หน้าจอสมาร์ทโฟนที่สว่างวาบในความมืดสลัว สะท้อนเงาใบหน้าตึงเครียดของคีรินได้อย่างชัดเจน
*“มัน... เบอร์ของอัครพล... และเขากำลังบอกว่า... ตอนนี้เขาอยู่ที่หน้าประตูคฤหาสน์แล้ว”*
เสียงแจ้งเตือนข้อความล่าสุดยังคงกะพริบยิบเยี่ยงราวกับเยาะเย้ยสติที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดของเขา ภายใต้รัตติกาลที่เงียบงัน คฤหาสน์หลังโตที่ควรจะปลอดภัยที่สุดกลับกลายเป็นกรงขังที่ถูกคุกคามจากภายนอกได้อย่างง่ายดาย แต่อัครพลเข้ามาถึงหน้าประตูได้อย่างไร ในเมื่อระบบรักษาความปลอดภัยของที่นี่แน่นหนายิ่งกว่าคุกใต้ดิน?
คำตอบเดียวที่ผุดขึ้นมาในหัวทำให้คีรินต้องหันขวับไปมองร่างสูงที่ยืนกอดอกพิงกรอบหน้าต่างอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล
รวิชญ์ไม่ได้แสดงอาการตกใจแม้แต่น้อย ใบหน้าคมคายภายใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาดูเยือกเย็นและนิ่งสงบเกินกว่าจะเป็นบอดี้การ์ดที่เพิ่งรู้ว่าศัตรูบุกมาประชิดรั้วบ้าน ดวงตาคมกริบคู่นั้นมองตรงมาที่เขา ราวกับกำลังประเมินสถานการณ์ที่ถูกคาดการณ์เอาไว้ล่วงหน้าแล้ว
"คุณรู้อยู่แล้วสินะ" คีรินเค้นเสียงลอดไรฟัน ก้าวเท้าเข้าไปหาร่างสูงด้วยความหงุดหงิดที่พุ่งพล่านจนแทบระเบิด "อัครพลมาที่นี่... เพราะคุณเปิดทางให้เขาเข้ามาใช่ไหม รวิชญ์!"
รวิชญ์ไม่ปฏิเสธ เขาเพียงแค่ถอนหายใจเบาๆ ขยับตัวออกจากกรอบหน้าต่างแล้วสาวเท้าย่างสามขุมเข้ามาประชิดตัวคีรินอย่างรวดเร็ว กลิ่นกายอุ่นๆเจือจางด้วยกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้าแตะจมูกในระยะประชิดจนคีรินเผลอกลั้นหายใจ
"ถ้าผมไม่เปิดทางให้ไอ้แก่ingตัณหากลับนั่นเข้ามา แล้วเมื่อไหร่คุณถึงจะเลิกหลอกตัวเองสักทีล่ะครับ... คุณชาย" รวิชญ์โน้มใบหน้าลงมาต่ำจนหน้าผากแทบจะชนกัน สัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่รดรินอยู่เหนือริมฝีปาก "ศัตรูมันอยู่ข้างนอกก็ยังพอระวังไหว แต่ถ้าหนอนกระเทาะเปลือกมาจากข้างใน... ต่อให้มีกองทัพบอดี้การ์ดเป็นร้อย คุณก็ไม่มีทางรอดหرรหรอก"
"อย่ามาเปลี่ยนเรื่องนะ!" คีรินผลอกอกกว้างออกไปเต็มแรง แม้สัมผัสได้ถึงมัดกล้ามเนื้อที่แน่นตึงราวกำแพงเหล็ก ร่างเพรียวถอยหลังไปสองก้าวด้วยความขัดเคือง "คุณสมรู้ร่วมคิดกับอัครพลเหรอ? คุณต้องการอะไรกันแน่ เงินทอง อำนาจ หรือว่า..."
"หรือว่าอะไรครับ?" รวิชญ์ก้าวตามเข้ามาติดๆ ไม่ยอมให้เหยื่อถอยหนี ดวงตาดุดันคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก "กลัวว่าผมจะหักหลังคุณ หรือกลัวว่าผมจะทนเห็นคุณตกเป็นเหยื่อของพวกมันไม่ไหว จนต้องใช้วิธีสกปรกแบบนี้เพื่อลากมันออกมาจากรูวะ?"
คำพูดขวานผ่าซากแต่แฝงความเดือดดาลจริงจังทำให้คีรินชะงักไป ความเย็นชาที่เคยสร้างขึ้นมาเกราะกำบังแตกกระเจิงลงในเสี้ยววินาที รวิชญ์ไม่ได้ทรยศ... เขาแค่กำลังใช้วิธีที่บ้าระห่ำที่สุดในการจบเกมนี้
"คุณมันบ้า..." คีรินพึมพำเสียงเบา หันหน้าหนีไปยังสวนกว้างเบื้องล่างที่ถูกแสงจันทร์อาบไล้จนกลายเป็นสีเงินยวง ความเงียบสงบของธรรมชาติรอบตัวตัดกับความวุ่นวายในอกอย่างสิ้นเชิง
รวิชญ์มองตามแผ่นหลังบางที่ไหวสะท้อนเล็กน้อย ความแข็งกร้าวในแววตาของบอดี้การ์ดหนุ่มพลันอ่อนแสงลง ความเงียบงันโรยตัวปกคลุมคนทั้งคู่ชั่วครู่ มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาและเสียงจิ้งหรีดเรไรร้องระงมจากสวนด้านนอก
"ตามผมมาสิ" รวิชญ์เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบแต่เด็ดขาด
"ไปไหน?"
"สวนหลังบ้าน... ที่ที่ปลอดภัยที่สุดจากสายตาของพวกมัน" รวิชญ์ยื่นมือหนาออกมาตรงหน้า คล้ายคำเชิญชวนที่ไม่อาจปฏิเสธ "เว้นแต่ว่าคุณจะอยากนั่งรอให้มันพังประตูเข้ามาแล้วลากตัวคุณไปจริงๆ"
คีรินมองมือคู่นั้น มือที่ผ่านการจับอาวุธและผ่านความตายมาโชคโชน แต่กลับเป็นมือคู่เดียวกันที่คอยปกป้องเขาจากอันตรายทุกครั้ง แม้ปากจะร้ายกาจและชอบกวนประสาทเขาก็ตามที สุดท้าย... นิ้วเรียวยาวก็ตัดสินใจวางลงบนฝ่ามือที่ใหญ่กว่าอย่างจำยอม
รวิชญ์รวบปลายนิ้วนั้นไว้แน่นกระชับ สัมผัสอุ่นจัดส่งผ่านผิวหนังจนคีรินต้องรีบเบือนหน้าหนีเพื่อซ่อนร่องรอยความเกร็งขึงบนใบหน้า
ทั้งคู่เดินลัดเลาะผ่านระเบียงทางเดินยาวที่เชื่อมต่อไปยังสวนพฤกษศาสตร์ส่วนตัว บรรยากาศยามวิกาลของสวนแห่งนี้เต็มไปด้วยเงาลึกลับของต้นไม้ใหญ่ที่ทอดกิ่งก้านสาขาราวกับปีศาจ ดอกไม้ราตรีส่งกลิ่นหอมจางๆ ลอยมาตามลม ยิ่งเพิ่มความรู้สึกวับวามและชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ
รวิชญ์พาคีรินเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงศาลาไม้ยุโรปสีขาวที่ถูกโอบล้อมด้วยพุ่มไม้ทึบ แสงจันทร์สาดส่องลอดผ่านช่องว่างของใบไม้ลงมาตกกระทบพื้นหินราวกับละอองดาว ที่นี่ลับตาคนและเงียบสงบอย่างเหลือเชื่อ
เมื่อยืนนิ่งอยู่ในพื้นที่แคบๆ ความใกล้ชิดก็เริ่มทำหน้าที่ของมัน ร่างสูงของรวิชญ์ที่ยืนขวางทางออกไว้ครึ่งหนึ่งทำให้คีรินรู้สึกราวกับถูกกัก The cage of shadows วงแขนแข็งแรงเผลอขยับเข้าใกล้โดยอัตโนมัติเมื่อฝ่ายตรงข้ามก้าวเข้ามาประชิดเพื่อบังเงาจากภายนอก
"คุณพาผมมาหลบ... หรือพามาติดกับกันแน่" คีรินเงยหน้าขึ้นสบตา เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้นิ่งที่สุด แต่หัวใจกลับเต้นรัวเร็วจนน่ารำคาญ
"ถ้าผมจะขังคุณไว้... ผมคงไม่พามาที่โล่งแจ้งแบบนี้หรอก" รวิชญ์ก้มหน้าลงมองคนตัวเล็กกว่า แววตาดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความลึกล้ำยากจะหยั่งถึง "อีกอย่าง... ผมชอบที่นี่นะ มันไม่มีกลิ่นเงิน ไม่มีกลิ่นอำนาจ มีแค่..."
"มีอะไร?"
"มีแค่คุณ... กับผม"
คำพูดห้วนๆ แต่กลับทรงพลังทำเอาคีรินชะงัก ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะทะแก้มทำให้สติกระเจิดกระเจิง รวิชญ์ค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้ทีละนิด จนแผ่นหลังของคีรินชนเข้ากับเสาศาลาไม้ ความเย็นของเนื้อไม้ตัดกับความร้อนผ่าวจากร่างกายของบอดี้การ์ดหนุ่มที่ทาบทับลงมา
ไม่มีช่องว่างให้อากาศแทรกผ่าน ดวงตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นอย่างถือดี ก่อนจะเคลื่อนสายตากลับขึ้นมาสบตากับดวงตาคู่สวยที่ฉายแววตื่นตระหนกปนเย้ายวนอย่างไม่รู้ตัว
"รวิชญ์... ถอยไป" คีรินเอ่ยเสียงสั่น พยายามใช้มือดันแผงอกอีกฝ่ายเอาไว้ แต่รวิชญ์กลับไม่สะทกสะท้าน เขายกมือขึ้นข้างหนึ่ง วางทาบลงบนเสาไม้ข้างศีรษะของคีริน กักขังร่างเพรียวให้อยู่ในอาณัติโดยสมบูรณ์
"ถ้าผมไม่ถอย... คุณจะทำไมล่ะครับ?" น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าพร่ากระซิบชิดริมหู รสสัมผัสของความใกล้ชิดเปลี่ยนความเงียบในสวนให้กลายเป็นบรรยากาศที่ร้อนรุ่มจนแทบหายใจไม่ออก
คีรินเม้มปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน รiชญ์โน้มใบหน้าลงมาเรื่อยๆ ระยะห่างลดลงเหลือเพียงเสี้ยววินาทีที่ริมฝีปากเกือบจะสัมผัสกันอยู่รอมร่อ...
กึก!
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงเหยียบลงบนกิ่งไม้แห้งดังแว่วมาจากทางเข้าสวน ท่ามกลางความเงียบงัดของยามวิกาล เสียงนั้นชัดเจนจนทำให้ทั้งคู่ผละออกจากกันราวกับโดนไฟช็อต
รวิชญ์หันขวับไปมองยังทิศทางของเสียงทันที แววตาที่เคยมีความอ่อนโยนเมื่อครู่กลับมาคมกริบและดิบเถื่อนดังเดิมในพริบตา
เงาร่างหนึ่งก้าวพ้นพุ่มไม้ทึบออกมาภายใต้แสงจันทร์ รอยยิ้มเยียบเย็นและสายตาร้ายกาจที่คุ้นเคยปรากฏขึ้นตรงหน้า...
อัครพลยืนอยู่ที่นั่น พร้อมกับปืนในมือที่ยกขึ้นเล็งตรงมาที่พวกเขาทั้งคู่!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุนกันมาตลอดนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
พันธะอันตรายภายใต้รอยจูบของบอดี้การ์ดปากร้าย•ตอนที่ 8
ลาดตระเวนใต้แสงจันทร์
ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะอันตรายภายใต้รอยจูบของบอดี้การ์ดปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!