"ถ้าคุณยังเดินวนเวียนอยู่แถวโต๊ะทำงานของฉันอีกก้าวเดียว ฉันจะถือว่าคุณมีเจตนามากกว่าการเป็นแค่บอดี้การ์ด"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือกระแสความเยียบเย็นดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องทำงานส่วนตัว คีรินไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ แต่วิถีชีวิตที่ถูกหล่อหลอมด้วยการชิงดีชิงเด่นในตระกูลใหญ่ สอนให้เขารับรู้ถึงความผิดปกติรอบตัวได้ดีพอกับการหายใจ รวิชญ์หยุดฝีเท้าลงทันที ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มยืนพิงกรอบหน้าต่าง ใบหน้าคมคายฉาบไว้ด้วยรอยยิ้มมุมปากที่อ่านยาก ดวงตาคมกริบกวาดมองเอกสารกองโตบนโต๊ะก่อนจะเลื่อนกลับมาสบกับเจ้าของห้อง
"คุณระแวงเกินไปแล้วครับ... คุณหนูคีริน" รวิชญ์จงใจเน้นเสียงคำว่าคุณหนูด้วยน้ำพักน้ำแรงที่กวนประสาทเป็นเลิศ "ผมแค่ตรวจความปลอดภัยตามหน้าที่ ไม่ได้คิดจะแอบดูว่าคุณซ่อนสมุดบัญชีลับของตระกูลไว้ใต้ลิ้นชักชั้นไหนหรอก"
คีรินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาสีเข้มหรี่ลงอย่างจับผิด เขากดปิดหน้าจอโปรแกรมฐานข้อมูลการเงินก่อนจะดันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความต่างของส่วนสูงไม่ได้ทำให้คีรินรู้สึกด้อยกว่าเลยแม้แต่น้อย เขาก้าวเข้าไปหารวิชญ์ทีละก้าวอย่างเชื่องช้า จนกระทั่งระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงแค่คืบเดียว กลิ่นกายสะอาดเจือจางด้วยกลิ่นบุหรี่จางๆ และความเยียบเย็นแบบผู้ชายอันตรายลอยวนอยู่รอบตัวบอดี้การ์ดหนุ่ม
"หน้าที่เหรอ?" คีรินทวนคำ น้ำเสียงกระซิบแผ่วเบาแต่เฉียบคมราวกับใบมีดโกนที่ซ่อนอยู่ในกำมะหยี่ "หน้าที่ของนายคือคุ้มกันฉัน ไม่ใช่การเดินสำรวจห้องทำงานของฉันตอนตีสองครึ่ง... และที่สำคัญที่สุด นายรู้รหัสผ่านเปิดตู้เซฟนิรภัยนั่นได้อย่างไร รวิชญ์"
บรรยากาศในห้องดิ่งลึกลงไปในทันที รอยยิ้มกวนประสาทบนใบหน้าของรวิชญ์จางหายไปอย่างรวดเร็ว เหลือเพียงแววตาสนเท่ห์ที่ไหวระริกครู่หนึ่งก่อนจะกลับมาเรียบนิ่ง คีรินสังเกตเห็นการกระตุกเพียงเล็กน้อยที่มุมปากของอีกฝ่าย มันเป็นปฏิกิริยาตอบสนองของคนที่ถูกจับไต๋ได้ แม้จะพยายามเก็บอาการแค่ไหนก็ตาม
"ผมเป็นบอดี้การ์ดมืออาชีพ การแกะรหัสผ่านตู้เซฟที่มีความปลอดภัยระดับอนุบาลแบบนั้น ไม่เห็นจะเป็นเรื่องยากตรงไหน" รวิชญ์ตอบเสียงเรียบ แต่ดวงตากลับพดประกายคมปลาบ จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของคนตัวเล็กกว่าอย่างไม่เกรงกลัว "หรือว่าคุณกลัว... กลัวว่าผมจะเจอหลักฐานบางอย่างที่คุณพยายามซ่อนไว้จากอาของคุณ"
อัครพล... ชื่อนี้ถูกตวัดขึ้นมากลางอากาศราวกับใบมีดที่พร้อมจะเชือดเฉือนความสัมพันธ์เปราะบางของทั้งคู่ คีรินชะงักไปนิด หัวใจกระตุกวูบด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งโกรธ หวาดระแวง และผิดหวังอย่างประหลาด เขาไม่เคยไว้วางใจใคร แต่วินาทีที่รวิชญ์เอ่ยถึงอาของเขาขึ้นมา ความสงสัยที่ว่า *'ใครคือหนอนกระบอกไม้ไผ่ในบ้านหลังนี้กันแน่'* ก็พุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด
"ถอยไป" คีรินออกคำสั่งเสียงแข็ง พยายามผลักแผงอกกว้างของอีกฝ่ายให้ออกห่าง แต่รวิชญ์กลับยืนนิ่งราวกับภูเขาหิน ท่อนแขนแข็งแรงยกขึ้นกั้นกรอบประตูไว้โดยอัตโนมัติ ขังคีรินให้อยู่ในวงแขนของเขาอย่างจงใจ
"เรายังคุยกันไม่จบ คีริน" รวิชญ์เรียกชื่อเขาห้วนๆ โดยไร้ซึ่งคำนำหน้าใดๆ น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นจริงจังจนน่ากลัว "คุณกำลังสงสัยผม... และในขณะเดียวกัน ผมก็กำลังสงสัยคุณเหมือนกัน ว่าทำไมเอกสารลับเกี่ยวกับการโอนถ่ายหุ้นของบริษัท ถึงไปโผล่อยู่ในมือของอัครพลได้ ทั้งๆที่คุณเป็นคนเดียวที่มีสิทธิ์เข้าถึงระบบนั้น"
ดวงตากลมโตของคีรินเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ ข้อมูลการโอนหุ้นล็อตนั้นเป็นความลับสุดยอด มีเพียงเขากับเลขาคนสนิทเท่านั้นที่รู้ แล้วรวิชญ์รู้เรื่องนี้ได้อย่างไร? บอดี้การ์ดคนนี้สืบเรื่องของเขาเบื้องหลังลับหลังมานานแค่ไหนแล้วกันแน่?
"นายหมายความว่า..."
"ผมหมายความว่า ในบ้านหลังนี้... ไม่มีใครบริสุทธิ์สักคน" รวิชญ์โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับผิวแก้มของคีรินจนขนลุกซู่ ความดิบเถื่อนที่ถูกเก็บกักไว้ภายใต้มาดนิ่งเริ่มปะทุออกมาทางแววตาที่ร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ "รวมถึงคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าผมตอนนี้ด้วย"
คีรินเม้มริมฝีปากแน่น ความโกรธผสมปนเปไปกับความเย้ายวนอันตรายที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวรวิชญ์ ทำให้หัวใจของเขาเต้นรัวอย่างควบคุมไม่ได้ มือเรียวยกขึ้นหมายจะผลักอกอีกฝ่ายให้พ้นทาง แต่กลับถูกมือหนาคว้าข้อมือเอาไว้ได้เสียก่อน รวิชญ์รวบข้อมือทั้งสองข้างของเขาตรึงไว้เหนือหัวด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย แรงปะทะที่เกิดขึ้นไม่ได้สร้างความเจ็บปวด แต่กลับสร้างความสั่นไหวแปลกประหลาดในช่องท้อง
"ปล่อยนะ รวิชญ์!" คีรินคำรามลอดไรฟัน ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงจัดด้วยความเคืองโกรธ
"ถ้าผมปล่อย คุณก็จะวิ่งไปหยิบปืนในลิ้นชักมาจ่อหัวผมอีก..." รวิชญ์กระซิบชิดริมหู น้ำเสียงแหบพร่าและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดที่ปฏิเสธไม่ได้ "เรามาตกลงกันก่อนดีกว่า ว่าเราจะร่วมมือกันหาตัวสายลับตัวจริงในบ้านหลังนี้ หรือจะมัวแต่ระแวงกันเองจนปล่อยให้คนของอัครพลฮุบทุกอย่างไปหมด"
ข้อเสนอที่สมเหตุสมผลแต่มาพร้อมกับท่าทีคุกคามทำให้คีรินต้องขบกรามแน่น สมองอันชาญฉลาดประมวลผลอย่างรวดเร็ว เขารู้ดีว่าลำพังตัวเขาเองคนเดียวในตอนนี้ แทบไม่มีทางรับมือกับแผนการชั่วร้ายของอัครพลได้เลย การมีรวิชญ์อยู่ข้างกาย—ต่อให้จะอันตรายและไว้ใจได้ยากแค่ไหน—ก็ยังดีกว่าการเดินเข้าสู่หลุมพรางคนเดียวโดยไร้เกราะป้องกัน
"พิสูจน์ให้ฉันเห็นสิ..." คีรินเงยหน้าขึ้นสบตา ท้าทายด้วยรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก "ถ้านายไม่ได้เป็นคนของอัครพลจริง อย่างแรกที่นายต้องทำคือเลิกทำตัวลับๆล่อๆ แล้วช่วยฉันเปิดแฟ้มเอกสารที่นายเพิ่งขโมยมาจากห้องทำงานส่วนตัวของอาฉันซะ"
รวิชญ์ชะงักไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอีกครั้ง แต่นัยน์ตากลับฉายแววพึงพอใจอย่างปิดไม่มิด "คุณนี่มันดื้อด้านเป็นบ้าเลยนะ คีริน... แต่ตกลง ตามนั้น"
นิ้วแกร่งค่อยๆ คลายแรงพันธนาการที่ข้อมือ แต่ก่อนที่คีรินจะได้ถอยหนี รวิชญ์กลับพลิกตัวเขาให้แผ่นหลังแนบชิดกับบานประตูห้อง พร้อมกับเอื้อมมือหยิบแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลหนาเตอะที่ซ่อนไว้หลังผ้าม่านออกมาวางบนโต๊ะทำงาน แฟ้มที่ระบุชื่อรหัสลับของโครงการที่ตระกูลกำลังแย่งชิงกันอยู่
คีรินก้มมองแฟ้มเอกสารนั้นด้วยความระแวดระวัง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นเพื่อถามบางอย่าง แต่คำพูดทั้งหมดกลับกลืนหายไปในลำคอ เมื่อจู่ๆ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นที่หน้าห้อง... พร้อมกับเสียงเคาะประตูสามครั้งที่ดังสนั่น ท่ามกลางความวิเวกยามวิกาล
*ก๊อก ก๊อก ก๊อก*
"คุณคีรินครับ... ผมเองครับ เอกภพ... พอดีผมมีเอกสารด่วนจากคุณอัครพลมาส่งให้ท่านตรวจสอบตอนนี้เลยครับ"
ร่างของบอดี้การ์ดหนุ่มรุ่นพี่ผู้ดูแลความปลอดภัยประจำตระกูลยืนอยู่หลังบานประตู พร้อมกับรอยยิ้มที่ไม่มีใครมองเห็น... รอยยิ้มที่ซ่อนความลับดำมืดเอาไว้เกินกว่าที่ใครจะคาดคิด
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตาม แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
พันธะอันตรายภายใต้รอยจูบของบอดี้การ์ดปากร้าย•ตอนที่ 6
ความลับในแฟ้มเอกสาร
ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะอันตรายภายใต้รอยจูบของบอดี้การ์ดปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!