กลิ่นคาวเลือดที่เจือจางอยู่ในสายลมหนาวเหน็บเหนือป้อมปราการเมืองกวางโจว มิได้ทำให้สตรีในชุดเกราะหนังปักลายหงส์เงินไหวหวั่นแม้แต่น้อย หลี่มู่เหยากวาดสายตาคมกริบดั่งคมกระบี่มองลงไปยังเบื้องล่าง พื้นดินสีเทาถูกย้อมด้วยกองทัพนับหมื่นขององค์รัชทายาทฉู่จื่อจวินที่แผ่ขยายดั่งคลื่นมรณะ
ธงทิวปลิวสะบัดท่ามกลางเสียงกลองศึกที่ดังกระหึ่มสะเทือนฟ้าดิน แต่มู่เหยากลับยืนสงบนิ่งอยู่บนเชิงเทิน นางสะบัดชายผ้าคลุมสีชาดที่ปักด้วยดิ้นทองอย่างประณีต ขยับพัดขนนกกระเรียนในมือช้าๆ สวนทางกับความตื่นตระหนกของเหล่าแม่ทัพนายกองที่ยืนรายล้อม
"รายงานท่านกุนซือ! ทัพหน้าของศัตรูเริ่มเคลื่อนพลเข้าใกล้คูเมืองระยะสามร้อยก้าวแล้วขอรับ!" เสียงทหารรายงานด้วยความร้อนรน
มู่เหยาหาได้ตื่นตระหนก นางเพียงยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย เผยรอยยิ้มเย็นเยียบที่แฝงไว้ด้วยสติปัญญาอันล้ำลึก นางไม่เอ่ยคำใดนอกจากยกมือขึ้นส่งสัญญาณราบเรียบ
"จุดไฟ."
คำพูดเพียงสองคำ แต่ดังก้องกังวานทรงอำนาจยิ่งกว่าเสียงคำรามของพยัคฆ์ ทันใดนั้น ลูกไฟนับพันพุ่งทะยานขึ้นฟ้าจากคูเมืองที่ถูกขุดซ่อนกลไกน้ำมันดิบไว้เบื้องล่าง เปลวเพลิงสีชาดลุกโชนขึ้นราวกับอัคคีจากขุมนรก กลืนกินทัพหน้าที่บุกเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว เสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังระงมประสานกับเสียงประทุของเปลวไฟ สร้างความอลหม่านให้แก่กองทัพหลวงในพริบตา
นี่คือหมากตานี้ที่นางร้อยเรียงไว้... งดงาม ทารุณ และเฉียบขาดไร้ความปรานี
ท่ามกลางความโกลาหลเบื้องล่าง สายตาคู่คมของหลี่มู่เหยากลับกวาดมองหาเป้าหมายสำคัญ นางรู้ดีว่าฉู่จื่อจวินไม่มีวันส่งทัพมาตายเปล่าเช่นนี้โดยไร้แผนสำรอง รัชทายาทผู้เจ้าเล่ห์ย่อมซ่อนกระบี่ลับไว้ในความมืดเสมอ
"ท่านกุนซือ การศึกครั้งนี้... เฟยหรงอ๋องจะทรงนำทัพหนุนมาทันเวลาหรือไม่พะย่ะค่ะ?" แม่ทัพผู้หนึ่งเอ่ยถามด้วยความกังวลระคนหวาดหวั่น
มู่เหยาหันกลับมามองด้วยแววตานิ่งสงบ ลึกซึ้งดั่งห้วงมหาสมุทร นางช,ายตามองไปยังทิศเหนือที่ซึ่งกลุ่มฝุ่นตลบอบอวล
"เขามาแน่..." น้ำเสียงของนางราบเรียบ แต่มั่นคงดั่งหินผา "และเมื่อเขามาถึง... จะไม่มีผู้ใดรอดชีวิตกลับไปสักคนเดียว"
ทันใดนั้น ท้องฟ้าที่มืดครึ้มอยู่แล้วกลับปรากฏเสียงคำรามกึกก้องยิ่งกว่าเสียงอสุนีย์ ฝูงกาป่าบินหนีตายแตกตื่นออกจากผืนป่าเบื้องไกล แรงสั่นสะเทือนจากฝีม้านับหมื่นตัวกำลังบดขยี้พื้นดินเข้ามาใกล้ทุกที
แต่มิใช่ทัพหนุนของฉู่เซียวเหวิน... หากแต่เป็นธนูอาบยาพิษนับพันดอกที่พุ่งแหวกอากาศตรงดิ่งมายังจุดที่มู่เหยา berdiri อยู่!
"ระวัง!"
เสียงตะโกนพร้อมกับร่างขององครักษ์เงาที่พุ่งเข้ามาปัดป้อง แต่มู่เหยามิได้หลบหนี นางเพียงหรี่ตาลงและยกพัดในมือขึ้นตั้งรับอย่างแม่นยำ ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ที่ปลายลูกศรดอกหนึ่งซ่อนกลไกซับซ้อน มันมิได้มุ่งเป้ามาที่ชีวิตของนาง... แต่มุ่งตรงไปยังหีบศิลาโบราณที่บรรจุ "ราชโองการลับ" ซึ่งซ่อนอยู่หลังแท่นบัญชาการ!
มู่เหยาเบิกเนตรกว้างขึ้นเล็กน้อย นี่คือแผนซ้อนแผน!
ฉู่จื่อจวินมิได้ต้องการตีเมือง... แต่ต้องการทำลายหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะเปิดโปงความผิดในการกบฏของมันต่างหาก!
ก่อนที่ลูกศรอาบยาพิษจะปักทะลุหีบศิลา มือหนาแข็งแกร่งดั่งคีมเหล็กคู่หนึ่งก็พุ่งเข้ามาคว้าจับลูกศรดอกนั้นไว้กลางอากาศได้อย่างฉิวเฉียด กลิ่นอายบุรุษอันคุ้นเคยและเยือกเย็นแผ่ซ่านโอบล้อมแผ่นหลังของนางไว้ทันที
ฉู่เซียวเหวินในชุดเกราะศึกชุ่มโชกด้วยโลหิตและหยาดเหงื่อ ดวงเนตรหงส์คู่นั้นดุร้าย เย็นชา และเปี่ยมด้วยความคลั่ง
"ใครกล้าแตะต้องชายาของเปิ่นหวัง... มันผู้นั้นต้องตายอย่างไร้ที่ฝัง"
เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมหูของนางอย่างแนบชิด ท่ามกลางหิมะที่เริ่มโปรยปรายลงมาเคลือบคราบเลือดบนสนามรบให้งดงามดั่งภาพวาดโบราณ
ทว่า ในวินาทีที่ความอบอุ่นจากอ้อมกอดของเขายังไม่ทันจางหาย องครักษ์คนสนิทของพระองค์ก็พุ่งเข้ามาคุกเข่าด้วยสีหน้าซีดเผือด รายงานข่าวกรองล่าสุดที่ทำให้ลมหายใจของมู่เหยาต้องสะดุดกึก
"ท่านอ๋อง! พระสนมเอกในวังหลวง... ถูกลอบปลงพระชนม์แล้วพะย่ะค่ะ!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางผ่านหมากเกมการเมืองอันเชือดเฉือดนี้ด้วยกันนะคะ!
หย่าให้จบเถิดท่านอ๋อง ข้าจะครองเมืองให้ดู•ตอนที่ 36
ยอดกุนซือหญิง
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้จบเถิดท่านอ๋อง ข้าจะครองเมืองให้ดู นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!