พันธะอันตรายภายใต้รอยจูบของบอดี้การ์ดปากร้าย•ตอนที่ 14

จังหวะหัวใจที่ผิดปกติ

ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
“ถ้าก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว ฉันจะถือว่าคุณล้ำเส้นเกินกว่าฐานะอาและหลาน” น้ำเสียงของคีรินไม่ได้สั่นแม้แต่น้อย แม้ว่าสถานการณ์ในห้องนิรภัยชั้นใต้ดินจะบีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก แสงไฟสลัวสีส้มสาดกระทบใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยความเยือกเย็น ทว่าดวงตากลับคมกริบราวกับใบมีดซ่อนพิษ บุคคลที่สามที่เพิ่งก้าวผ่านประตูกลเหล็กเข้ามาไม่ใช่ใครอื่น—อัครพล อาแท้ๆ ผู้มีรอยยิ้มอาบยาพิษประดับอยู่บนมุมปากตลอดเวลา แววตาของอัครพลกวาดตามองสภาพแวดล้อมภายในห้อง ตั้งแต่ชั้นวางเอกสารลับ ไปจนถึงร่างของรวิชญ์ที่ยืนขนาบข้างคีรินอยู่ไม่ห่าง ระยะห่างระหว่างเจ้านายและบอดี้การ์ดในตอนนี้แทบจะแนบชิด จนกลิ่นอายความดุดันและร้อนรุ่มของทั้งคู่ลอยอบอวลอยู่ในอากาศ “โอ้... คีริน หลานรัก อาแค่เป็นห่วง กลัวว่าคนสนิทคนนี้จะดูแลเธอได้ไม่ดีพอ” อัครพลหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่แฝงด้วยการคุกคาม “ดูท่าทางพวกเธอสองคนสิ ใกล้ชิดกันเสียจนอาเกรงใจว่าเข้ามาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่า” คำพูดกำกวมนั้นจงใจสื่อถึงภาพลักษณ์ที่หมิ่นเหม่ก่อนหน้านี้ รวิชญ์ขยับตัวเล็กน้อย กล้ามเนื้อแผ่นอกใต้เสื้อสูทตึงเกร็งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไหล่กว้างก้าวเข้ามาบังร่างของคีรินไว้ครึ่งหนึ่งโดยสัญชาตญาณของการเป็นโล่ห์มนุษย์ แววตาของบอดี้การ์ดหนุ่มดิบเถื่อนและเย็นชาลงจนน่ากลัว รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจนอัครพลต้องหรี่ตาลงเล็กน้อย “ถ้าไม่มีเรื่องงานสำคัญอะไร กรุณาออกไปจากพื้นที่ส่วนตัวของผมครับ คุณอา” คีรินเน้นย้ำคำว่า ‘ส่วนตัว’ ด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด “งานสำคัญสิ... สำคัญมากด้วย” อัครพลก้าวเท้าเข้ามาอีกสองก้าว ดวงตาคมปลาบจ้องมองคีรินสลับกับรวิชญ์ “บอดี้การ์ดคนนี้ประวัติไม่ธรรมดาเลยนะ คีริน เธอแน่ใจแค่ไหนว่ารู้จักเขาดีพอ หรือปล่อยให้ความไว้ใจ... กลายเป็นจุดอ่อนที่ฆ่าเธอเองในสักวัน” บรรยากาศในห้องดิ่งวูบลงทันที ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ คีรินไม่แม้แต่จะชายตาแลมองรวิชญ์ที่ยืนอยู่ข้างกาย แต่ประสาทสัมผัสกลับรับรู้ได้ถึงไอความร้อนจากร่างกายของอีกฝ่ายที่แผ่ซ้ำเติมความตึงเครียด รวิชญ์ยังคงนิ่งเงียบ แต่กล้ามเนื้อทุกมัดพร้อมปะทะหากอัครพลแสดงท่าทีคุกคามมากกว่านี้ “เรื่องนั้นไม่ต้องรบกวนให้อามาเป็นห่วงหรอกค่ะ” คีรินจงใจใช้น้ำเสียงเย้ยหยัน “เพราะต่อให้เป็นจุดอ่อน คนที่จะจัดการก็ต้องเป็นตัวผมเอง ไม่ใช่อา” อัครพลยิ้มมุมปาก ยอมถอยหลังไปหนึ่งก้าวเมื่อเห็นว่าสถานการณ์ไม่ได้เอื้อให้เล่นงานตรงๆ “ปากเก่งขึ้นเยอะนี่... หวังว่าความมั่นใจนี้จะช่วยให้เธอรอดพ้นจากเกมที่กำลังจะเริ่มขึ้นได้นะ หลานรัก” สิ้นคำพูด ร่างของอัครพลก็หันหลังกลับและเดินหายออกไปจากประตูกลเหล็ก พร้อมกับเสียงปิดล็อกที่ดังสะท้อนก้องในความเงียบ ปัง! ความกดดันเบาบางลงทันที แต่บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองกลับพุ่งสูงขึ้นไปอีกระดับ รวิชญ์ยังคงยืนนิ่งในท่าเตรียมพร้อม ก่อนที่เขาจะหันขวับมามองหน้าคีริน แววตาที่ใช้มองเจ้านายในตอนนี้เต็มไปด้วยความดุดันและอารมณ์ดิบเถื่อนที่ถูกกดทับไว้ “คุณไม่ควรต่อปากต่อคำกับมันในระยะประชิดแบบนั้น” รวิชญ์เอ่ยเสียงต่ำ รอดไรฟัน ความกังวลที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีแข็งกระด้างทำให้คำพูดฟังดูเหมือนการต่อว่ามากกว่าการตักเตือน คีรินหันมาเผชิญหน้า เชิดคางขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่เกรงกลัว “แล้วนายมีสิทธิ์อะไรมาสั่งฉัน บอดี้การ์ดรวิชญ์?” รวิชญ์ก้าวเข้ามาประชิดตัวในจังหวะที่คีรินไม่ทันตั้งตัว แผ่นหลังของคนตัวเล็กชนเข้ากับชั้นวางเอกสารด้านหลังอย่างจัง ก่อนที่วงแขนแข็งแรงจะยกขึ้นกั้นทางหนีไว้ทั้งสองข้าง กักขังคีรินไว้ในพื้นที่แคบๆ ระหว่างร่างกายของเขากับผนังห้อง ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้าที่ข้างแก้มจนคีรินต้องชะงัก “มีสิทธิ์ในฐานะคนที่ต้องเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องคุณไง” รวิชญ์ก้มหน้าลงกระซิบชิดริมหีบฝีปาก น้ำเสียงแหบพร่าและเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ที่ปะทุขึ้น “หรือต้องให้ผมเตือนความจำ ว่าเมื่อครู่เรากำลังคุยอะไรกันค้างไว้ก่อนที่ ‘แขกไม่ได้รับเชิญ’ จะเข้ามา?” หัวใจของคีรินกระตุกวูบ จังหวะการเต้นรัวเร็วจนผิดปกติ สัมผัสจากเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่เกือบจะเลยเถิดกลับพรั่งพรูเข้ามาในหัว ความเยือกเย็นทั้งหมดที่เคยมีสั่นคลอนอย่างรุนแรงภายใต้เงาของร่างสูงใหญ่ที่โน้มตัวลงมาใกล้จนหน้าผากแทบจะชนกัน “ถอยออกไป รวิชญ์...” คีรินพยายามขู่ด้วยเสียงที่คิดว่านิ่งที่สุด แต่มือเรียวกลับเผลอวางทาบลงบนแผงอกแกร่งเพื่อดันอีกฝ่ายออกโดยไม่รู้ตัว “ไม่ถอย” รวิชญ์ตอบเสียงกร้าว ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยราวกับจะกลืนกิน “คุณทำให้ผมเสียสมาธิมามากพอแล้ว คีริน... ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ที่คุณทำให้ผมละสายตาจากคุณไม่ได้เลยสักวินาทีเดียว” คำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของคนปากแข็งและดิบเถื่อน ทำให้ห้องทั้งห้องเหมือนหยุดหมุน ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจที่กระชั้นชิดของคนทั้งคู่ คีรินเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย ความตื่นตระหนกผสมผสานกับความวูบไหวแปลกประหลาดแล่นพล่านไปทั่วร่าง รวิชญ์ไม่ได้รอให้เจ้านายหนุ่มได้ทันตั้งตัว มือหนาข้างหนึ่งเอื้อมขึ้นประคองกรอบหน้าคมไว้ปลายนิ้วโป้งไล้เบาๆ ที่โหนกแก้มอย่างทะนุถนอมขัดกับแววตาดิบเถื่อน รสสัมผัสที่อุ่นจัดทำให้คีรินตัวแข็งทื่อ สมองประมวลผลไม่ทันกับความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วดั่งพายุนี้ “นาย... บ้าไปแล้วหรือไง” เสียงของคีรินแผ่วลงอย่างเห็นได้ชัด ความเย่อหยิ่งทลายหายไปสิ้นเหลือเพียงความสั่นไหวในแววตา “ใช่ ผมมันบ้า” รวิชญ์โน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จนสัมผัสได้ถึงความนุ่มร้อนของริมฝีปากที่อยู่ห่างกันเพียงไม่กี่มิลลิเมตร “และคุณก็คือคนเดียวที่ทำให้ผมเป็นแบบนี้” ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่ริมฝีปากกำลังจะทาบทับลงมาเพื่อปิดกั้นคำพูดทุกอย่าง เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินระดับสูงก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งคฤหาสน์ แสงไฟสีแดงฉานกะพริบวาบสลับไปมาสาดส่องเข้ามาผ่านรอยแยกระหว่างประตูกลเหล็ก พร้อมกับเสียงระเบิดตูมใหญ่ที่ดังสะเทือนเลื่อนลั่นจากชั้นบน! รวิชญ์ชะงักกึก ดวงตาคมวาวโรจน์ขึ้นด้วยความตื่นตัวสัญชาตญาณนักรบตื่นเต็มที่ เขาดึงร่างของคีรินเข้ามาชิดอกแกร่งทันทีโดยไม่ลังเล ขณะที่คีรินเบิกตากว้างเมื่อหน้าจอมอนิเตอร์ระบบรักษาความปลอดภัยข้างผนังห้องสว่างวาบขึ้นอัตโนมัติ เผยให้เห็นภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณทางเข้าหลัก... บุคคลปริมาณนับสิบในชุดสูทสีดำพร้อมอาวุธครบมือ กำลังพังประตูล้อมกรอบคฤหาสน์เข้ามา และผู้นำกลุ่มที่เดินนำหน้าสุดด้วยรอยยิ้มเยียบเย็น ก็คือคนที่ควรจะตายไปเมื่อสัปดาห์ก่อน! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความฟินและร่วมลุ้นไปกับเคมีเดือดๆ นี้เสมอนะคะ
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะอันตรายภายใต้รอยจูบของบอดี้การ์ดปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%