“รอยเท้ามิได้จางหายไปตามกาลเวลา แต่มันฝังรากลึกอยู่ในความแค้นที่ข้าเตรียมจะชำระ”
หลี่มู่เหยาพึมพำกับความว่างเปล่าภายในเรือนลับที่ซ่อนตัวอยู่หลังม่านน้ำตกของคฤหาสน์ร้างท้ายเมือง นางไม่ได้สวมอาภรณ์หรูหราดั่งเช่นฮูหยินผู้สูงศักดิ์ หากแต่สวมชุดรัดกุมสีหมึก ปักลวดลายด้วยด้ายไหมสีดำสนิทเพื่ออำพรางตัวในความมืดมิด นิ้วเรียวยาวดุจลำเทียนของนางกำลังลูบไล้ไปบนรอยเลือดที่แห้งกรังติดอยู่กับชิ้นส่วนผ้าไหมปักลาย ‘มังกรห้าเล็บ’ ซึ่งเป็นหลักฐานเดียวที่หลงเหลือจากเหตุการณ์โศกนาฏกรรมในชาติก่อน
เมื่อย้อนนึกถึงคืนที่ความเจ็บปวดแล่นผ่านทะลุอก เสียงกรีดร้องของนางในวันนั้นยังคงดังก้องอยู่ในมโนภาพ แต่ในค่ำคืนนี้... ผู้ล่าได้เปลี่ยนตัวแล้ว
“ร่องรอยนี้มิใช่รอยเท้าของสามัญชน” หลี่มู่เหยากล่าวเบาๆ สายตาคมกริบดุจปลายมีดผ่าตัดกำลังวิเคราะห์ลวดลายบนผืนผ้า “เนื้อผ้าหรูหราเพียงนี้ มีเพียงคนในวังหลวงเท่านั้นที่ครอบครองได้”
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นทว่าแผ่วเบาดังขึ้นจากด้านหลัง ความรู้สึกถึงรังสีอำมหิตที่คุ้นเคยทำให้นางไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าผู้ใดมาเยือน กลิ่นอายของไม้สนซีดาร์และโลหะเย็นเยียบที่โชยมาเป็นเอกลักษณ์ของบุรุษเพียงคนเดียวที่ทำให้นางหวั่นไหวได้เสมอ
เฟยหรงอ๋องก้าวเข้ามาในความมืด ใบหน้าคมสันดุจรูปสลักนั้นเรียบเฉย ทว่าดวงตากลับมีความกังวลฉายชัดอยู่ลึกๆ เขาเดินเข้ามาหยุดอยู่ข้างกายนาง ก่อนจะวางมือลงบนไหล่เบาๆ เป็นเชิงปราม
“เจ้ากำลังเอาชีวิตไปแขวนไว้บนเส้นด้ายมู่เหยา” ฉู่เซียวเหวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความห่วงใยอันดุดัน “คนที่สังหารเจ้าในวันนั้น... มันไม่ได้มีดีแค่ฝีมือดาบ แต่มันคือสัตว์ร้ายที่ซ่อนตัวอยู่ใต้หน้ากากรัชทายาท”
หลี่มู่เหยาคลี่ยิ้มเย็นชา “หากท่านอ๋องกังวลใจ ก็โปรดถอยไปเสียเถิดค่ะ เพราะคืนนี้ ข้าจะมิใช่เพียงแค่หมอที่รักษาชีวิตคน แต่ข้าจะเป็นผู้ที่กระชากหน้ากากฆาตกรออกมาด้วยมือของข้าเอง”
“ข้ามิได้จะขัดขวางเจ้า” เฟยหรงอ๋องก้มลงกระซิบข้างใบหูนาง ลมหายใจอุ่นร้อนทำให้หัวใจนางเต้นผิดจังหวะ “แต่ข้าต้องการให้เจ้าจำไว้ว่า ในยามที่เจ้าตัดสินใจลงมือ หากเจ้าพลาดแม้เพียงก้าวเดียว... โลกทั้งใบของข้าจะลุกเป็นไฟเพื่อเผาผลาญมันให้สิ้นซาก”
ประโยคนั้นมิใช่คำหวาน แต่เป็นคำสาบานที่หนักแน่นดุจขุนเขา หลี่มู่เหยารู้ดีว่าบุรุษผู้นี้พร้อมทำลายบัลลังก์เพื่อนาง แต่นางมิอาจพึ่งพาเพียงอำนาจของเขา นางต้องใช้สติปัญญาที่สั่งสมมาจากความตายเพื่อเป็นอาวุธ
ทั้งสองเฝ้าสังเกตการณ์อยู่บนหลังคาจวนร้างที่ตั้งอยู่ตรงข้ามกับโรงเตี๊ยมจุดนัดพบสำคัญ ไม่นานนัก เงาร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้น ชายฉกรรจ์ในชุดคลุมสีเทาเดินเข้ามาพร้อมกับห่อผ้าในมือ หลี่มู่เหยาหรี่ตาลง นางจำลักษณะการเดินกะเผลกที่ขาขวาได้แม่นยำ... นั่นคือฆาตกรที่แทงเข้าที่หัวใจของนางในชาติก่อน!
“นั่นมัน ‘อิงซาน’ มือขวาของฉู่จื่อจวิน” หลี่มู่เหยากัดริมฝีปากแน่น
จังหวะที่เป้าหมายกำลังจะก้าวเข้าสู่เงามืด หลี่มู่เหยาหยิบธนูขนาดเล็กที่เตรียมไว้ออกมา นางไม่ได้เล็งไปที่หัวใจ แต่เล็งไปที่จุดยุทธศาสตร์ที่นางคำนวณไว้แล้วว่าเป็นตำแหน่งที่จะทำให้มันบาดเจ็บและทิ้งร่องรอยให้นางตามไปได้โดยที่มันไม่ตายทันที
*ฉึบ!*
ลูกดอกอาบยาสลบพุ่งเข้าที่ต้นคอของอิงซานอย่างแม่นยำ แต่มันกลับไม่ล้มลงไปในทันที มันหันกลับมามองด้วยแววตาอำมหิต ก่อนจะปาทิ้งห่อผ้าที่ถือมาแล้วพุ่งทะยานหายเข้าไปในป่ารกชัฏหลังโรงเตี๊ยม
หลี่มู่เหยาไม่รอช้า นางทะยานตามไปทันทีโดยมีเฟยหรงอ๋องตามติดมาอย่างเงียบเชียบ ทว่าเมื่อเข้าไปถึงกลางป่า ร่องรอยของเลือดกลับหายไปดื้อๆ ราวกับว่าพื้นดินกลืนกินฆาตกรผู้นั้นลงไป
หลี่มู่เหยาสะดุดก้อนหินแปลกประหลาดที่ดูเหมือนจะถูกวางตำแหน่งไว้อย่างจงใจ นางขมวดคิ้ว “นี่ไม่ใช่การหนี... แต่นี่คือกับดัก”
ทันใดนั้น เสียงหัวเราะแหลมสูงของบุรุษผู้หนึ่งก็ดังขึ้นรอบทิศทาง พร้อมกับเสียงกลไกหน้าไม้จำนวนมหาศาลที่ถูกง้างขึ้นพร้อมกันล้อมรอบพวกนางไว้
“นึกไม่ถึงจริงๆ ว่าสตรีที่ข้าฆ่าไปแล้ว จะยังปีนขึ้นมาจากนรกเพื่อมาหาที่ตายอีกรอบ” เสียงของฉู่จื่อจวินดังมาจากความมืดมิด เขาปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับเหล่านักฆ่าในชุดเกราะเบาที่รายล้อมพวกเขาไว้แน่นหนา
ฉู่เซียวเหวินขยับกายไปบังหน้าหลี่มู่เหยาไว้ มือหนาชักกระบี่คู่กายออกมา กลิ่นอายสังหารพุ่งทะลักออกจากร่างจนใบไม้ร่วงหล่นกราว “เจ้ากล้าดียังไงถึงได้วางแผนการนี้ ในเขตอำนาจของข้า”
“เขตอำนาจของท่านอ๋องรึ?” ฉู่จื่อจวินแสยะยิ้ม “น่าเสียดายที่คืนนี้... กองทัพของท่านถูกข้าตัดขาดจากหน่วยเสบียงเรียบร้อยแล้ว ในวังหลวงตอนนี้ไม่มีใครช่วยพวกท่านได้หรอก!”
ขณะที่สถานการณ์กำลังบีบคั้นถึงขีดสุด หลี่มู่เหยากลับสังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่คอเสื้อของฉู่จื่อจวิน... มันคือจี้หยกรูปดอกเหมยที่นางเคยทำหายไปในคืนที่ตาย!
นางก้าวออกมาจากแผ่นหลังของเฟยหรงอ๋อง เผชิญหน้ากับฆาตกรด้วยแววตาที่เยือกเย็นจนฉู่จื่อจวินต้องชะงัก “ท่านรัชทายาท... รอยเลือดบนคอเสื้อของท่านที่ยังล้างไม่ออก นั่นน่ะ... คือสิ่งที่ท่านใช้ฆ่าข้าใช่หรือไม่?”
ฉู่จื่อจวินหน้าถอดสี ทว่าในวินาทีนั้นเอง กองกำลังปริมาณมหาศาลจากกลุ่มคนลึกลับในชุดสีขาวล้วนก็กระโดดลงมาจากยอดไม้พร้อมกัน พวกมันไม่ได้โจมตีใคร แต่มุ่งตรงมาที่หลี่มู่เหยาและฉู่จื่อจวินพร้อมกัน!
ความสับสนวุ่นวายบังเกิดขึ้น ท่ามกลางความมืดมิดนั้น มือของใครคนหนึ่งคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของหลี่มู่เหยาพร้อมกับเสียงกระซิบที่นางไม่มีวันลืม
“อย่าขยับ... เจ้าหนีไม่พ้นหรอก ฮูหยินของข้า”
- ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเล่ห์กลอันเชือดเฉือนนี้ด้วยกันนะคะ - เงียบแต่ฟาดเรียบค่ะ
หย่าให้จบเถิดท่านอ๋อง ข้าจะครองเมืองให้ดู•ตอนที่ 28
รอยเท้าของฆาตกร
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้จบเถิดท่านอ๋อง ข้าจะครองเมืองให้ดู นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!