กลิ่นธูปกำยานตระกูลจันทร์สว่างโรจน์ลอยอลวนอยู่เบื้องพระพักตร์ ทว่ากลับมิอาจกลบกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่โชยมาจากตำหนักบูรพาได้เลยแม้แต่น้อย
หลี่มู่เหยายืนนิ่งสงบ อาภรณ์ปักลายหงส์เหมันต์สีขาวบริสุทธิ์ตัดกับขอบแถบผ้าแพรปักดิ้นทองคำบริสุทธิ์ แขนเสื้อกว้างถูกรวบเก็บไว้อย่างทะมัดทะแมงด้วยห่วงหยกอุ่น ปิ่นปักผมทองคำฝังไข่มุกราตรีสั่นไหวเบาๆ ทุกครั้งยามนางขยับกาย นางมิได้ก้มหน้าหลบสายตาผู้ใด ทว่าดวงเนตรหงส์คู่นั้นกลับทอประกายเยียบเย็นดุจน้ำแข็งพันปี สะท้อนร่างของบุรุษในอาภรณ์มังกรห้าเล็บผู้ประทับนั่งอยู่บนพระแท่นเบื้องสูง—ฉู่จื่อจวิน
"เจ้ากล้าดียังไงถึงก้าวเข้ามาในเขตพระราชฐานโดยไม่มีราชโองการเรียกหา เจ้าสำนักหมากตัวนี้... คิดว่าสามีของเจ้าที่อยู่ชายแดนจะช่วยชีวิตเจ้าได้พ้นเงื้อมมือเรากระนั้นหรือ มู่เหยา"
น้ำเสียงขององค์รัชทายาทแหบพร่า ทว่าแฝงไว้ด้วยกระแสจิตสังหารที่รุนแรงจนข้าราชบริพารและขันทีรอบกายต่างหมอบกราบตัวสั่นเทิ้ม หลี่มู่เหยาเพียงแย้มสรسวลน้อยๆ รอยยิ้มนั้นงดงามราวดอกเหมันต์แรกผลิ ทว่ากลับอาบยาพิษที่ร้ายกาจยิ่งกว่าสิ่งใด
"ทูลองค์รัชทายาท หม่อมฉันเพียงเข้ามาเพื่อถวาย 'คำตอบ' ที่พระองค์ทรงรอคอยมานานต่างหากเพคะ" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ กิริยามารยาทงดงามไร้ที่ติราวกับสตรีสูงศักดิ์ผู้ฝึกฝนมาอย่างดี ไม่มีร่องรอยความหวาดกลัวแม้แต่น้อย
"คำตอบอันใด?" ฉู่จื่อจวินหรี่ตาลงอย่างระแวดระวัง เขารู้ซึ้งถึงสติปัญญาของสตรีผู้นี้ดี นางมิใช่สตรีในห้องหอที่พึ่งพาเพียงความงาม แต่นางคือหมากตัวสำคัญที่พลิกกระดานอำนาจทั้งหมดจนทำให้แผนการหลายปีของเขาต้องสั่นคลอน ยิ่งยามนี้เฟยหรงอ๋องผู้เป็นสามีไม่อยู่ในเมืองหลวง นางกลับเดินเข้าสู่วังหลวงด้วยตนเองราวกับนกน้อยบินเข้ากองไฟ... หรือนางจะมีแผนการอื่นซ่อนอยู่?
"คำตอบที่ว่า... บัลลังก์ที่พระองค์ทรงไขว่คว้ามาตลอดชีวิต แท้จริงแล้วเป็นเพียงภาพลวงตาที่กำลังจะพังทลายลงในชั่วยามนี้ต่างหากเพคะ"
สิ้นคำ หลี่มู่เหยาไม่รอให้รัชทายาทกริ้ว นางตวัดปลายแขนเสื้อ ก้าวเท้าเดินเข้าไปใกล้แท่นประทับทีละก้าวอย่างมั่นคง เสียงฝ่าเท้ากระทบพื้นหินอ่อนกังวานก้องไปทั่วตำหนักอันเงียบสงบ ขันทีข้างกายฉู่จื่อจวินชักกระบี่ออกจากฝักทันที ปลายคมกระบี่จ่อเข้าที่ลำคอระหงของนางในระยะประชิด ทว่ามู่เหยาหาได้สะท้านสะเทือน นางเพียงปรายตามองคมกระบี่ด้วยแววตาสสมเพชเวทนา
"หากหม่อมฉันตายในตำหนักนี้ในวันนี้ ก่อนที่ตะวันจะลับขอบฟ้า กองทัพพยัคฆ์ทมิฬสามแสนนายของท่านอ๋องจะเหยียบย่างเข้าสู่ประตูเมืองหลวง และศีรษะของพระองค์จะถูกนำไปแขวนประจานไว้ที่กำแพงเมือง... พระองค์คิดว่าราชองครักษ์เสื้อแพรของพระองค์ จะต้านทานความคลั่งแค้นของสตรีผู้สูญเสียสามีไปได้หรือเพคะ?"
คำพูดของนางเฉียบคมดุจใบมีดโกน กรีดแทะลงบนความหวาดระแวงในจิตใจของฉู่จื่อจวินอย่างแม่นยำ เขารู้ดีว่าเฟยหรงอ๋อง—ฉู่เซียวเหวิน มิใช่บุรุษที่จะยอมจำนนต่อกฎเกณฑ์ใดๆ หากเขารู้ว่าชายาสุดที่รักถูกปลิดชีพในวังหลวง แผ่นดินนี้คงต้องนองเลือดจนล้างบางตระกูลฮ่องเต้เป็นแน่
"เจ้าขู่เรา!" ฉู่จื่อจวินตบพระหัตถ์ลงบนโต๊ะมังกรเสียงดังสนั่น ลุกขึ้นยืนจ้องหน้านางด้วยความโกรธเกรี้ยวจนเส้นเลือดปูดโปนที่ขมับ "คิดว่าเราไม่กล้าสังหารหญิงแพศยาเช่นเจ้าอย่างนั้นรึ!"
"หม่อมฉันมิได้ขู่ หม่อมฉันเพียง 'เตือน' ด้วยความหวังดีเพคะ" มู่เหยายกยิ้มมุมปาก นางก้าวเข้าไปประชิดจนเกือบจะถึงตัวรัชทายาท กลิ่นกายหอมกรุ่นของดอกเหมันต์ผสมผสานกับกลิ่นอายความตายแผ่ซ่านรอบตัว "และสิ่งที่ท่านทรงดื่มลงไปเมื่อหนึ่งเค่อก่อน... น่าจะเริ่มออกฤทธิ์แล้วกระมังเพคะ?"
ฉู่จื่อจวินชะงักกึก สีพระพักตร์เปลี่ยนเป็นซีดเผือดทันที พระองค์ยกพระหัตถ์ขึ้นกุมพระอุระโดยไม่รู้ตัว ความเจ็บแปลบราวกำลังถูกไฟแผดเผาแล่นริ้วไปทั่วสรรพางค์กาย ทรงกระอักโลหิตสีดำคล้ำออกมาคำโต สาดกระเซ็นลงบนพรมปักลายมังกรทองจนเปรอะเปื้อน
"เจ้า... เจ้าวางยาเราตั้งแต่เมื่อไหร่..." พระองค์ทรุดกายลงนั่งคุกเข่ากับพื้น ชี้พระหัตถ์สั่นเทามาที่นาง ดวงตาเบิกโพ้าด้วยความตื่นตระหนกและเคียดแค้น
หลี่มู่เหย่าย่อกายลงเล็กน้อย ทอดพระเนตรบุรุษผู้เคยพรากทุกสิ่งทุกอย่างไปจากนางในชาติก่อนด้วยแววตานิ่งสนิท ราวกับกำลังมองมดปลวกตัวหนึ่ง
"หม่อมฉันเป็นหมอ... การจะทำให้องค์รัชทายาทผู้รอบคอบเสวยยาพิษไร้ลักษณ์เข้าไปโดยไม่รู้ตัว ย่อมง่ายดายยิ่งกว่าพลิกฝ่ามือเพคะ" นางกระซิบเสียงแผ่วเบาข้างพระ कर्ण "นี่คือดอกเบี้ยก้อนแรก... สำหรับชีวิตของคนในตระกูลหลี่ที่พระองค์ทรงเหยียบย่าองในชาติภพก่อน"
ฉู่จื่อจวินอ้าปากค้างเพื่อจะตะโกนเรียกทหาร ทว่าเลือดสีดำกลับทะลักออกมาไม่ขาดสาย ลมหายใจติดขัด ร่างกายชาวาบจนไร้ความรู้สึก พระองค์ล้มพับลงนอนกับพื้นตำหนัก ท่ามกลางความเงียบงันที่เข้าปกคลุม ข้าราชบริพารต่างหมอบกราบตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว ขาสั่นจนก้าวไม่ออกเมื่อเห็นองค์รัชทายาทสิ้นสติไปต่อหน้าต่อตา
หลี่มู่เหย่ายืดกายขึ้นยืนตรงอย่างสง่างาม นางปัดฝุ่นที่ชายเสื้อเบาๆ ราวกับเพิ่งทำเรื่องเล็กน้อยที่สุดในชีวิต ทว่าในขณะที่นางกำลังจะหันหลังก้าวเดินออกจากตำหนักบูรพา เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยนายก็ดังขึ้นกึกก้องจากด้านนอก ประตูบานใหญ่ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ความปรานี
ธนูอาบยาพิษนับร้อยเล็งตรงมาที่นางจากเหล่าทหารองครักษ์หลวงชุดเกราะดำสนิท พร้อมกับร่างสูงสง่าของแม่ทัพผู้หนึ่งที่ก้าวเข้ามา ทว่า... นั่นไม่ใช่ฉู่เซียวเหวิน!
ร่างนั้นสวมหน้ากากเงินครึ่งซีก แววตาคมกริบดุจพญาอินทรีมองตรงมาที่นาง พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่ทำให้หัวใจของหลี่มู่เหตากระตุกวูบ
"พระชายาเฟยหรง... ช่างกล้าหาญยิ่งนักที่กล้าลงมือในวังหลวงด้วยตนเอง" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น พร้อมกับกระบี่ในมือที่ชี้ตรงมาที่นาง "น่าเสียดาย... ที่ท่านอ๋องของเจ้าในยามนี้ กำลังติดพันศึกใหญ่อยู่ที่ชายแดน และไม่มีวันเดินทางมาช่วยเจ้าทันอย่างแน่นอน!"
ดวงตาหงส์ของหลี่มู่เหยาหรี่แคบลงทันที เมื่อตระหนักได้ว่านี่คือ 'แผนซ้อนแผน' ที่ถูกวางไว้เพื่อดึงนางออกมาจากคฤหาสน์อ๋อง และเป้าหมายที่แท้จริงหาใช่เพียงแค่รัชทายาท... แต่คือตัวนางเอง!
หวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญนี้จนวางไม่ลงนะคะ!
หย่าให้จบเถิดท่านอ๋อง ข้าจะครองเมืองให้ดู•ตอนที่ 35
หยดเลือดในวังหลวง
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้จบเถิดท่านอ๋อง ข้าจะครองเมืองให้ดู นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!