กลิ่นอืนควันจาง ๆ ของดินปืนยังลอยอวลอยู่ในอากาศ คละเคล้ากับกลิ่นเหล็กเย็นเฉียบจากปากกระบอกปืนเก็บเสียงที่จ่ออยู่ห่างจากขมับของรวิชญ์เพียงไม่กี่เซนติเมตร แรงกดดันในห้องทำงานกว้างขวางของคฤหาสน์ตระกูลพิทักษ์ธนكرทวีความรุนแรงจนแทบหายใจไม่ออก รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมบนใบหน้าของอัครพลไม่ได้ทำให้ผู้บุกรุกอย่างอดีตหน่วยรบพิเศษสะท้านสะเทือนแม้แต่น้อย
"แกแก่ลงไปเยอะนะอัครพล... มือถึงได้สั่นขนาดนี้น่ะ" รวิชญ์แค่นหัวเราะในลำคอ แม้สถานการณ์จะตกเป็นรอง แต่นัยน์ตาคมกริบกลับกวาดตามองการจัดวางกำลังของบอดี้การ์ดฝ่ายตรงข้ามอย่างรวดเร็ว ไม่มีแววหวาดกลัว มีเพียงประกายความดุดันที่พร้อมจะสวนกลับทุกเมื่อ
"ปากดีให้มันตลอดรอดฝั่งเถอะไอ้หมาลอบกัด" อัครพลกดปลายกระบอกปืนแนบลงบนผิวเนื้อของอีกฝ่ายแน่นขึ้น "แกคิดจริง ๆ เหรอว่าเข้ามาในนี้แล้วจะได้ออกไปง่าย ๆ? ส่วนแก... คีริน หลานรัก แกช่างโง่เง่าที่เอาไอ้สุนัขรับใช้ไร้น้ำยานี่เข้ามาเป็นโล่กำบัง"
คีรินที่ยืนอยู่ด้านหลังร่างสูงใหญ่ของรวิชญ์ไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนก ใบหน้าหวานเฉียบยังคงเรียบเฉย เยือกเย็น และคมคาย ร่างโปร่งขยับตัวเล็กน้อยเพื่อหลบมุมกระสุน ก่อนจะเอ่ยน้ำเสียงเรียบเรื่อยที่แฝงไปด้วยความเย้ยหยัน "คนที่โง่เง่าและกำลังเดินเข้าสู่หลุมศพที่ตัวเองขุดขึ้นมา... คือคุณอาต่างหากล่ะคะ"
"ปากกล้าจริงนะ!" อัครพลคำรามต่ำ นิ้วชี้เริ่มออกแรงกดไกปืน
แต่ก่อนที่กระสุนนัดแรกจะพุ่งแหวกอากาศ รวิชญ์ก็เคลื่อนไหว ร่างหนาราวกับพยัคฆ์ร้ายที่รอจังหวะตะครุบเหยื่อ มือหนาคว้าข้อมือของอัครพลแล้วบิดกระชากด้วยความเร็วสูงจนเสียงกระดูกลั่นดังกรอบพร้อมกับเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ปืนเก็บเสียงร่วงหล่นกระแทกพื้นพรมหนานุ่ม บอดี้การ์ดนับสิบคนที่ยืนรายล้อมชักอาวุธขึ้นมาเตรียมลั่นไก แต่เหตุการณ์กลับพลิกผันในเสี้ยววินาทีเมื่อประตูห้องทำงานถูกกระชากเปิดออกอย่างแรง!
"หยุดยิงเดี๋ยวนี้! ถ้าไม่อยากให้หุ้นทั้งหมดของบริษัทกลายเป็นเศษกระดาษในอีกสามวินาทีข้างหน้า"
เสียงหวานใสแต่ทรงอำนาจดังขึ้นแทรกกลางความตึงเครียด ร่างเพรียวระหงในชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิทก้าวฉับๆ เข้ามาในห้อง ดวงตากลมโตคมกริบกวาดมองสถานการณ์ด้วยความมั่นอกมั่นใจ ใบหน้านั้นงดงามราวกับตุ๊กตาพอร์ซเลนแต่กลับเปี่ยมไปด้วยรัศมีอันตรายที่สะกดทุกสายตาให้หันไปมองเป็นตาเดียว
รวิชญ์ชะงักมือที่กำลังล็อกตัวอัครพล คีรินหรี่ตาลงเล็กน้อยเพื่อพิจารณาผู้มาใหม่ ขณะที่อัครพลเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนลืมความเจ็บปวดที่ข้อมือ
"มะ... มะลิ! แกเข้ามาได้ยังไงวะ!" อัครพลตะโกนลั่นด้วยความเกรี้ยวกราด
หญิงสาวนามว่า 'มะลิ' หรือที่วงการธุรกิจใต้ดินรู้จักกันในฉายา 'ดอกไม้พิษแห่งตลาดหุ้น' ยิ้มเยาะที่มุมปาก เธอไม่ได้สนใจเสียงคำรามของชายสูงวัย มือเรียวบางหยิบแท็บเล็ตสีดำขึ้นมาแล้วชูให้ทุกคนเห็นหน้าจอที่มีตัวเลขการโอนถ่ายหุ้นและเอกสารลับกำลังรันระบบอยู่
"ตกใจเหรอคะคุณอา? แปลกจัง ทั้งที่อาเป็นคนส่งข้อมูลทุกอย่างให้หนูแท้ๆ ว่าอาเก็บหลักฐานการยักยอกเงินทั้งหมดไว้ในเซฟหลังรูปภาพวาดสีน้ำมันรูปนั้น" มะลิปรายตามองไปยังผนังห้องที่มีภาพวาดราคาแพงแขวนอยู่ รอยยิ้มของเธอยิ่งทำให้หน้าซีดเผือดของอัครพลแสดงความหวาดกลัวออกมาอย่างชัดเจน
"แก... แกหักหลังฉัน!" อัครพลพยายามดิ้นรนให้หลุดจากการพันธนาการของรวิชญ์
"หักหลังอะไรกันคะ เราแค่ทำธุรกิจร่วมกัน... แต่บังเอิญว่าข้อเสนอของฉันกับคุณคีรินมันน่าสนใจกว่าและมั่นใจได้มากกว่าว่าฉันจะไม่ติดคุกหัวโตเหมือนอา" มะลิก้าวเข้าไปใกล้คีรินและรวิชญ์มากขึ้น เธอยื่นแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลให้คีรินรับไปเปิดดูผ่านๆ
คีรินกวาดสายตาอ่านตัวอักษรบนกระดาษอย่างรวดเร็ว มุมปากหยักสวยยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจและอันตรายไม่แพ้กัน "ข้อมูลแน่นหนาดีนี่... สมกับที่เป็นมือหนึ่งด้านการเงินที่ฉันเคยตามหา"
"ยินดีที่ได้ร่วมงานค่ะคุณคีริน หวังว่าข้อเสนอเรื่องสัดส่วนหุ้นสามสิบเปอร์เซ็นต์จะเป็นไปตามที่เราตกลงกันไว้นะคะ" มะลิเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่น ก่อนจะหันมามองชายหนุ่มร่างสูงตัวโตที่ยืนบังคีรินอยู่ "แล้วก็นะ... บอดี้การ์ดของคุณเนี่ย ดุสมคำร่ำลือจริง ๆ ระวังจะโดนเขาเขมือบเอาวันละสามเวลานะคะคุณคีริน"
คำแซวทีเล่นทีจริงของเธอบรรยากาศในห้องที่เคยคุกรุ่นให้คลายความตึงเครียดลงเล็กน้อย แต่สำหรับรวิชญ์แล้ว เขากลับขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิด ปากหนาพ่นลมหายใจพรืดใหญ่อย่างไม่สบอารมณ์ที่ถูกคนแปลกหน้าแซ་เรื่องความสัมพันธ์
"หุบปากไปเลยคุณหนู... หน้าที่ของเธอคือส่งเอกสาร ไม่ใช่มาวิเคราะห์เรื่องชาวบ้าน" รวิชญ์ตอกกลับด้วยน้ำเสียงห้วนกระด้างตามสไตล์บอดี้การ์ดปากร้าย นัยน์ตาดุๆ มองขวางใส่หญิงสาวอย่างไม่ยอมแพ้
มะลิหัวเราะเบาๆ ในลำคออย่างชอบใจ "อุ๊ย แรงจังนะคะสมเป็นอดีตหน่วยรบพิเศษ... ถึงว่าล่ะ ถึงได้หวงเจ้านายยิ่งกว่าจงอางหวงไข่"
"พอได้แล้วทั้งคู่" คีรินเอ่ยปรามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่นัยน์ตากลับทอประกายระยิบระยับอย่างอารมณ์ดี ร่างโปร่งหันกลับมามองอัครพลที่ตอนนี้หมดสภาพ คุกเข่าหอบหายใจรดพื้นพรมด้วยความสิ้นหวัง "ส่วนคุณอา... เกมของคุณมันจบลงแล้วค่ะ เซ็นชื่อในใบมอบอำนาจนี้ซะดีๆ หรือจะเลือกไปนอนคุยกับรากมะม่วงในคุกแทน?"
อัครพลตัวสั่นเทาด้วยความแค้นเคือง ดวงตาแดงก่ำมองหลานชายและพันธมิตรหน้าเลือดสลับกันไปมาอย่างจนมุม มือที่สั่นเทารับปากกาจากพื้นมากำไว้แน่น
แต่ในจังหวะที่ทุกคนกำลังสนใจการจำนนของอัครพล รวิชญ์กลับรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่างที่ด้านหลัง สัญชาตญาณดิบเถื่อนที่ถูกฝึกฝนมาอย่างโชกโชนร้องเตือนภัยอันตรายขีดสุด
เสียงคลิกเบาๆ จากช่องระบายอากาศบนเพดานเหนือศีรษะดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ!
"คีริน! ระวัง!"
รวิชญ์ไม่ลังเลแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว ร่างหนาพุ่งเข้าโถมใส่คีรินจนล้มกลิ้งไปกระแทกกับโซฟาตัวใหญ่ แรงกระแทกทำให้ทั้งคู่จมลงไปในอ้อมกอดเดียวกัน พร้อมกับเสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวทะลุช่องลมลงมา กระสุนเจาะฝังลงบนพื้นพรมตรงจุดที่คีรินยืนอยู่เมื่อครู่นี้อย่างเฉียดฉิว!
ฝุ่นผงจากการยิงกระจายฟุ้งไปทั่วห้อง ความโกลาหลกลับมาเยือนอีกครั้งในพริบตา บอดี้การ์ดของอัครพลที่เหลือตั้งท่าจะชักปืน แต่มะลิไว Nทกว่า เธอปาระเบิดควันขนาดเล็กพกพาลงพื้นจนควันสีขาวโพลนพวยพุ่งบังวิสัยทัศน์จนมองไม่เห็นอะไรเลย
ในความมืดสลัวและควันหนาทึบที่แสบจมูก รวิชญ์รีบพลิกตัวขึ้นคร่อมร่างโปร่งของคีรินเพื่อปกป้องไว้ใต้ร่าง มือหนาประคองศีรษะทุยของนายจ้างแนบชิดอกแกร่ง ลมหายใจร้อนผ่าวของทั้งคู่รดรินกันและกันในระยะประชิดจนสัมผัสได้ถึงอัตราการเต้นของหัวใจที่รัวเร็ว
"นาย... เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?" เสียงทุ้มต่ำของรวิชญ์เอמהถามกระซิบข้างใบหู น้ำเสียงนั้นเจือความร้อนรนและห่วงใยที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ไม่มิด
คีรินเงยหน้าขึ้นสบตากับบอดี้การ์ดหนุ่มในความสลัว ปลายจมูกของทั้งคู่เกือบจะชนกัน ร่างโปร่งไม่ได้มีความหวาดกลัวต่อกระสุนปืนเมื่ครู่เลยแม้แต่น้อย ดวงตาสุกใสกลับพราวระยับด้วยความท้าทาย มือเรียวยกขึ้นสัมผัสสันจมูกโด่งเป็นสันของรวิชญ์เบาๆ ลากไล้ลงมาถึงริมฝีปากหยักหนาที่เม้มเข้าหากันแน่น
"ฉันไม่เป็นไรหค่ะ..." คีรินกระซิบตอบเสียงพร่า น้ำเสียงเย้ายวนจงใจยั่วเย้า "แต่ดูท่าทางนาย... จะเป็นห่วงฉันจนเนื้อเต้นเลยสินะคะ บอดี้การ์ดปากแข็ง?"
รวิชญ์ชะงัก ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อปลายนิ้วเรียวนั้นกดคลอเคลียอยู่ริมฝีปากของเขา ความรู้สึกร้อนรุ่มตีรวนขึ้นมาในอกจนน่าหงุดหงิด ดวงตาดุจดั่งเสือร้ายจ้องมองริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อที่ขยับพูดเย้าแหย่เขาไม่หยุด
"ฉันไม่ได้ห่วง... ฉันแค่ทำตามหน้าที่" รวิชญ์เถียงเสียงแข็ง กลบเกลื่อนความหวั่นไหวที่พุ่งพล่าน
"หน้าที่เหรอคะ? งั้นหน้าที่นี้... รวมถอดใจฉันด้วยหรือเปล่าล่ะ?"
คีรินไม่รอให้อีกฝ่ายได้แก้ตัว มือเรียวรั้งท้ายทอยของบอดี้การ์ดหนุ่มลงมาประชิดใบหน้า ร่างโปร่งขยับริมฝีปากเข้าหาอย่างถือวิสาสะ ทว่าก่อนที่ริมฝีปากของทั้งสองจะสัมผัสกัน ท่ามกลางเสียงไอโขลกของคนที่สำลักควันในห้อง ทันใดนั้น... ประตูห้องลับด้านหลังชั้นหนังสือก็ถูกเปิดผางออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อโค้ทตัวยาวที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมีชีวิตอยู่บนโลกนี้!
"เซอร์ไพรส์... ดีใจไหมล่ะที่เห็นฉันยังไม่ตาย หลานรัก?"
เสียงทุ้มคุ้นเคยที่ดังขึ้นทำเอารวิชญ์และคีรินผละออกจากกันทันที นัยน์ตากลมโตของคีรินเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงสุดขีด ขณะที่รวิชญ์คว้าปืนขึ้นมาเล็งตรงไปยังผู้มาใหม่ทันทีด้วยความระแวงขีดสุด!
----------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและอินไปกับความสัมพันธ์สุดแซ่บนี้เสมอนะคะ!
พันธะอันตรายภายใต้รอยจูบของบอดี้การ์ดปากร้าย•ตอนที่ 22
พันธมิตรที่ไม่คาดคิด
ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะอันตรายภายใต้รอยจูบของบอดี้การ์ดปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!