พันธะอันตรายภายใต้รอยจูบของบอดี้การ์ดปากร้าย•ตอนที่ 5

อย่าสั่งผม

ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
เสียงกระแทกของแฟ้มเอกสารหนาปึกบนโต๊ะทำงานราคาแพงดังสนั่น ทว่ามันยังเบากว่าเสียงหัวใจของคนที่กำลังท้าทายอำนาจมืดในห้องกระจกนิรภัยชั้นบนสุดของตึกระฟ้าแห่งนี้เสียอีก "คุณไม่มีสิทธิ์มาสั่งผม รวิชญ์" คีรินเชิดใบหน้าขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาสีสนิมคู่นั้นพราวระยับด้วยความท้าทาย เขาจงใจก้าวเข้าไปประชิดร่างสูงใหญ่ที่ยืนกอดอกนิ่งสนิท ท่าทางของบอดี้การ์ดหนุ่มอดีตหน่วยรบพิเศษไม่ได้สะทกสะท้านต่อสายตาคมกริบนั้นเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันกลับนิ่งสงบราวกับผิวน้ำลึกที่พร้อมจะดูดกลืนทุกสิ่งที่ตกลงไปให้จมดิ่งอย่างไร้ร่องรอย รวิชญ์ไม่ขยับหนี เขากลับเป็นฝ่ายก้าวสวนเข้ามาหนึ่งก้าว ร่างกายกำยำที่ภายใต้เสื้อสูทเนื้อดีเต็มไปด้วยมัดกล้ามและสัญชาตญาณนักล่าแผ่ไอความกดดันออกมาจนอากาศรอบตัวแทบจะหลอมละลาย กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และความเยียบเย็นที่เป็นเอกลักษณ์ของชายหนุ่มโชยปะทะนาสิกของคีรินจนต้องผะแผ่วลมหายใจ "ปากเก่งขึ้นเยอะนี่ครับ คุณชาย" เสียงทุ้มต่ำร,อดไรฟันออกมาอย่างเย้ยหยัน นิ้วเรียวหนาของรวิชญ์เอื้อมขึ้นปัดปอยผมสีเข้มที่หลุดล่วงลงมาปรกหน้าผากของคนตรงหน้าออกอย่างถือวิสาสะ สัมผัสนั้นแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยการคุกคาม "คิดว่าถือหุ้นใหญ่ครึ่งหนึ่งในมือแล้วจะทำอะไรก็ได้งั้นเหรอ? บนโลกใบนี้... มีกฎบางข้อที่คุณยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันเขียนไว้ยังไง" "ผมรู้แค่ว่า คนของผม... ไม่จำเป็นต้องมาทำตัวเป็นเจ้านายผมอีกทอดหนึ่ง" คีรินปัดมือหยาบกร้านนั้นออกอย่างไร้เยื่อใย ดวงตาสวยคมวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ "ถอยไป ผมจะไปประชุม" "ยังไม่ได้เคลียร์เรื่องเมื่อคืน" รวิชญ์ไม่ยอมขยับ เขากลับใช้มือข้างหนึ่งยันขอบโต๊ะทำงานไว้ กักขังร่างเพรียวบางของคีรินไว้ระหว่างอ้อมแขนอย่างเบ็ดเสร็จ ดิบเถื่อน และทรงพลัง แรงกดดันจากแผ่นอกกว้างที่แนบชิดเข้ามาทำให้คีรินต้องเอนตัวหนีโดยสัญชาตญาณ แต่ทว่าแผ่นหลังกลับชนเข้ากับความแข็งกระด้างของขอบโต๊ะเต็มแรง "เรื่องอะไร? ผมจำไม่ได้" คีรินเสตามองไปทางอื่น จงใจหลบสายตาดุร้ายที่จ้องมองมาเหมือนจะทะลุทะลวงเข้าไปถึงความคิดในหัว "เรื่องที่อาของคุณส่งคนมาต้อนคุณมุมอับที่ลานจอดรถ... แล้วคุณก็ดื้อรั้นอยากจะลุยเดี่ยว" รวิชญ์โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่ข้างแก้มใส "คุณคิดว่าตัวเองฉลาดนักใช่ไหมคีริน? เก่งกาจจนไม่ต้องพึ่งใคร? ถ้าคืนนั้นผมไปช้ากว่านั้นอีกสามนาที ป่านนี้คุณคงนอนหายใจรวยรินอยู่ใต้รองเท้าของอัครพลไปแล้ว!" น้ำเสียงที่กดต่ำลงในประโยคหลังเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดที่ถูกกักเก็บไว้ มันไม่ใช่แค่การตำหนิ แต่มันคือความเดือดดาลจากสัญชาตญาณการปกป้องที่มากเกินขอบเขตของบอดี้การ์ดทั่วไป คีรินชะงักไปเล็กน้อย หัวใจกระตุกวูบอย่างไม่ทันตั้งตัวเมื่อเห็นประกายความหวาดกลัวที่ฉายชัดอยู่ก้นบึ้งนัยน์ตาคมกริบคู่นั้น เพียงเสี้ยววินาทีเดียวเท่านั้น... ก่อนที่มันจะถูกแทนที่ด้วยความเยียบเย็นตามเดิม "ปล่อยผม" คีรินพยายามดึงเสียงให้ราบเรียบที่สุด แม้ว่าแผ่นหลังจะเริ่มชื้นเหงื่อจากความใกล้ชิดที่อันตรายถึงชีวิตนี้ "นั่นมันเรื่องส่วนตัวของตระกูลผม คุณเป็นแค่... ลูกจ้าง" "ลูกจ้างเหรอ?" รวิชญ์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและน่ากลัวจนคีรินต้องขนลุกซู่ "งั้นผมจะแสดงให้คุณดูว่า... ลูกจ้างประเภทไหนที่กล้าพอจะสั่งสอนเจ้านายอวดดีอย่างคุณ" สิ้นคำพูด รวิชญ์ก็ไม่เปิดโอกาสให้คนตรงหน้าได้เอ่ยคำปฏิเสธ มือหนาคว้าข้อมือบางทั้งสองข้างรวบขึ้นเหนือศีรษะด้วยมือเดียวอย่างง่ายดายราวกับคีรินเป็นเพียงตุ๊กตากระดาษ แรงบีบที่ข้อมือนั้นหนักหน่วงแต่ไม่ถึงกับเจ็บ ทว่ามันเด็ดขาดจนดิ้นไม่หลุด คีรินเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อแผ่นกายถูกรวบเข้ามาแนบชิดอย่างไร้ช่องว่าง ความดิบเถื่อนและพละกำลังที่เหนือกว่าทำให้เขาตระหนักได้ทันทีว่าการเล่นกับเสือตัวนี้มันอันตรายเกินไป "คุณจะทำบ้าอะไร... อื้อ!" คำพูดทั้งหมดถูกกลืนหายไปเมื่อริมฝีปากร้อนจัดทาบทับลงมาอย่างไร้ความปรานี รวิชญ์ไม่ได้อ่อนโยนและไม่ได้ทะนุถนอม รสจูบในครั้งนี้ดุดัน ป่าเถื่อน และเต็มไปด้วยความอัดอั้นตันใจที่สะสมมาตลอดหลายวันที่ต้องคอยตามเช็ดตามล้างปัญหาให้คนดื้อรั้น คีรินพยายามเบือนหน้าหนีและเม้มริมฝีปากแน่น แต่มีหรือที่คนเจนจัดในเกมต่อสู้จะยอมแพ้ มืออีกข้างของบอดี้การ์ดหนุ่มเลื่อนขึ้นมาบีบกรามมนให้เผยอออกอย่างจำยอม ก่อนจะสอดแทรกลิ้นร้อนเข้าไปตักตวงความหวานล้ำและลงทัณฑ์ความอวดดีอย่างเอาแต่ใจ รสชาติของความดุดันและกลิ่นไอบุหรี่จางๆ ผสมผสานกับความเร่าร้อนที่แผ่ซ่านไปทั่วโพรงปาก ทำให้สมองของคีรินขาวโพลนไปชั่วขณะ แรงขัดขืนที่เคยมีค่อยๆ อ่อนระโหยโรยแรงลงทีละน้อย สัมผัสที่หนักหน่วงแต่แฝงไปด้วยความเร่าร้อนนี้กำลังแผดเผาทุกเหตุผลที่เขาสร้างขึ้นมาป้องกันตัวเอง ความรู้สึกแปลกประหลาดตีรวนขึ้นมาในอก ทั้งโกรธ ทั้งอับอาย... แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหัวใจกลับเต้นรัวเร็วจนน่ากลัว รวิชญ์ผละริมฝีปากออกช้าๆ อย่างนึกเสียดาย ปล่อยให้คนใต้ร่างหอบหายใจโกกาศเข้าปอดอย่างกระเสือกกระสน ริมฝีปากบวมเจ่อสีแดงระเรื่อและดวงตาที่ฉ่ำน้ำด้วยความตื่นตระหนกทำให้บอดี้การ์ดหนุ่มต้องกรามกระตุกอย่างสะกดกลั้นอารมณ์ดิบเถื่อนในอก "จำไว้... ว่าอย่ามาสั่งผมอีก" รวิชญ์กระซิบชิดริมฝีปากที่ยังคงสั่นระริก เสียงทุ้มแหบพร่าเต็มไปด้วยแรงปรารถนาที่ยากจะควบคุม "เพราะถ้ามีครั้งหน้า... ผมจะไม่แค่จูบคุณแน่" ยังไม่ทันที่คีรินจะได้กล่าววาจาใดโต้ตอบเพื่อกู้ศักดิ์ศรีของตนเองกลับคืนมา เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ ก่อนที่บานประตูห้องทำงานจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่างของเลขานุการส่วนตัวก้าวพรวดพราดเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนกจนซีดเผือด "คุณคีรินคะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ... ทางคณะกรรมการบริหารฉุกเฉินประกาศเรียกประชุมด่วน และตอนนี้... คุณอัครพลกําลังนั่งรออยู่ที่ห้องประชุมใหญ่ พร้อมกับเอกสารโอนหุ้นทั้งหมดค่ะ!" รวิชญ์ผละถอยหลังออกครึ่งก้าวอย่างรวดเร็ว สายตาคมกริบเปลี่ยนกลับมาเป็นโหมดระแวดระวังภัยทันที เขาสบตากับคีรินที่ตอนนี้สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นความเยือกเย็นและเฉียบขาดราวกับน้ำแข็งขั้วโลกในเสี้ยววินาที ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นระทึกไปกับความสัมพันธ์อันตรายนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะอันตรายภายใต้รอยจูบของบอดี้การ์ดปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%