กลิ่นอายจางๆ ของสนิมเหล็กและสมุนไพรจีนรสขมจัดคละคลุ้งอวลอยู่ในห้องนอนลับชั้นใน เรือนปีกขวาของจวนอ๋องยามนี้เงียบสงัดราวกับป่าช้า ทว่ากลับเต็มไปด้วยแรงกดดันระลอกแล้วระลอกเล่าที่แผ่ออกมาจากบุรุษผู้ประทับนั่งพิงหัวเตียงด้วยท่าทีองอาจ
"เจ้ากล้าดียังไงถึงบุกเข้ามาในยามวิกาลเช่นนี้, มู่เหยา"
น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเอ่ยขึ้น ทว่าแววตาคมกริบดั่งเหยี่ยวป่าคู่นั้นกลับมิได้มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มีเพียงประกายระยับวับวามที่ยากจะหยั่งถึง ร่างสูงใหญ่ของเฟยหรงอ๋องฉู่เซียวเหวินยามนี้ไร้ซึ่งอาภรณ์ชั้นนอก อาภรณ์สีดำสนิทถูกปลดเปลื้องออกเผยให้เห็นแผงอกกว้างที่มีรอยแผลลึกฉกรรจ์จากการลอบสังหารเมื่อค่ำคืนก่อน เลือดสีคล้ำยังคงซึมไหลผ่านผ้าพันแผลชุ่มโชก ส่งกลิ่นอายคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ
หลี่มู่เหยาไม่ตอบคำนางสาวเท้าก้าวเข้ามาอย่างเชื่องช้า แสงจากตะเกียงน้ำมันหอมกฤษณาขับเน้นใบหน้างามล้ำที่เรียบเฉยราวน้ำแข็งสลัก นางปรายตามองบาดแผลฉกรรจ์ที่หัวไหล่ลากยาวจนถึงชายโครงด้วยสายตาของผู้เชี่ยวชาญ—บาดแผลนี้มิใช่รอยกระบี่ธรรมดา หากแต่เคลือบด้วยพิษสลายเส้นเอ็นของสำนักลับตระกูลฉู่ ที่แม้แต่หมอหลวงในวังยังต้องส่ายหน้าถอนหายใจ
"หากหม่อมฉันไม่บุกเข้ามา, เกรงว่าท่านอ๋องผู้เกรียงไกรคงต้องกลายเป็นวิญญาณไร้ญาติเฝ้าจวนไปเสียก่อนรุ่งสางแล้วกระมังคะ"
นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงรอยเย้าหยอกบางเบาอย่างไม่เกรงกลัว อาภรณ์ผ้าแพรปักลายหงส์สีเพลิงสะบัดพลิ้วตามจังหวะการก้าวเดิน ท่าทีสง่างามเย่อหยิ่งดั่งนางพญาทำให้ฉู่เซียวเหวินแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ แม้ความเจ็บปวดจะแล่นริ้วไปทั่วร่างจนเม็ดเหงื่อผุดพรายตามขมับ
"ปากคอเราะร้ายเช่นเคย... เจ้าอยากได้สิ่งใดจากการช่วยชีวิตข้า หืม? หรือว่าอยากให้ข้าเขียนหนังสือหย่าให้ทันทีตามที่เจ้าเคยเอ่ยปากไว้?"
มือเรียวบางดั่งหยกสลักของหลี่มู่เหยาชะงักไปเล็กน้อย นางหยิบตลับเข็มทองฝังมุกและขวดกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาดออกมาจากแขนเสื้ออย่างไม่เร่งรีบ ดวงตากลมโตคู่คมกวาดมองใบหน้าหล่อเหลาที่ซีดเซียวลงถนัดตา ก่อนจะโน้มกายลงช้าๆ จนกลิ่นกายหอมละมุนของดอกเหมันต์โชยปะทะนาสิกของบุรุษผู้กุมอำนาจกองทัพ
"หนังสือหย่านั่นย่อมต้องเป็นของหม่อมฉันแน่, แต่ไม่ใช่ในยามที่ท่านกำลังปางตายเช่นนี้... การเอาชนะบุรุษที่ไร้ทางสู้ มันมิใช่ความภาคภูมิใจของหลี่มู่เหยาค่ะ"
คำพูดนั้นทั้งบาดลึกและเย่อหยิ่ง ทว่ากลับทำให้มุมปากหนาของฉู่เซียวเหวินยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ แววตาที่มองนางมีความลึกล้ำบางอย่างไหวระริก ดั่งมหาสมุทรภายใต้พายุใหญ่ที่ซ่อนความคลั่งไคล้ไว้อย่างมิดชิด
"ดี... เช่นนั้นก็ลองดูซิว่า พระชายาผู้ปราดเปรื่องของข้าจะรักษาคนใกล้ตายคนนี้อย่างไร"
หลี่มู่เหยาไม่เสียเวลาต่อความยาวสาวความยืด นางยื่นมือออกไปปลดปมผ้าพันแผลชุ่มเลือดออกอย่างระมัดระวัง สัมผัสอุ่นร้อนจากปลายนิ้วที่แตะโดนผิวเนื้อทำให้ร่างสูงของฉู่เซียวเหวินเกร็งกระตุกเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว แม้เขาจะผ่านสมรภูมิรบมานักต่อนัก ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลนับไม่ถ้วน ทว่ายามนี้สัมผัสแผ่วเบาของสตรีผู้นี้กลับสร้างความสั่นสะเทือนลึกล้ำยิ่งกว่าคมดาบใดๆ
นางก้มลงเพ่งสมาธิกับการขับพิษ พิษสลายเส้นเอ็นนี้ร้ายกาจนัก หากช้าไปเพียงเค่อเดียว เส้นโลหิตหลักของเขาจะถูกกัดเซาะจนพิการตลอดชีวิต หลี่มู่เหยาหยิบเข็มเงินเล่มยาวขึ้นมา จ้วงแทงลงตามจุดชีพจรสำคัญบนแผ่นอกกว้างอย่างแม่นยำและเด็ดเดี่ยว ทุกการลงเข็มเปี่ยมด้วยทักษะอันล้ำเลิศที่นางสะสมมาจากชาติภพก่อน ผสานกับความรู้ทางการแพทย์แผนโบราณที่นางร่ำเรียนมาอย่างแตกฉาน
"อืม..." ฉู่เซียวเหวินครางต่ำในลำคอด้วยความเจ็บปวด เม็ดเหงื่อกาฬไหลรินลงตามกรอบหน้าคมสัน มือหนาเผลอยกขึ้นกำขอบเตียงแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ทว่าเขากลับกัดฟันอดกลั้น ไม่ยอมเปล่งเสียงร้องระคายหูออกมาแม้แต่ครึ่งคำ สายตาคมดุจเหยี่ยวจดจ้องมองใบหน้างามที่ระคนไปด้วยความตั้งใจและหยาดเหงื่อผุดพรายที่ปลายจมูกของนาง ภาพสตรีผู้เยือกเย็นยอมลดตัวลงมาดูแลเขาในยามวิกาลเช่นนี้ สลักลึกEลงในห้วงคำนึงของเขาอย่างไม่มีวันลบเลือน
"อดทนหน่อยนะคะ... ขั้นตอนนี้คือการขับพิษตกค้างออกจากหัวใจ หากท่านทนไม่ไหวแล้วสบถออกมา ก็ไม่มีใครว่าท่านหรอกค่ะท่านอ๋อง"
เสียงหวานเอ่ยแซόเบาๆ ขณะที่มือยังคงหมุนเข็มเงินด้วยความเร็วสม่ำเสมอ กลิ่นโลหิตเจือจางด้วยกลิ่นหอมของสมุนไพรโชยตลบอบอวลในห้องบรรทม เคมีระหว่างยอดบุรุษผู้เย็นชาและสตรีผู้กุมชะตากรรมเชือดเฉือนกันด้วยความเงียบงัน ทว่ากลับร้อนรุ่มราวกับมีเปลวเพลิงแผดเผาอยู่รอบกาย
ผ่านไปเนิ่นนานเท่าใดไม่มีผู้ใดล่วงรู้ จนกระทั่งหยดเลือดสีดำสนิทหยดสุดท้ายไหลซึมลงสู่ขันทองสำริด หลี่มู่เหยาถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก นางหยิบผ้าแพรสะอาดซับเหงื่อบริเวณหน้าผากให้เขาอย่างหลงลืมตัวชั่วขณะหนึ่ง ก่อนจะชะงักมือเมื่อสบเข้ากับดวงตาคมกริบที่จ้องมองนางเขม็งราวกับจะกลืนกิน
"เจ้า... ทำดีกับข้าถึงเพียงนี้ แน่ใจแล้วหรือว่าจะไม่เสียใจภายหลัง?" ฉู่เซียวเหวินเอ่ยเสียงพร่า มือใหญ่ที่เคยถืออาวุธคร่าชีวิตคนนับพัน เอื้อมขึ้นกุมข้อมือเรียวของนางไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก ความอุ่นร้อนจากฝ่ามือของเขาถ่ายทอดผ่านผิวเนื้อ ส่งกระแสความวาบหวามแปลกประหลาดแล่นพล่านไปทั่วร่างของหลี่มู่เหยา
นางนิ่งงันไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวอย่างผิดจังหวะ ทว่าสีหน้ายังคงรักษาความเยือกเย็นไว้ได้เป็นอย่างดี นางเงยหน้าสบตาเขาตรงๆ
"หม่อมฉันเพียงทำตามหน้าที่ของหมอ... และชำระหนี้บุญคุณที่ท่านเคยช่วยชีวิตไว้ที่ชายแดนก็เท่านั้นค่ะ"
"หน้าที่งั้นหรือ..." ฉู่เซียวเหวินแค่นหัวเราะในลำคอ นัยน์ตาคมกริบฉายแววดุร้ายและดื้อรั้นดั่งพญาหมาป่าที่พบเหยื่ออันโอชะ "ต่อให้เจ้าจะใช้คำว่าหน้าที่หรือบุญคุณมาอ้าง แต่จำไว้หลี่มู่เหยา... เมื่อเจ้าก้าวเข้ามาช่วยชีวิตฉู่เซียวเหวินผู้นี้แล้ว ชะตาชีวิตของเจ้าจะไม่มีวันหลุดพ้นจากเงื้อมมือของข้าได้อีกตลอดกาล!"
บรรยากาศในห้องบรรทมตึงเครียดขึ้นมาทันตาเห็น แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาราวกับคลื่นใต้น้ำ หลี่มู่เหยาเตรียมจะเอ่ยปากตอกกลับด้วยวาจาเชือดเฉือน ทว่า...
*ตึง!*
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและเสียงเคาะประตูด้านนอกจวนดังขึ้นกะทันหัน ตามด้วยเสียงรายงานด้วยความตื่นตระหนกของพ่อบ้านหลี่ที่หน้าเรือน
"เรียนท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! ราชองครักษ์หลวงจากตำหนักบูรพา... นำโดยองค์รัชทายาทฉู่จื่อจวิน นำกำลังกองกำลังทหารหลวงบุกเข้ามาล้อมจวนอ๋องไว้หมดแล้วพ่ะย่ะค่ะ! อ้างว่ามีราชโองการด่วนจากฮ่องเต้ให้มาตรวจค้นจวนเพื่อหาหลักฐานการกบฏ!"
สีหน้าของฉู่เซียวเหวินเปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือกในพริบตา แววตาดุร้ายฉายประกายสังหารที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิม เขากวาดสายตากลับมามองสตรีตรงหน้า ซึ่งเวลานี้ประกายตาคู่คมของนางกลับมิได้มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงรอยยิ้มเย็นเยียบที่ผุดขึ้นที่มุมปากอย่างท้าทาย
—ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเล่ห์กลอันเชือดเฉือนนี้ด้วยกันนะคะ — เงียบแต่ฟาดเรียบ
หย่าให้จบเถิดท่านอ๋อง ข้าจะครองเมืองให้ดู•ตอนที่ 26
แสงสว่างท่ามกลางความมืด
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้จบเถิดท่านอ๋อง ข้าจะครองเมืองให้ดู นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!