เสียงกระเบื้องเคลือบสีครามกระทบโต๊ะไม้จันทน์หอมดัง *'กริ๊ง'* เบาๆ ทว่ากลับบาดลึกดั่งเสียงสายธนูที่ถูกดึงจนตึงเปรี๊ยะในโถงประชุมลับของจวนราชครู
“ใต้ฝ่าบาททรงมีพระประสงค์เช่นนั้นจริงหรือ ท่านเสนาบดีซ่ง”
หลี่มู่เหยาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของนางราบเรียบดั่งผิวน้ำในบึงใหญ่ไร้ระลอกคลื่น ทว่าแววตาคู่คมกริบภายใต้แพขนตางอนงามกลับซ่อนประกายคมปลาบดั่งกระบี่ที่เพิ่งชักออกจากฝัก นางอยู่ในชุดคลุมผ้าไหมปักลายหงส์บินสีชาดเข้ม ทับด้วยเสื้อคลุมขนจิ้งจอกขาวบริสุทธิ์ ขับให้ใบหน้ารูปไข่ขาวผ่องดั่งหยกอุ่นดูเย่อหยิ่งและทรงอำนาจจนเหล่าขุนนางเฒ่าในห้องโถงไม่กล้าสบตาตรงๆ
เสนาบดีซ่งผู้ชราภาพถึงกับเหงื่อกาฬแตกพลั่ก แม้เขาจะเป็นขุนนางผู้ใหญ่ผู้กุมเสียงสนับสนุนครึ่งหนึ่งในราชสำนัก แต่ยามนี้กลับรู้สึกราวกับตนเองเป็นเพียงปลาบนเขียง ที่มีสตรีตรงหน้าถือมีดแล่เนื้อเตรียมเชือดเฉือนตามอำเภอใจ
“เรียน… เรียนฮูหยินหลี่ พระราชโองการลับฉบับนั้นองค์รัชทายาททรงร่างขึ้นด้วยพระองค์เอง เพื่อหวังจะใช้เสียงสนับสนุนจากกลุ่มขุนนางฝ่ายใต้กดดันกรมการคลัง ทว่า…” ซ่งเฉิงหยูละล่ำละลักตอบ มือเหี่ยวย่นสั่นเทาจนต้องยกถ้วยชาขึ้นจิบกลบเกลื่อนความหวาดกลัว “ทว่าหากท่านไม่เห็นชอบ… พวกเราย่อมมีหนทางอื่น”
“หนทางอื่นกระนั้นหรือ?” มุมปากของมู่เหยาแย้มขึ้นเป็นรอยยิ้มเยียบเย็น รอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้มแต่กลับทำให้ผู้พบเห็นสันหลังวาบ “ท่านเสนาบดีซ่ง ท่านคงลืมไปแล้วกระมังว่าสภาขุนนางแห่งนี้ ใครกันแน่ที่เป็นผู้กุม ‘เบี้ย’ ทุกตัวบนกระดาน”
นางกวาดสายตาคมปลาบมองขุนนางนับสิบชีวิตที่นั่งคุกเข่าเรียงรายอยู่เบื้องล่าง แต่ละคนล้วนเป็นเสาหลักของราชสำนักแคว้นฉู่ ผู้มีอำนาจและอิทธิพลค้ำฟ้า แต่วันนี้ ทุกคนกลับต้องก้มหัวสยบแทบเท้าสตรีที่ชาติก่อนเคยถูกตราหน้าว่าเป็นเพียงดอกไม้ประดับจวนอ๋อง
กลิ่นอายความกดดันแผ่ซ่านไปทั่วห้องโถง กลิ่นกำยานราคาแพงลอยวนเวียนผสมผสานกับเหงื่ออันเกิดจากความตึงเครียด ไม่มีใครกล้าหายใจแรง แม้แต่เสียงลมพัดผ่านหน้าต่างกระดาษสาด้านนอกยังฟังดูคล้ายเสียงคำรามของพายุใหญ่
ในขณะที่เกมการเมืองกำลังดำเนินไปถึงจุดพลิกผัน ประตูไม้แกะสลักบานใหญ่ด้านนอกก็ถูกผลักออกอย่างไร้ซุ่มเสียง ร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะทมิฬประดับลวดลายมังกรทองปรากฏขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศที่เย็นเยียบดุจน้ำแข็ง
เฟยหรงอ๋อง—ฉู่เซียวเหวิน ก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าหนักแน่นมั่นคง รัศมีอำนาจกดดันแผ่ขยายออกไปจนขุนนางหลายคนถึงกับตัวสั่นสะท้าน ดวงเนตรคมกริบคู่นั้นมิได้มองผู้ใดในห้องโถงเลยแม้แต่น้อย ทอดพระเนตรตรงมายังร่างระหงของภรรยาเอกผู้กำลังนั่งบัญชาการเหล่าขุนนางด้วยความรู้สึกที่ยากจะหยั่งถึง
ความโหดเหี้ยมดุร้ายของแม่ทัพผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชน ยามนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นความลุ่มหลงลึกซึ้งที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย
“ดูท่า… ชายคาจวนหลังนี้จะมีเรื่องสนุกสนานให้ข้าชมสินะ ฮูหยินของข้า” สุเฟยหรงอ๋องเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลังดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถง
มู่เหยาชะงักมือที่กำลังหมุนแหวนหยกบนนิ้วเรียว นางเงยหน้าขึ้นสบตากับบุรุษผู้กุมอำนาจกองทัพทั้งแคว้น ดวงตาคู่งามฉายแววระแวดระวังชั่วขณะ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความท้าทายระคนลึกล้ำ นางมิได้หวาดกลัวอำนาจของเขาแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน ทั้งสองกลับยืนอยู่บนจุดสูงสุดของเกมอำนาจ ที่หากก้าวพลาดเพียงนิดเดียว ชีวิตและบัลลังก์อาจมลายสิ้น
“ท่านอ๋องเสด็จมาเร็วกว่าที่หม่อมฉันคาดการณ์ไว้ถึงหนึ่งเค่อเพคะ” มู่เหยาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความยำเกรงใดๆ สมฐานะยอดกุนซือผู้กุมชะตากำหนดเมืองหลวง
“ถ้าข้ามาช้ากว่านี้ เกรงว่าราชสำนักครึ่งหนึ่งคงตกอยู่ในกำมือของเจ้าจนหมดสิ้นแล้วกระมัง” ฉู่เซียวเหวินก้าวเข้าไปใกล้ร่างบาง กลิ่นอายบุรุษเพศและกลิ่นอายเลือดสนามรบจางๆ ลอยเข้าแตะนาสิก มู่เหยาไม่ถอยหลังหนีแม้แต่น้อย นางเพียงเงยหน้าขึ้นรับรัศมีอันคุกคามนั้นด้วยรอยยิ้มบางเบาที่เปี่ยมด้วยสติปัญญา
ในขณะที่บรรยากาศกำลังระอุด้วยเคมีอันเชือดเฉือนและเร่าร้อนระหว่างยอดบุรุษและสตรีผู้ปราดเปรื่อง ขุนนางทั้งหลายต่างก้มหน้าหมอบกราบด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
ทว่า ทันใดนั้นเอง ขันทีเฒ่าผู้สนิทของฮ่องเต้ก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาด้วยใบซีดเผือด ถาดไม้สีแดงในมือสั่นเทพบadจนจอกสุราชlกือบจะร่วงหล่น
“ฮูหยิน… ท่านอ๋อง… เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!” ขันทีเฒ่าคุกเข่าลงแทบพื้น เสียงสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ “องค์รัชทายาท… องค์รัชทายาททรงส่งราชโองการด่วนที่สุดมายังสภาขุนนาง ทรงมีรับสั่งให้… ให้ประหารชีวิตขุนนางผู้สมคบคิดกับกบฏทั้งหมดภายในคืนนี้!”
สิ้นเสียงนั้น ความเงียบงันดั่งป่าช้าก็เข้าปกคลุมทั่วห้องโถงทันที
มู่เหยาหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มบนมุมปากจางหายไปในพริบตา นางเหลือบมองไปยังถาดไม้สีแดงบนพื้น ที่ซึ่งมีม้วนพระราชโองการประทับตราหยกทองคำแท้ กลิ่นอายของความตายและแผนลวงอันแยบยลคืบคลานเข้ามาประชิดตัวในยามวิกาลอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเล่ห์กลอันเชือดเฉือนนี้ด้วยกันนะคะ — เงียบแต่ฟาดเรียบ
หย่าให้จบเถิดท่านอ๋อง ข้าจะครองเมืองให้ดู•ตอนที่ 25
เกมกระดานเมืองหลวง
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้จบเถิดท่านอ๋อง ข้าจะครองเมืองให้ดู นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!