"หากรัชทายาทเลือกเดิมพันด้วยความพินาศของแผ่นดิน หม่อมฉันในฐานะชายาที่ท่านทรงชิงชัง... ก็ยินดีจะถอนรากถอนโคนราชสำนักนี้ให้สิ้นซากเช่นกันเพคะ"
น้ำเสียงของหลี่มู่เหยาเรียบสนิท ทว่าก้องกังวานดั่งคมกระบายนครที่เพิ่งชักออกจากฝัก นางยืนสง่านิ่งอยู่เบื้องหน้าพระแท่นบูชาในตำหนักบูรพา อาภรณ์ไหมปักดิ้นทองลายหงส์เพลิงยามต้องแสงเทียนสะท้อนประกายวับวับวาววาว ราวกับเปลวเพลิงที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่งให้เป็นจุล ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดที่กดทับจนแทบหยุดหายใจ ฉู่จื่อจวิน ในชุดคลุมยาวปักลายมังกรห้ากรงเล็บสีดำสนิท กำลังจ้องมองนางด้วยแววตาดุจสัตว์ป่ากระหายเลือด
เขาก้าวเข้าประชิดหมายจะคว้าข้อมือนาง ทว่าปลายกระบี่คมกริบเล่มหนึ่งกลับพาดผ่านลำคอของเขาอย่างรวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบ—ฉู่เซียวเหวิน!
"บังอาจ!" สุ้มเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดุจพญาเสือคำรามก้องลอดไรฟัน ร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะเหล็กดำสนิทประดับลวดลายเขูยงโลหิต ยืนหยัดตระหง่านอยู่เบื้องหน้าหลี่มู่เหยา กลิ่นอายสนามรบและคาวเลือดคละคลุ้งแผ่ซ่านไปทั่วรัศมีสิบก้าว ดวงเนตรคมกลาบกริบดุจพญายมจ้องมองรัชทายาทราวกับมองซากศพไร้ค่า "หากฝ่าบาททรงขยับอีกเพียงนิ้วเดียว หัวบนบ่าของพระองค์คงต้องย้ายที่ตั้งแล้วกระมัง"
ฉู่จื่อจวินแค่นยิ้มหยัน แม้ความตายจะอยู่ห่างเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด แต่แววตาขององค์รัชทายาทกลับฉายความบ้าคลั่งออกมาอย่างไม่ปิดบัง "ฉู่เซียวเหวิน... เจ้าคิดว่านำทัพพิทักษ์เมืองหลวงกลับมาทัน แล้วจะพลิกเกมได้กระนั้นหรือ? ประตูเมืองชั้นนอกแตกแล้ว กองทัพพิทักษ์นครของข้ากำลังเคลื่อนพลเข้าสู่ท้องพระโรง อีกไม่นาน... หัวของเจ้าและหญิงสารเลวผู้นี้จะถูกเสียบประจานประตูกลางเมือง!"
ฉับพลัน เสียงกลองศึกจากนอกกำแพงวังก็ดังสนั่นหวั่นไหว *ตูม! ตูม! ตูม!* ราวกับแผ่นดินจะแยกออกเป็นเสี่ยงๆ แรงสั่นสะเทือนทำให้ฝุ่นละอองจากคานไม้ร่วงหล่นลงมาประหนึ่งหิมะโปรยปราย เสียงโห่ร้องฆ่าฟันและเสียงเหล็กกระทบกันดังแว่วเข้ามาเป็นระยะ นี่คือสัญญาณว่ากบฏได้ประชิดกำแพงพระราชวังชั้นในแล้ว สถานการณ์พลิกผันชนิดที่ลมหายใจทุกสายต้องแขวนไว้บนเส้นด้าย
หลี่มู่เหยาหาได้มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย นางยกปลายนิ้วขึ้นจัดสาบเสื้อให้ฉู่เซียวเหวินอย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นอบอุ่นและมั่นคงท่ามกลางพายุคลั่ง ดวงตาคู่งามสบกับดวงตาคมกลาบของสามีผู้เคยกาลครั้งหนึ่งเคยหมางเมิน ทว่ายามนี้กลับกลายเป็นเกราะคุ้มภัยที่แข็งแกร่งที่สุดในใต้หล้า
"ท่านอ๋อง..." นางเอ่ยเสียงเบา ทว่าชัดเจนทุกถ้อยคำ "ถึงเวลาที่หนี้เลือดในอดีต... ต้องชำระให้หมดจดแล้วเพคะ"
ฉู่เซียวเหวินก้มลงมองสตรีในดวงใจ แววตาดุร้ายเยือกเย็นเมื่อครู่พลันอ่อนแสงลงวูบหนึ่ง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมเกราะที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิม เขาคว้ามือเรียอบางมากุมไว้แนบกายแน่น ปลายกระบี่ในมืออีกข้างกดลึกลงที่ลำคอของฉู่จื่อจวินจนมีหยดโลหิตสีแดงฉานซึมไหล
"ดี..." ฉู่เซียวเหวินแย้มสรุปด้วยรอยยิ้มเยียบเย็นถึงกระดูกดำ "ในเมื่อเสด็จพี่ทรงปรารถนาจะเห็นความพินาศนัก เปิ่นหวังก็จะเปิดประตูต้อนรับกองทัพกบฏของพระองค์... ด้วยกองเลือดของพวกมันเอง!"
สิ้นคำประกาศิต ฉู่เซียวเหวินก็สะบัดกระบี่ถอยหลังหนึ่งก้าว คว้าเอาร่างของหลี่มู่เหยาขึ้นประทับบนอานม้าศึกสีนิลกาฬที่ยืนรออยู่ตรงระเบียงตำหนักบูรพา ท่ามกลางหิมะสีเลือดที่โปรยปรายลงมาอย่างบ้าคลั่ง แม่ทัพใหญ่แห่งแดนเหนือควบทะยานนำกองทัพทหารม้าโลหิตพุ่งทะลวงเข้าสู่สนามรบเบื้องล่างเพื่อเผชิญหน้ากับกองทัพกบฏที่กำลังบุกทะลวงเข้ามาอย่างไม่เกรงกลัวความตาย
ทว่า ในวินาทีที่ทัพหลวงและทัพกบฏกำลังจะปะทะกันอย่างดุเดือดที่ลานหน้าพระราชวัง เสียงประกาศก้องจากขันทีเฒ่าผู้หนึ่งก็ดังแทรกสายลมหนาวขึ้นมาอย่างกะทันหัน พร้อมกับราชยโองการสีทองอร่ามที่ถูกชูขึ้นสูง
"ราชโองการด่วนจากห้องทรงงานลับ... ฮ่องเต้เสด็จสวรรคตแล้ว! และผู้มีสิทธิ์สืบทอดราชบัลลังก์พระองค์ต่อไป... หาใช่รัชทายาท หรือท่านอ๋อง... หากแต่คือผู้ที่ถือครองตราประยุทธ์หยกมังกร... พระชายาหลี่มู่เหยา!"
เงียบแต่ฟาดเรียบ หวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญนี้จนวางไม่ลงนะคะ!
หย่าให้จบเถิดท่านอ๋อง ข้าจะครองเมืองให้ดู•ตอนที่ 34
เสียงกลองศึกคำราม
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้จบเถิดท่านอ๋อง ข้าจะครองเมืองให้ดู นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!