ความเย็นยะเยือกของเหล็กกล้าปลายกระบอกปืนยังไม่น่ากลัวเท่าความเงียบงันที่กดทับบรรยากาศภายในห้องนอนเพนต์เฮาส์หรูในยามวิกาล รวิชญ์ก้าวเข้ามาขวางหน้าคีรินไว้ทันทีที่บุคคลปริศนาในเงามืดก้าวล่วงล้ำเข้ามาเขตปลอดภัย ร่างสูงใหญ่ของอดีตหน่วยรบพิเศษแผ่รังสีคุกคามออกมาราวกับสัตว์ป่าหวงถิ่น กล้ามเนื้อทุกมัดใต้เสื้อเชิ้ตสีเข้มตึงเกร็งพร้อมปะทะ ขณะที่ดวงตาคมกริบกวาดสำรวจทุกรายละเอียดของผู้มาเยือนอย่างไม่ไว้ใจ
"ถอยไป... รวิชญ์" เสียงทุ้มต่ำที่มักจะเยือกเย็นและเฉียบขาดเสมอของคีรินกลับสั่นพร่าเล็กน้อยอย่างผิดคาด เจ้าตัวก้าวออกมาจากด้านหลังแผงอกกว้างของบอดี้การ์ดส่วนตัว ปลายนิ้วเรียวยาวเผลอจิกเข้าที่ชายเสื้อของรวิชญ์โดยไม่รู้ตัว ความตื่นตระหนกที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความเย่อหยิ่งกำลังสั่นคลอน เมื่อเงาร่างที่ก้าวออกมาจากความมืดนั้น... คือคนที่ไม่ควรจะมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้อีกแล้ว
รวิชญ์ขมวดคิ้วมุ่น สัมผัสได้ถึงแรงสั่นน้อยๆ จากปลายนิ้วที่กำเสื้อเขาไว้ ความเปราะบางแบบนี้ไม่ใช่สิ่งที่เขาเคยเห็นจากนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่พร้อมจะเหยียบย่ำทุกคนให้จมดิน แต่ในวินาทีนี้ คีรินกำลังเผชิญหน้ากับปีศาจจากอดีต
"ผมไม่สนว่ามันจะเป็นใคร หรือโผล่มาจากนรกขุมไหน ถ้ามันก้าวเข้ามาในพื้นที่ของผมอย่างไร้ได้รับอนุญาต ผมมีสิทธิ์เป่าหัวมันทิ้งได้ทันทีก่อนที่มันจะทันได้กระพริบตา" รวิชญ์เอ่ยเสียงลอดไรฟัน ตาดุจเหยี่ยวจดจ้องเป้าหมายไม่วางตา มือขวากระชับปืนพกสั้นคู่ใจในซองสะพายไหล่อย่างมั่นคง
"แก... ยังไม่ตาย อัครพลส่งแกมาใช่ไหม!" คีรินเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคู่สวยแดงก่ำด้วยเพลิงโทสะและความหวาดกลัวที่ตีรวนขึ้นมาในอก
ผู้มาใหม่หัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะแหบพร่าที่ชวนให้ขนลุกเกรียว ก่อนที่แสงไฟจากหลอดไฟนีออนด้านนอกจะสาดส่องลงมาเผยให้เห็นใบหน้าชัดเจน... มันไม่ใช่คนของอัครพลอย่างที่คิด แต่เป็นแผลเป็นน่าเกลียดที่ลากยาวจากขมับลงมาถึงลำคอต่างหากที่เป็นเครื่องยืนยันว่า เหตุการณ์ไฟไหม้คฤหาสน์ตระกูลอัคร The Incident เมื่อสิบปีก่อนไม่ได้พรากทุกชีวิตไปตามรายงานข่าว
บรรยากาศตึงเครียดถึงขีดสุดก่อนที่ความวุ่นวายจะถูกตัดฉับลงเมื่อบุคคลปริศนาทรุดฮวบล้มลงหมดสติไปต่อหน้าต่อตา เสียงกระแทกพื้นดังขึ้นท่ามกลางความตกตะลึง รวิชญ์ยังคงไม่ไว้วางใจ เขาพุ่งตัวเข้าไปใช้เท้าเขี่ยร่างนั้นก่อนจะพลิกตัวดูเพื่อความแน่ใจว่าไม่ใช่การแสดงละครตบตา
"หมดสติ... เสียเลือดมากด้วย" รวิชญ์หันไปมองหน้าเจ้านายที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ด้านหลัง "คุณคีริน ไหวไหมครับ... เอ๊ย ไหวไหมคะ" (เผลอตัวไปชั่วขณะก่อนจะปรับน้ำเสียงในใจ) "ไหวไหมคะ"
คีรินไม่ตอบ ร่างเพรียวทรุดนั่งลงกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง ความทรงจำสีเลือด กลิ่นควันไฟ และเสียงกรีดร้องในวัยเด็กถาโถมเข้ามาซัดกระหน่ำในหัวจนแทบหายใจไม่ออก โลกทั้งใบหมุนเคว้ง ร่างกายที่เคยแข็งแกร่งมาตลอดกลับเย็นเฉียบราวกับคนใกล้ตาย
สามชั่วโมงต่อมา...
ภายในห้องนอนใหญ่ที่ถูกปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นห้องพยาบาลขนาดย่อม กลิ่นน้ำยาฆ่าเชือกคละคลุ้ง รวิชญ์จัดการทำแผลให้แขกที่ไม่ได้รับเชิญเรียบร้อยแล้ว ก่อนจะเดินออกมายังปลายเตียงนอนขนาดใหญ่ที่คีรินกำลังนอนซมอยู่ ร่างโปร่งส่งเสียงครางฮือในลำคออย่างทรมาน เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มกรอบหน้าสวย ร่างกายบิดเร้าด้วยพิษไข้และความฝันอันดำมืดที่กำลังกัดกินจิตใจ
"อย่า... อย่าเข้ามา... พ่อ! แม่!"
เสียงละเมอหวدผวาของคนบนเตียงทำให้รวิชญ์ที่กำลังจะเดินออกไปหยิบผ้าชุบน้ำต้องชะงักฝีเท้า เขาถอนหายใจยาวด้วยความกังวลระคนหงุดหงิด บอดี้การ์ดหนุ่มวางอ่างน้ำลงบนโต๊ะข้างเตียง ก่อนจะก้าวขึ้นไปบนฟูกหนานุ่มอย่างถือวิสาสะ
คีรินในยามนี้ช่างแตกต่างจากมาเฟียปากร้ายคนเดิมลิบลับ ใบหน้าที่มักเชิดขึ้นด้วยความหยิ่งผยองกลับซีดเซียวและเปราะบาง ร่างกายสั่นเทาด้วยความกลัวจากภาพหลอนในอดีต รวิชญ์ขยับเข้าไปใกล้ ใช้มือหนาคว้ามือเรียวที่กำลังจิกทึ้งผ้าห่มของตัวเองไว้อย่างแน่นหนาเพื่อดึงสติ
"คุณคีริน... ตื่นครับ... ไม่ใช่ ตื่นค่ะ" รวิชญ์เผลอขมวดคิ้วกับสรรพนามที่ต้องคอยระวัง "ตื่นขึ้นมาได้แล้ว นี่มันห้องคุณ ไม่มีใครทำอะไรคุณทั้งนั้น"
แต่ดูเหมือนคำพูดธรรมดาจะไม่อาจฉุดรั้งคีรินให้ออกจากหลุมดำแห่งความทรงจำได้ ร่างโปร่งสะดุ้งเฮือกแล้วคว้าหมับเข้าที่คอเสื้อของรวิชญ์แรงๆ ดึงรั้งให้ใบหน้าคมเข้มโน้มลงไปใกล้ ดวงตาคู่สวยที่ลืมขึ้นมาเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาและความหวาดกลัวสุดขีด
"รวิชญ์..." เสียงกระซิบแหบพร่าเรียกชื่อเขาซ้ำๆ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอ "มันตามมา... มันจะฆ่าฉันเหมือนวันนั้น..."
รวิชญ์นิ่งงั้น หัวใจกระตุกวูบอย่างแรงยามที่ได้เห็นแววตาแตกสลายของคนที่ปกติไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ความรู้สึกบางอย่างที่พยายามกดทับไว้ใต้กฎระเบียบของคำว่า "เจ้านายกับบอดี้การ์ด" พังทลายลงในพริบตา ความดิบเถื่อนในตัวถูกแทนที่ด้วยความอ่อนโยนอย่างที่เจ้าตัวก็ไม่คาดคิดว่าจะแสดงมันออกมาได้
มือหนายกขึ้นประคองแก้วเนียนที่เปียกชื้นด้วยเหงื่อ ปลายนิ้วโป้งเกลี่ยหยาดน้ำตาออกจากเปลือกตาคู่สวยอย่างเบามือที่สุด สัมผัสที่อ่อนโยนผิดกับบุคลิกดิบเถื่อนทำให้คีรินชะงัก ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อปลายนิ้วนั้นลากผ่านริมฝีปากที่สั่นเทา
"มองหน้าผม... คีริน" รวิชญ์เรียกชื่อจริงของอีกฝ่ายเป็นครั้งแรกด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและจริงจัง "ไม่มีใครทำอะไรคุณได้ทั้งนั้น ถ้ามันอยากจะแตะต้องคุณ มันต้องข้ามศพผมไปก่อน... จำคำนี้ไว้"
คำพูดดุดันแต่แฝงด้วยความปกป้องอย่างเต็มเปี่ยมทำให้หัวใจที่ด้านชาของคีรินกระตุกวูบ ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาในอกท่ามกลางความหนาวเหน็บ ร่างโปร่งเผลอขยับเข้าไปใกล้โดยสัญชาตญาณ ปลายจมูกรั้นแทบจะชนกับสันจมูกโด่งเป็นคมของอีกฝ่าย เคมีร้อนแรงบางอย่างปะทุขึ้นในความเงียบงัน กลิ่นกายเฉพาะตัวของผู้ชายตรงหน้าผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ และความดุดันที่คุ้นเคยกำลังทำให้สติของคีรินหลุดลอย
รวิชญ์เองก็ชะงักเมื่อใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบ ริมฝีปากหยักลึกอยู่ใกล้แค่เอื้อม แววตาของบอดี้การ์ดหนุ่มไหววูบด้วยแรงปรารถนาที่ยากจะควบคุม ขณะที่มือข้างหนึ่งยังคงประคองกรอบหน้าของคนป่วยไว้มั่น ปลายลิ้นชื้นเลียริมฝีปากตัวเองช้าๆ อย่างเผลอไผล บรรยากาศรอบตัวร้อนระอุขึ้นมาทันทีโดยไม่มีใครยอมถอย
"ถ้าคุณยังมองผมด้วยสายตาแบบนี้... ผมอาจจะลืมตัวว่าตัวเองมีสถานะเป็นแค่ลูกจ้าง" รวิชญ์กระซิบชิดริมฝีปาก เสียงพร่าทุ้มเต็มไปด้วยแรงกดดันที่เย้ายวนจนน่าอันตราย
คีรินเม้มปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน ความกลัวจากอดีตเลือนหายไปจนหมดสิ้น ถูกแทนที่ด้วยความตื่นเต้นเร้าใจที่วิ่งพล่านไปทั่วเส้นเลือด ปากอิ่มขยับจะเอ่ยตอกกลับตามนิสัยเดิมเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย
"ถ้ารู้ตัว... ก็ถอยไปสิ นายมันก็แค่..."
คำพูดทุกคำถูกกลืนหายลงไปในลำคอทันที เมื่อจู่ๆ ประตูห้องนอนที่ควรจะล็อกสนิทกลับถูกผลักเปิดออกด้วยแรงกระแทกจากด้านนอก พร้อมกับเสียงฝีเท้าหลายคู่ที่ก้าวเข้ามาพร้อมแสงไฟสว่างวาบ
รวิชญ์ผละตัวออกจากคีรินอย่างรวดเร็วดั่งสัญชาตญาณนักรบ ดวงตาดุจเหยี่ยวหวาดระแวงหันขวับไปมองผู้มาใหม่ที่ยืนอยู่ตรงธรณีประตู
และภาพที่ปรากฏต่อสายตาก็ทำให้ลมหายใจของทั้งคู่ต้องสะดุดกึก... เมื่อร่างที่ยืนยิ้มเยาะอยู่ตรงนั้นไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นอัครพล อาแท้ๆ ของคีริน ที่ควงแขนมาพร้อมกับชายปริศนาหน้าตาคุ้นเคยซึ่งควรจะนอนพักฟื้นอยู่บนเตียงคนไข้ชั้นล่าง!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับความสัมพันธ์ที่ทั้งดุเดือดและเร้าใจคู่นี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
พันธะอันตรายภายใต้รอยจูบของบอดี้การ์ดปากร้าย•ตอนที่ 10
ฝันร้ายของมาเฟีย
ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะอันตรายภายใต้รอยจูบของบอดี้การ์ดปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!