของ ‘คนผู้นั้น’ แคว้นฉู่จะยังเหลือแผ่นดินให้พระองค์ได้ปกครองอีกหรือไม่ต่างหากเพคะ"
ฉู่จื่อจวินสะท้านเฮือก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก เขารู้ซึ้งดีว่า ‘คนผู้นั้น’ ที่นางหมายถึงคือผู้ใด... เฟยหรงอ๋อง ฉู่เซียวเหวิน มารร้ายผู้กุมอำนาจกองทัพทิศเหนือครึ่งหนึ่งของประเทศ ผู้ซึ่งไม่เคยไว้หน้าผู้ใดและพร้อมจะเด็ดหัวคนเล่นราวกับผีเสื้อ
ความเฉลียวฉลาดของหลี่มู่เหยาในยามนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ภัยเงียบอีกต่อไป แต่มันคือมหันตภัยที่กำลังคืบคลานเข้ามาบดขยี้บัลลังก์ของเขาให้เป็นจุล
"เจ้าต้องการอะไร... มู่เหยา เจ้าต้องการอำนาจ หรือต้องการกำจัดข้า?" ฉู่จื่อจวินกัดฟันถาม เสียงสั่นพร่าด้วยความโกรธเกรี้ยวและหวาดกลัวระคนกัน
"หม่อมฉันไม่เคยต้องการสิ่งใดที่สกปรกเปื้อนเลือด" มู่เห่าวางจอกชาลงบนโต๊ะไม้จันทน์ เสียงกระทบกันเบาๆ ดังสะท้อนก้องในความเงียบ นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาคู่คมกริบดุจประกายกระบี่ไร้พ่าย "สิ่งที่หม่อมฉันต้องการ... มีเพียงความยุติธรรมให้แก่ดวงวิญญาณที่ตายไปอย่างไร้ความปรานีเมื่อชาติก่อนก็เท่านั้นเพคะ"
คำพูดนั้นแทงทะลุหัวใจของฉู่จื่อจวินจนเขาผงะถอยหลังไปครึ่งก้าว เขารู้ทันทีว่าสตรีผู้น้องสะใภ้คนนี้ไม่ได้มีความทรงจำหลงเหลือเพียงแค่เรื่องในเรือนหลัง นางจำได้... นางจำเรื่องราวทั้งหมดได้ และกำลังใช้มันชักใยหมากทุกตัวในราชสำนักให้ห้ำหั่นกันเองอย่างเลือดเย็น
ทันใดนั้นเอง ประตูห้องหนังสือไม้สักทองก็ถูกถีบกระเด็นเปิดออกด้วยพลังลมอันรุนแรง กลิ่นอายคาวเลือดและไอมารอันคุ้นเคยแผ่ซ่านเข้ามาปกคลุมทั่วบริเวณ ร่างสูงสง่าในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายพยัคฆ์ทมิฬด้วยดิ้นทองก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าหนักแน่นมั่นคง ใบหน้าหล่อเหลาดุดันราวมัจจุราชไร้ใจ ดวงเนตรคมกริบดั่งเหยี่ยวปรายตามององค์รัชทายาทก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างบางของสตรีผู้เป็นดั่งดวงใจ
"พี่สะใภ้ดูท่าทางจะสนุกสนานกับการสั่งสอนกบฏในวังหลวงเสียจริงนะ" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังขึ้น พร้อมกับที่เฟยหรงอ๋อง ฉู่เซียวเหวิน ก้าวเข้ามาประชิดตัวหลี่มู่เหยาอย่างอุกอาจ เขายื่นมือหนาขึ้นสัมผัสปอยผมที่คลอเคลียอยู่ข้างแก้มของนางอย่างถือวิสาสะ ท่าทีสนิทสนมเกินงามนั้นทำให้ฉู่จื่อจวินหน้าถอดสีด้วยความตื่นตะลึง
มู่เหยาไม่หลบเลี่ยง ปล่อยให้ปลายนิ้วเย็นเฉียบของบุรุษผู้เหี้ยมเกรียมที่สุดในแผ่นดินลูบไล้กรอบหน้าของตนอย่างแผ่วเบา นางเพียงแค่ช้อนตาขึ้นสบกับเขา เอ่ยด้วยน้ำเสียงติดจะเย้าแหย่เล็กน้อย "ท่านอ๋องมาเร็วกว่าที่คิดนะเพคะ หรือเกรงว่าหม่อมฉันจะถูกองค์รัชทายาทรังแกเสียก่อน?"
"รังแก?" ฉู่เซียวเหวินหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน รัศมีอำนาจกดดันแผ่กระจายจนฉู่จื่อจวินทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นด้วยความหวาดกลัว "ในแผ่นดินนี้ มีเพียงเปิ่นหวางเท่านั้นที่อาจหาญรังแกนางได้... ส่วนคนผู้นี้ ถ้าหากบังA1ญชาบังอาจทำให้นางระคายเคืองแม้แต่ปลายเส้นผม เปิ่นหวางจะแล่เนื้อเถือหนังมันเสียวันนี้"
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบขาดผึ่ง ความหวาดระแวงของศัตรูถูกบดขยี้ด้วยพละกำลังและสติปัญญาที่ผสานกันอย่างลงตัวระหว่างยอดบุรุษและยอดสตรี
ทว่า ในวินาทีที่ความเงียบเข้าปกคลุม ขันทีเฒ่าคนสนิทของฮ่องเต้ก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด ในมือชูราชโองการสีเหลืองทองสั่นระริก
"ท่านอ๋อง... ฮูหยิน... องค์เหนือหัวมีรับสั่งด่วน! เกิดเหตุเพลิงไหม้ปริศนาที่ตำหนักชิงหยวน และในกองเพลิงนั้น... พบศพขององค์ชายสามพร้อมตราประทับหยกประจำพระองค์เพวด!"
ฉู่เซียวเหวินหรี่ตาลงทันที ขณะที่หลี่มู่เหยาผุดลุกขึ้นยืนช้าๆ แววตาวาววับด้วยประกายแห่งความเฉลียวฉลาดที่ล้ำลึกยิ่งกว่าเดิม เกมกระดานนี้ไม่ได้มีเพียงแค่รัชทายาทผู้โง่เขลาเป็นหมากอีกต่อไปแล้ว...
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับกลยุทธ์อันล้ำลึกนี้ด้วยกันนะคะ — เงียบแต่ฟาดเรียบ
หย่าให้จบเถิดท่านอ๋อง ข้าจะครองเมืองให้ดู•ตอนที่ 9
กลิ่นอายความล่มสลาย
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้จบเถิดท่านอ๋อง ข้าจะครองเมืองให้ดู นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!