กลิ่นอายจางๆ ของสนิมเหล็กและคราบเลือดที่ยังไม่แห้งสนิทบนพื้นหินอ่อนศิลาขาว ลอยอบอวลปะปนกับกลิ่นหอมเย็นของกำยานอี้ว์เฉินในห้องทรงอักษรส่วนตัว ความเงียบงันที่ปกคลุมอยู่ ณ ที่นี้ไม่ได้แปลว่าความสงบ หากแต่เป็นความกดดันระดับที่สามารถบดขยี้กระดูกของคนผู้หนึ่งให้แหลกละเอียดได้โดยไม่ต้องลงมือ
หลี่มู่เหยาสวมอาภรณ์ปักลายหงส์บินสีมรกตเข้ม ทับด้วยเสื้อคลุมขนจิ้งจอกหิมะสีขาวบริสุทธิ์ ขับเน้นผิวพรรณผุดผ่องดั่งหยกอุ่น นางมิได้แสดงอาการหวาดกลัวแม้แต่น้อย แม้ว่าเบื้องหน้าของนางในยามนี้ จะมีร่างไร้วิญญาณของมือสังหารเงาหลวงนับสิบชีวิตนอนเกลื่อนกลาด ราวกับเศษซากใบไม้แห้งที่ถูกกวาดทิ้ง
“แผนการเดินหมากขององค์รัชทายาทช่างตื้นเขินเสียจนน่าเวทนา” น้ำเสียงหวานใสแต่เย็นเยียบดั่งน้ำค้างแข็งในเหมันตฤดูเอ่ยขึ้น นางกวาดสายตาคมปลาบมองซากศพเหล่านั้นด้วยความเรียบเฉย ปลายนิ้วเรียวสวยกำลังบรรจงหมุนถ้วยกระเบื้องเคลือบสีไข่ไก่ในมืออย่างใจเย็น
“เขารนหาที่ตายเอง”
สุ้มเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์หนุ่มจากแดนเถื่อนดังขึ้นเหนือศีรษะ ฉู่เซียวเหวิน หรือเฟยหรงอ๋อง ประทับยืนอยู่เบื้องหลังนาง ร่างสูงใหญ่ในชุดฉลององค์สีดำสนิทปักลายมังกรห้ากรงเล็บด้วยด้ายทองคำขับเน้นรัศมีแห่งผู้กุมอำนาจคุมกำลังพลสามแสนนายให้ดูน่าเกรงขามจนแทบหยุดหายใจ พระเนตรคมกริบดั่งเหยี่ยวทะเลทรายทอดมองสตรีในดวงใจด้วยความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความดุร้ายเลือดเย็น
ในเงื้อมมือแกร่งของเขา ดาบยาวโบราณที่ยังมีหยดโลหิตสีแดงฉานไหลหยดติ๋งลงสู่พื้นหิน กำลังส่งกลิ่นคาวคลุ้ง หยดเลือดเหล่านั้นหาใช่ของอื่นใด—แต่มันคือโลหิตของผู้ที่บังอาจส่งสายตาโลภ ริมฝีปาก และคมดาบเข้ามาใกล้สตรีของเขาเกินระยะที่สมควร
“แต่หม่อมฉันยังไม่ทันได้สอบปากคำพวกมันให้กระจ่าง เพลิงโทสะของท่านอ๋องก็พลันแผดเผาพวกมันจนไม่เหลือชิ้นดีเสียแล้วเพคะ” หลี่มู่เหยาปรายหางตาขึ้นมองบุรุษผู้ยืนค้ำหัว นางแย้มยิ้มบางเบาที่มุมปาก ทว่าดวงตากลับพราวระยับด้วยประกายแห่งความรู้ทัน
ฉู่เซียวเหวินแค่นเสียงหึในลำคอ ร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดจนไออุ่นจากกายกำยำแผ่ซ่านเข้ามาหานาง มือหนาที่เปื้อนคราบโลหิตยื่นออกไป—มิใช่เพื่อสัมผัสดาบหรืออาวุธ แต่กลับเป็นปลายนิ้วหยาบกร้านที่เอื้อมมาปัดปอยผมสีดำขลับที่คลอเคลียอยู่ข้างแก้มเนียนนุ่มของนางอย่างทะนุถนอมราวกับนางเป็นแก้วตาดวงใจที่พร้อมจะแหลกสลายได้ทุกเมื่อ
“คนพวกนั้นสมควรตายอย่างไร้ที่กลบฝัง” น้ำเสียงของเขาแหบพร่า ทว่าเต็มไปด้วยความเด็ดขาดอำมหิต “ผู้ใดก็ตามที่บังอาจอาจหาญคิดจะพรากเจ้าไปจากอกของเปิ่นหวาง ผู้นั้นไม่สมควรแม้แต่จะได้รับสิทธิ์ให้ลมหายใจผ่านหลอดลมเป็นครั้งที่สอง”
คำกล่าวนั้นมิใช่คำขู่ขวัญเล่นๆ ทว่ามันคือประกาศิตแห่งเลือดที่ประกาศกร้าวต่อหน้าซากศพอันน่าเวทนา หลี่มู่เหยาชะงักไปเล็กน้อย หัวใจดวงน้อยที่เคยด้านชาและแข็งกระด้างจากการถูกหักหลังในชาติก่อน กลับไหววูบอย่างรุนแรงภายใต้การปกป้องที่ดิบเถื่อนและล้นเกินเช่นนี้
นางรู้ดีว่าฉู่เซียวเหวินผู้นี้โหดเหี้ยมเพียงใด ผู้คนต่างขนานนามเขาว่า ‘ท่านอ๋องมารโลหิต’ ทว่าสำหรับนางแล้ว ความโหดเหี้ยมนี้กลับกลายเป็นกำแพงเหล็กที่มั่นคงที่สุดในใต้หล้า ที่ต่อให้กองทัพนับแสนก็มิอาจพังทลายเข้ามาทำร้ายนางได้
“ท่านอ๋องทรงอำมหิตถึงเพียงนี้ เกรงว่าในวังหลวงคงกำลังอกสั่นขวัญแขวนกันทั่วหน้าแล้วกระมังเพคะ” นางเอ่ยเย้าด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
“ให้พวกมันอกสั่นขวัญแขวนเสียบ้าง เผื่อว่าสมองอันน้อยนิดของพวกมันจะคิดได้ว่า สิ่งใดควรแตะต้อง และสิ่งใด… ที่ต่อให้เอาชีวิตเข้าแลกก็มิควรแม้แต่จะชายตามอง” ฉู่เซียวเหวินโน้มใบหน้าลงมาใกล้ จนลมหายใจอุ่นร้อนปะปนกับกลิ่นอายสงครามรบรา แววตาที่ทอดมองนางนั้นลึกล้ำราวกับห้วงมหาสมุทรที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่ง
บรรยากาศภายในห้องทรงอักษรเปลี่ยนจากความตึงเครียดของกลิ่นอายความตาย กลายเป็นความเร่าร้อนและลึกซึ้งที่อบอวลไปด้วยแรงปรารถนาอันมั่นคงดั่งหินผา ท่ามกลางพายุแห่งการแย่งชิงบัลลังก์ที่กำลังโหมกระหน่ำอยู่ภายนอก
ทว่า ในวินาทีที่ความเงียบอันหวานล้ำกำลังจะครอบ
เสียงฝีเท้าเร่งรีบดังก้องมาจากนอกประมุกข์ ตามด้วยเสียงเคาะประตูรัวเร็วและน้ำเสียงตื่นตระหนกขององครักษ์เงาที่ดังแทรกเข้ามา
“ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!”
ฉู่เซียวเหวินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจอย่างยิ่ง ดวงเนตรดุร้ายดั่งพยัคฆ์หันขวับไปมองที่บานประตูทันที
“มีอันใด ว่ามา!”
“ราชโองการลับจากฮ่องเต้… ถูกส่งตรงมาถึงตำหนักแล้วพ่ะย่ะค่ะ และ… และผู้ที่ถือราชโองการมาในยามวิกาลนี้ คือขันทีคนสนิทของไทเฮา พร้อมกับกองกำลังราชองครักษ์เสื้อแพรที่ปิดล้อมรอบตำหนักไว้หมดแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”
หลี่มู่เหยาหรี่ตาลงทันที รอยยิ้มบนมุมปากเลือนหายไป ถูกแทนที่ด้วยแววตาคมกริบดั่งคมกระบี่
— ขันทีคนสนิทของไทเฮาในยามวิกาล พร้อมราชโองการลับ? หมากตานี้ของฝ่ายตรงข้าม ช่างเดินมาได้ถูกจังหวะและน่าสนใจยิ่งนัก…
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเล่ห์กลอันเชือดเฉือนนี้ด้วยกันนะคะ — เงียบแต่ฟาดเรียบ
หย่าให้จบเถิดท่านอ๋อง ข้าจะครองเมืองให้ดู•ตอนที่ 24
การปกป้องที่ไร้คำบรรยาย
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้จบเถิดท่านอ๋อง ข้าจะครองเมืองให้ดู นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!