พันธะอันตรายภายใต้รอยจูบของบอดี้การ์ดปากร้าย•ตอนที่ 9

รอยร้าวที่มองไม่เห็น

ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
เสียงคำรามต่ำในลำคอของรวิชญ์ดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงใหญ่ที่พุ่งเข้ากระชากคีรินให้หลบพ้นวิถีรังสีอำมหิตที่พุ่งแหวกอากาศมา เศษกระจกหน้าต่างห้องทำงานหรูหราแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ แรงปะทะจากการทิ้งตัวลงกับพื้นทำให้แผ่นหลังของบอดี้การ์ดหนุ่มกระแทกเข้ากับชั้นหนังสืออย่างจัง แต่เขากลับไม่มีเวลาแม้แต่จะส่งเสียงซีดปาก ร่างหนาพลิกตัวกลับมาปกป้องร่างโปร่งของนายจ้างหนุ่มไว้ภายใต้วงแขนแกร่งทันที กลิ่นอายอันตรายของดินปืนและกลิ่นกายเฉพาะตัวผสมผสานกันจนน่าเวียนหัว ทว่าหัวใจที่เต้นโครมครามไม่ได้เกิดจากความกลัวตาย หากแต่เป็นความเดือดดาลที่พุ่งพล่านจนแทบจะแผดเผาทุกอย่างในห้องนั้นให้เป็นจุล "คุณคีริน หมอบลง!" รวิชญ์คำสั่งเสียงเขዳ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันจนแทบจะเป็นปม ดวงตาคมกริบกวาดมองไปยังเงาร่างที่ไหววับอยู่นอกหน้าต่างบานที่แตกละเอียด ปลายกระบอกปืนสั้นสีดำสนิทในมือของบอดี้การ์ดถูกยกขึ้นเล็งตรงไปข้างหน้าอย่างไร้ความลังเล แต่คนที่ถูกกดไว้ใต้ร่างกลับไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย คีรินเชิดคางขึ้น ดวงตาคู่สวยพราวระยับด้วยความท้าทาย แม้สถานการณ์ตรงหน้าจะเฉียดตายแค่ไหน ร่างโปร่งกลับใช้มือเรียวผลักไหล่กว้างของคนด้านบนออกเบาๆ อย่างไม่สบอารมณ์กับการถูกปฏิบัติราวกับเป็นตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ "ปล่อยครับ... เอ๊ย ปล่อยฉัน!" คีรินเกือบหลุดคำพูดเคยชินออกไป แต่ก็รีบดึงสติกลับมาได้ทันเวลา ร่างโปร่งขยับตัวลุกขึ้นยืนปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าด้วยท่าทางหยิ่งทะนง "ไม่ต้องมาสั่ง ฉันไม่ใช่เด็กสามขวบที่จะต้องให้คุณมาอุ้มหลบลูกกระสุนเล่น รวิชญ์!" "แต่เมื่อกี้ถ้าผมช้าไปแค่เสี้ยววินาที คุณคงกลายเป็นผีเฝ้าคฤหาสน์ไปแล้ว เลิกอวดดีสักนาทีจะตายไหมครับคุณชาย!" รวิชญ์พ่นลมหายใจร้อนผ่าวออกมาอย่างเหลืออด ใบหน้าคมคายบึ้งตึง ดวงตาดุจเสือร้ายจ้องมองคนตรงหน้าเขม็ง ความห่วงใยที่แสดงออกผ่านการกระทำถูกกลบเกลื่อนด้วยน้ำเสียงห้วนกระด้างตามสไตล์บอดี้การ์ดปากแข็ง "ก็บอกแล้วไงว่าฉันเอาตัวรอดได้!" คีรินสวนกลับทันควัน นัยน์ตาคู่คมวาววับด้วยความกรุ่นโกรธ "แล้วไอ้คนยิงเมื่อกี้... คุณคิดว่าเป็นฝีมือใครล่ะ?" คำถามนั้นทำให้บรรยากาศรอบตัวดิ่งวูบลงทันที รวิชญ์หรี่ตาลง ความขบขันและความเกรี้ยวกราดก่อนหน้านี้มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความนิ่งงันที่น่ากลัว อัครพล... อาแท้ๆ ของคีริน ผู้ชายที่กระหายอำนาจและเงินตราจนตัวสั่น ไม่เคยคิดเลยว่ามันจะกล้าลงมืออุกอาจถึงขั้นส่งคนมาลอบสังหารใจกลางคฤหาสน์ตระกูลศตวรรษในยามวิกาลแบบนี้ ทว่า ยังไม่ทันที่ใครจะได้เอ่ยวิเคราะห์สถานการณ์ เสียงปรบมือแปะๆ เบาๆ ก็ดังขึ้นจากมุมมืดบริเวณระเบียงด้านนอก ร่างท้วมของชายวัยกลางคนในชุดสูทเนื้อดีก้าวเข้ามาในห้องผ่านกรอบหน้าต่างที่แตกย่อยยับ รอยยิ้มเยียบเย็นและแววตาเจ้าเล่ห์ฉายชัดบนใบหน้าของอัครพล มือข้างหนึ่งยังคงถืออาวุธปืนที่เพิ่งลั่นไกไปหมาดๆ "เก่งมาก... สมแล้วที่เป็นทายาทคนโปรดของพี่ใหญ่" เสียงแหบพร่าเอ่ยขึ้นด้วยความเย้ยหยัน อัครพลกวาดสายตามองหลานชายและบอดี้การ์ดหนุ่มสลับกันไปมา "แต่ก็น่าเสียดายนะคีริน ที่ความฉลาดของแกมันมักจะมาพร้อมกับความอวดดีเสมอ" คีรินก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าวเพื่อบังรวิชญ์ไว้โดยสัญชาตญาณ แม้ปากจะบอกว่าเกลียดความวุ่นวาย แต่ลึกๆ แล้วเขารู้ดีว่าอเป้าหมายของอัครพลคือตัวเขาเอง ร่างโปร่งเชิดหน้าขึ้น รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏบนริมฝีปากบางเฉียบ "คุณอาคงร้อนรนมากสินะคะ ถึงได้ลงทุนมาต้อนรับพวกเราด้วยตัวเองถึงห้องทำงานแบบนี้ กลัวว่าพินัยกรรมฉบับใหม่จะเปิดเผยความจริงเรื่องที่คุณยักยอกเงินบริษัทไปจนหมดตูดหรือไง?" อัครพลหน้าตึงขึ้นทันทีเมื่อถูกจี้ใจดำ แววตาคู่คมฉายแววโหดเหี้ยมขึ้นมาวูบหนึ่ง ปลายกระบอกปืนในมือถูกยกขึ้นเล็งตรงมาที่ศีรษะของคีรินอย่างไม่ลังเลอีกต่อไป บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบจะหยดเป็นเลือด ความเงียบงันโรยตัวปกคลุมราวกับเวลาหยุดเดิน "ปากดีนักนะหลานรัก แกคิดว่าแกมีปัญญาขัดขวางฉันได้จริงๆ เหรอ? หุ้นส่วนในมือแกตอนนี้มันก็แค่กระดาษเปล่า แกไม่มีทางชนะฉันหรอกคีริน!" อัครพลคำรามลั่น นิ้วชี้เริ่มออกแรงกดไกปืนลงทีละน้อย เสียงกลไกโลหะกระทบกันดังแกร็กท่ามกลางความเงียบ รวิชญ์ที่ยืนนิ่งเงียบมาตลอดพุ่งตัวเข้าประชิดร่างของคีรินในเสี้ยววินาทีที่กระบอกปืนขยับ ดวงตาดุร้ายของบอดี้การ์ดหนุ่มฉายแววเด็ดเดี่ยว เขารู้ว่าตัวเองอาจจะไม่มีโอกาสได้พูดคำที่อัดอั้นอยู่ในใจอีกต่อไป หากวินาทีนี้พลาดพลั้งขึ้นมา แต่ก่อนที่เสียงคำรามของความตายจะดังขึ้น ประตูห้องทำงานบานใหญ่ก็ถูกถีบกระเด็นเปิดผางด้วยแรงมหาศาล! ร่างของชายชุดดำสามคนลอยกระเด็นเข้ามานอนกองกับพื้น พร้อมกับเงาร่างสูงโปร่งของใครอีกคนก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก "อุ๊ย... ขอโทษทีครับ ขัดจังหวะครอบครัวเขาคุยกันหรือเปล่าเอ่ย?" เสียงทุ้มกังวานเอ่ยทักทายหน้าตาเฉย พร้อมกับปืนกลเบาในมือที่หมุนเล่นอย่างสบายอารมณ์ ทำให้อัครพลถึงกับหน้าซีดเผือดด้วยความตกใจ คีรินเบิกตากว้างเมื่อมองเห็นใบหน้าของผู้มาใหม่ชัดเจน หัวใจเต้นระรัวด้วยความรู้สึกที่ปะปนกันระหว่าโล่งอกและตกตะลึง ในขณะที่รวิชญ์กลับหรี่ตามองบุคคลปริศนาด้วยความระแวดระวังขั้นสุด เพราะเกมนี้... มันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ เท่านั้น ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนแบล็กเวลเวตเสมอนะคะ
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะอันตรายภายใต้รอยจูบของบอดี้การ์ดปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%