กลิ่นไอน้ำหอมกลิ่นยาสูบผสมมัสก์ราคาแพงอวลอยู่ในพื้นที่แคบภายในรถยนต์กันกระสุน คีรินยังคงนิ่งค้างอยู่ในท่าเดิม ดวงตาคมกริบมองคราบหมึกบนเอกสารลับที่เพิ่งถูกส่งมาทางอีเมลฉุกเฉินด้วยแววตาสั่นระริก ปมปัญหาที่อาแท้ ๆ ของเขาอย่างอัครพลกำลังเดินเกมกวาดล้างหุ้นส่วนทุกรายเพื่อฮุบอาณาจักรธุรกิจ ทำให้พวกเขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเคลื่อนไหว นอกเขตปลอดภัยในคืนนี้
“คุณคีรินครับ ตั้งสติหน่อย”
เสียงทุ้มต่ำติดจะห้วนของรวิชญ์ดังขึ้นทำลายความเงียบ บอดี้การ์ดหนุ่มขยับตัวเข้ามาชิดจนไหล่กว้างแทบจะเบียดชนกับร่างโปร่งของเจ้านายหนุ่ม แววตาดุดันคู่นั้นไม่มีความหวาดกลัวเหลืออยู่เลย มีเพียงประกายความดุดームที่พร้อมจะแผดเผาทุกคนที่กล้าแตะต้องคนข้างกาย
คีรินสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยเย็นชาตามวิสัยนักบริหาร แต่ปลายนิ้วที่กำมุมกระดาษจนยับยู่ยี่กลับทรยศความรู้สึก “ฉันไม่ได้ขลาดกลัวรวิชญ์ แค่กำลังคิดว่า... การที่เราต้องไปโผล่ในงานเลี้ยงของพวกนักค้าข่าวใต้ดินด้วยสภาพ ‘คู่รักข้าวใหม่ปลามัน’ ตามที่สายรายงาน มันจะไม่ตลกไปหน่อยเหรอ”
“ถ้ามันทำให้คุณปลอดภัย ต่อให้ต้องแสดงเป็นสามีภรรยากันจริง ๆ ผมก็ทำได้ทั้งนั้น” รวิชญ์ตอบกลับทันควัน น้ำเสียงจริงจังจนคนฟังต้องหันขวับมามอง
“นายพูดง่ายนี่...” คีรินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาสองคู่สบกันในระยะประชิด ความตึงเครียดจากสถานการณ์ภายนอกถูกแทนที่ด้วยกระแสความร้อนรุ่มที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงันในพื้นที่ส่วนตัว “แต่การแฝงตัวเข้างานระดับนั้น แววตา ท่าทาง และการสัมผัส... มันต้องแนบเนียนพอที่จะตบตาพวกมือสังหารของอัครพลให้ได้ นายมั่นใจแค่ไหนว่าตัวเองจะหักห้ามใจไม่เผลอแสดงพิรุธออกมาซะก่อน”
รวิชญ์ไม่ตอบเป็นคำพูด ร่างสูงใหญ่ขยับเข้ามาประชิดอีกนิดจนแผ่นหลังของคีรินแนบชิดติดเบาะหนัง มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือเรียวบางของเจ้านายหนุ่มขึ้นมาสัมผัสกับอกแกร่ง ปล่อยให้คีรินได้สัมผัสถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่รัวเร็วและหนักหน่วงผ่านเนื้อผ้าสูทราคาแพง
“หัวใจผมเต้นแรงเพราะสถานการณ์... หรือเพราะอะไร คุณก็น่าจะรู้ดีแก่ใจนะครับคุณคีริน” บอดี้การ์ดหนุ่มกระซิบชิดริมหูกลิ่นกายหอมกรุ่น ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงจนขนลุกชัน เคมีที่ฟุ้งกระจายอยู่รอบตัวทั้งดิบเถื่อนและเย้ายวนในเวลาเดียวกันจนแทบหายใจไม่ออก
รถยนต์หรูเคลื่อนตัวเข้ามาจอดสนิทหน้าสถานบันเทิงใต้ดินแห่งหนึ่ง แสงไฟนีออนสลัวสาดส่องผ่านกระจกหน้าต่าง บรรยากาศภายนอกเต็มไปด้วยความอวตารของโลกมืดที่กฎหมายเอื้อมไม่ถึง รวิชญ์ผละตัวออกอย่างจำใจ แต่ดวงตาคมกราบยังคงล็อกเป้าอยู่ที่ริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันอย่างประหม่า
“ถึงเวลาแล้วครับ ‘ที่รัก’ จงจำบทบาทของเราไว้ให้ดี” รวิชญ์เอ่ยเสียงพร่าพร้อมกับเอื้อมมือไปปลดล็อกประตู ก่อนจะรวบเอวบางของคีรินเข้ามาแนบชิดทันทีที่ก้าวลงจากรถ
สัมผัสแนบแน่นและการกอดเอวอย่างสนิทสนมทำให้คีรินต้องแสร้งทำเป็นเอียงคอซบลงกับลาดไหล่กว้างของบอดี้การ์ดหนุ่มตามบทบาทสมมติ แต่กลิ่นกายเฉพาะตัวและสัมผัสอุ่นจัดจากอุ้งมือหนาที่ลูบไล้อยู่แถวสะโพกกลับทำให้สติของเขาเริ่มเตลิดไปไกล
ภายในงานเลี้ยงคลาคล่ำไปด้วยผู้มีอิทธิพลและนักธุรกิจสีเทา เสียงเพลงจังหวะนุ่มลึกเคล้าคลอไปกับเสียงพูดคุยจอแจ คีรินในชุดสูทเข้ารูปสีเข้มเดินเคียงคู่มากับรวิชญ์ที่มีการ์ดสอดส่องความปลอดภัยรอบด้าน รัศมีเย่อหยิ่งและเย็นชาของคีรินถูกผสานเข้ากับความแนบชิดสนิทสนมที่บอดี้การ์ดหนุ่มจงใจแสดงออก ทำให้ไม่มีใครกล้าสงสัยในสถานะคู่รักไฮโซคู่นี้
“แหล่งข่าวของเราอยู่ตรงโต๊ะวีไอพีมุมขวา” รวิชญ์กระซิบเบา ๆ ที่ข้างขมับของคีริน ริมฝีปากของเขาเฉียดผ่านเส้นผมสลวยแผ่วเบาราวกับจงใจฉวยโอกาส “ทำตัวตามสบาย... อย่าเกร็งนักสิครับ เดี๋ยวพวกมันก็จับได้หรอกว่าเราไม่ใช่คู่รักกันจริง”
“ถ้านายไม่เอามือมาบีบสะโพกฉันแน่นเกินความจำเป็น ฉันคงไม่เกร็งหรอกนะรวิชญ์” คีรินกัดฟันกระซิบตอบ นัยน์ตาดุเหลือบมองค้อนเล็กน้อยแต่กลับยิ่งเพิ่มความเย้ายวนในสายตาของบอดี้การ์ดหนุ่มจนแทบอยากจะลากตัวอีกฝ่ายออกจากงานแล้วซ่อนไว้คนเดียว
พวกเขานั่งลงที่โต๊ะเป้าหมาย ชายวัยกลางคนสวมแว่นตากันแดดในที่ร่มเงยหน้าขึ้นมองด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “ยินดีต้อนรับครับ คุณคีริน... และพ่อหนุ่มบอดี้การ์ดคนสนิท ไม่นึกเลยว่าทายาทตระกูลใหญ่จะกล้าเหยียบเข้ามาในรังเสือเพื่อหาข้อมูลของอาตัวเอง”
“เลิกพูดจาอ้อมค้ำแล้วเอาข้อมูลมา เอกสารที่นายมีอยู่กับตัวมันแลกกับเงินจำนวนเท่าไหร่ ว่ามาได้เลย” คีรินตัดบทด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นและเฉียบขาด สมฐานะนักบริหารผู้ไร้ความปรานี
แหล่งข่าวหัวเราะในลำคอ เลื่อนแฟ้มสีน้ำตาลเอกสารสำคัญมาตรงกลางโต๊ะ “เงินน่ะผมอยากได้อยู่แล้วครับ... แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือ ‘ความลับ’ ที่คุณอาจจะไม่เคยรู้มาก่อน เกี่ยวกับอุบัติเหตุของพ่อแม่คุณเมื่อหลายปีก่อน”
คำพูดนั้นทำให้คีรินชะงักไป ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึง รวิชญ์สัมผัสได้ถึงความผิดปกติของร่างในอ้อมแขนทันที เขากระชับวงแขนโอบเอวบางให้แน่นขึ้นพร้อมกับสתดสายตามองแหล่งข่าวอย่างดุดันและระแวดระวัง
“อย่ามาเล่นลิ้น ถ้าไม่อยากให้คืนนี้เป็นคืนสุดท้ายของแก” รวิชญ์ขู่เสียงต่ำ แผ่รังสีคุกคามที่น่ากลัวออกมาจนคนตรงหน้าต้องกลืนน้ำลายเหนียวคอ
แหล่งข่าวARTส่ายหัวยิ้ม ๆ ก่อนจะหยิบรูปถ่ายใบหนึ่งออกมาวางทับบนแฟ้ม “ผมไม่ได้โกหก... แต่ก่อนที่คุณจะเปิดดูเอกสารนี้ ผมเตือนไว้ก่อนว่าคนที่ยืนอยู่ข้างหลังคุณตอนนี้... อาจจะไม่ใช่คนที่สะอาดบริสุทธิ์อย่างที่คุณคิดหรอกนะครับ”
คีรินขมวดคิ้วแน่น หันขวับกลับมามองหน้าบอดี้การ์ดหนุ่มทันทีด้วยความเคลือบแคลงสงสัย ทว่าก่อนที่รวิชญ์จะได้อ้าปากแก้ตัว เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่ก็ดังขึ้นล้อมรอบโต๊ะวีไอพีแห่งนี้ พร้อมกับกระบอกปืนนับไม่ถ้วนที่ถูกยกขึ้นเล็งตรงมาที่พวกเขาจากความมืดรอบทิศทาง!
— แบล็กเวลเวต —
พันธะอันตรายภายใต้รอยจูบของบอดี้การ์ดปากร้าย•ตอนที่ 17
ภารกิจนอกเขต
ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะอันตรายภายใต้รอยจูบของบอดี้การ์ดปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!