หย่าให้จบเถิดท่านอ๋อง ข้าจะครองเมืองให้ดู•ตอนที่ 8

งานเลี้ยงลวงโลก

ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
กลิ่นอายของสุหนี่ว์หลงจิ่งล้ำค่าลอยกรุ่นเคล้าคลออยู่เหนือผิวน้ำชาสีมรกตในจอกหยกขาว ทว่าบรรยากาศภายในท้องพระโรงใหญ่กลับเย็นเยียบดุจน้ำค้างแข็งกลางเหมันต์ฤดู งานเลี้ยงฉลองชัยชนะในครานี้หาใช่การเฉลิมฉลองเพื่อสดุดีวีรกรรมของเหล่าทหารกล้า หากแต่เป็นเวทีประลองกระบี่ที่ไร้เสียงคมเหล็กกระทบกัน แสงจากโคมระย้าทองคำทอประกายระยับสะท้อนลงบนอาภรณ์ปักดิ้นทองลายพยัคฆ์เหินฟ้าขององค์รัชทายาทฉู่จื่อจวิน ผู้ซึ่งกำลังทอดพระเนตรตรงมายังเบื้องต่ำด้วยรอยยิ้มที่เคลือบอาบด้วยยาพิษ หลี่มู่เหยาอยู่ในชุดกระโปรงยาวผ้าต่วนสีม่วงเข้มปักลายดอกโบตั๋นสีเงินด้วยฝีมือปักอันประณีตบรรจงจากช่างหลวง ทุกย่างก้าวที่นางเคลื่อนกายผ่านหมู่ขุนนางและเชื้อพระวงศ์ล้วนสง่างามและเยือกเย็นดุจดั่งเทพเซียนผู้ลงมาทัณฑ์ทัณฑ์โลกีย์ บนเรือนร่างระหงประดับประดาด้วยปิ่นหยกมันแกะสลักรูปหงส์กางปีก ทว่าสิ่งที่คมกริบยิ่งกว่าปิ่นหยกเหล่านั้นคือแววตาคู่คมกริบดุจใบมีดน้ำแข็งของนาง "ฮูหยินหลี่... ช่างนับเป็นบุญตาของพวกเรายิ่งนัก ที่วันนี้เจ้าให้เกียรติมาร่วมดื่มอวยพรชัยชนะให้กับกองทัพบูรพา" สุ้มเสียงทุ้มต่ำแต่เจือไปด้วยความเย้ยหยันดังมาจากเบื้องบน ฉู่จื่อจวินยกจอกสุราขึ้นจิบเล็กน้อย นัยน์ตาหงส์หรี่แคบลงอย่างพิจารณา บุรุษผู้กุมอำนาจสูงสุดรองจากฮ่องเต้ผู้นี้ไม่เคยซ่อนความกระหายใคร่ครอบครอง ไม่ว่าจะเป็นอำนาจราชบัลลังก์ หรือแม้แต่สตรีที่เคยเหยียบย่ำให้จมดินผู้นี้ หลี่มู่เหยามิได้คุกเข่าลงทันทีดังเช่นสตรีทั่วไป หากแต่ย่อกายคารวะตามธรรมเนียมด้วยท่าทีที่สง่างามไร้ที่ติ รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างเยียบเย็น "องค์รัชทายาททรงตรัสเกินไปแล้วเพคะ หม่อมฉันเป็นเพียงสตรีไร้ค่าผู้หนึ่ง เหตุใดจะกล้าอาจหาญไม่มาร่วมแสดงความยินดีต่อความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของราชสำนักเล่าเพคะ" น้ำเสียงของนางราบเรียบ ทว่ากลับทรงพลังจนทำให้บรรยากาศรอบโต๊ะเสวยเงียบกริบลงในทันตา ท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ที่จับจ้องมา ไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า ภายใต้แขนเสื้อกว้างของนางนั้นซ่อนเข็มเงินอาบยาพิษสลายกระดูกไว้สามเล่ม และหนึ่งในนั้น... ถูกเตรียมไว้เพื่อทวงหนี้เลือดจากชาติภพก่อนโดยเฉพาะ ทันใดนั้นเอง ประตูบานใหญ่แกะสลักลายมังกรทรงอำนาจก็ถูกผลักเปิดออกด้วยแรงมหาศาล พร้อมกับร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะทหารสีดำสนิทประดับลวดลายเงินยวงที่ก้าวเข้ามา เงาร่างนั้นแผ่ไอสังหารเข้มข้นจนทำให้อุณหภูมิในห้องโถงลดฮวบลงอย่างฉับพลัน—เฟยหรงอ๋อง ฉู่เซียวเหวิน บุรุษผู้กุมอำนาจกองทัพชายแดนผู้เยือกเย็นและดุร้ายปานพญาอินทรีล่าเหยื่อ ก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าที่มั่นคงและทรงพลัง ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองผู้คนในงานก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างระหงของหลี่มู่เหยาเพียงชั่วพริบตา แววตาที่ปกติราบเรียบดุจน้ำในบึงลึกกลับไหววับด้วยประกายความคลั่งรักที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ท่าทีเยชาชาดุจปีศาจสงคราม "งานเลี้ยงสนุกสนานเพียงนี้ ไฉนจึงไร้เงาข้าผู้เป็นแม่ทัพใหญ่เล่าพ่ะย่ะค่ะ องค์รัชทายาท" ฉู่เซียวเหวินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลัง รอยยิ้มที่ปรากฏบนริมฝีปากของเขามีความดุร้ายและเย้ยหยันอยู่ในที ฉู่จื่อจวินชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้าของรัชทายาทแข็งค้างชั่วขณะเมื่อต้องเผชิญหน้ากับอำนาจทหารที่แท้จริงในมือของอนุชาผู้โหดเหี้ยมผู้นี้ "ท่านอ๋องทรงงานหนักเพื่อบ้านเมือง การมาร่วมวงย่อมเป็นเกียรติแก่เรายิ่งนัก... เชิญนั่งเถิด" บรรยากาศเริ่มตึงเครียดขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก เมื่อยอดบุรุษผู้กุมกองทัพและสตรีงามผู้มีสติปัญญาเป็นเลิศยืนอยู่เคียงข้างกันโดยมิได้นัดหมาย เคมีระหว่างคนทั้งสองแผ่ซ่านความกดดันอันทรงพลังจนเหล่าขุนนางต่างพากันก้มหน้าหลบสายตา หลี่มู่เหยาเหลือบสายตาขึ้นมองบุรุษข้างกายเพียงเล็กน้อย กลิ่นอายบุรุษและกลิ่นอายคาวเลือดจางๆ จากสนามรบที่ติดตัวเขามาทำให้หัวใจที่ด้านชาของนางกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่ แต่นางไม่มีเวลามาหวั่นไหวกับความรู้สึกส่วนตัว ในเมื่อหมากกระดานนี้เดินมาถึงจุดที่ต้องเดิมพันด้วยชีวิตแล้ว "ในเมื่อวันนี้เป็นงานเลี้ยงฉลองชัยชนะ..." หลี่มู่เหยาเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ รอยยิ้มเย้ายวนแต่แฝงไว้ด้วยคมมีดปรากฏบนใบหน้า "หม่อมฉันมีสุราพิเศษมาน้อมถวายเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ทุกท่านเพคะ" นางส่งสัญญาณให้สาวใช้ส่วนตัวยกถาดเงินที่มีกาจสุราลวดลายวิจิตรขึ้นมา ก่อนจะรินสุราลงในจอกหยกด้วยมือเรียวขาวดึงดูดสายตาของทุกคนในห้องโถง ฉู่เซียวเหวินหันมามองนางด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยคล้ายรู้ทันเกมที่นางกำลังเล่น แต่เขากลับมิได้ห้ามปราม กลับกัน... เขายื่นมือหนาออกไปรับจอกสุราจากมือนางมาถือไว้เสียเอง "หากฮูหยินเป็นผู้รินให้ ย่อมต่อให้เป็นยาพิษสลายวิญญาณ... เปิ่นหวางก็ยินดีดื่มจนหมดจด" ฉู่เซียวเหวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ทว่าดวงตาคมกริบกลับจ้องลึกเข้าไปในดวงตานางราวกับจะอ่านทะลุถึงจิตวิญญาณ จังหวะนั้นเอง ขันทีเฒ่าคนสนิทของฮ่องเต้ก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด ถือม้วนราชโองการสีทองอร่ามในมือสั่นเทา ก่อนจะคุกเข่าลงตะโกนเสียงหลงด้วยความตื่นตระหนก "ราชโองการด่วนจากห้องพระบรรทม... ฮ่องเต้ทรงพระประชวรหนักกะทันหัน หลังเสวยโอสถที่พระราชทานมาจากตำหนักรัชทายาทพ่ะย่ะค่ะ!" สิ้นเสียงนั้น จอกสุราในมือของฉู่จื่อจวินก็ร่วงหล่นลงพื้นแตกกระจาย เสียงแก้วแตกดังเพล้งสะท้อนก้องไปทั่วท้องพระโรงที่เงียบสงัดดุจป่าช้า หลี่มู่เหยากลับยกยิ้มมุมปากขึ้นอย่างช้าๆ แววตาทอประกายความสะใจที่ซ่อนไว้มานานแสนนาน ขณะที่ฉู่เซียวเหวินก้าวเท้าเข้ามาบังร่างนางไว้ครึ่งหนึ่ง พร้อมกับชักกระบี่ออกจากฝักเสียงดัง *กริ๊ง* กังวานบาดแก้วหู ประกาศศึกอย่างเป็นทางการท่ามกลางความโกลาหลที่เพิ่งเริ่มต้นขึ้น! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งใจมาให้กันเสมอนะคะ — เงียบแต่ฟาดเรียบ
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้จบเถิดท่านอ๋อง ข้าจะครองเมืองให้ดู นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%