พันธะอันตรายภายใต้รอยจูบของบอดี้การ์ดปากร้าย•ตอนที่ 15

เส้นแบ่งที่เริ่มจางหาย

ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
เสียงไม้สักเนื้อดีที่ถูกแรงมหาศาลกระแทจน่วมจนบานพับหลุดกระเด็น ไม่ได้ทำให้คีรินสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย ร่างโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตสีเข้มยืนไขว้หลังอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ของห้องทำงานส่วนตัว แววตาคมกริบสะท้อนภาพความโกลาหลเบื้องล่างผ่านเงาสะท้อน นิ่งสนิทราวกับผิวน้ำในคืนไร้จันทร์ ทว่าเม็ดเหงื่อกาฬที่ผุดพรายตรงขมับกลับทรยศความเยือกเย็นนั้นจนหมดสิ้น ปัง! "ต้อนรับแขกไม่เชิญกันอึกทึกครึกโครมแบบนี้ สมกับเป็นตระกูลใหญ่เสียจริงนะหลานรัก" น้ำเสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดีจนน่าคลื่นไส้ดังแทรกผ่านความเงียบงันขึ้นมา พร้อมกับร่างของชายวัยกลางคนในสูทสั่งตัดเนี้ยบกริบ อัครพลก้าวพ้นธรณีประตูเข้ามาท่ามกลางวงล้อมของชายฉกรรจ์นับสิบที่ถือปืนกลมือครบมือ รอยยิ้มเย็นเยียบที่ประดับอยู่บนใบหน้ายับย่นตามวัยนั้น ช่างบาดตาและชวนให้กระเพาะอาหารปั่นป่วน... ก็ในเมื่อใบหน้าเดียวกันนี้ ศพของมันควรจะนอนเน่าอยู่ในโลงเย็นเมื่อสัปดาห์ก่อนตามข่าวกรองที่ไร้ที่ติของเขาไม่ใช่หรือไง คีรินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาดอกท้อหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความสมเพช "ผีไม่ยอมลงนรกนี่มันรกโลกชะมัด คุณอาคิดว่าตายแล้วฟื้นมันเท่เหมือนในหนังเกรดบีรึไง ถึงได้ลงทุนปีนหลุมศพตัวเองขึ้นมาตากลมอีกรอบ" "ปากเก่งไม่เปลี่ยน..." อัครพลก้าวเท้าเข้ามาเรื่อยๆ สายตากวาดมองไปรอบห้องราวกับกำลังประเมินราคาสินค้า "แต่ก็นะ คนเรามักจะอวดดีได้เฉพาะตอนที่ยังมีลมหายใจเท่านั้นแหละคีริน แกคิดเหรอว่าเด็กพวกนั้นจะปกป้องสมบัติที่แกไม่มีปัญญาแม้แต่จะรักษาไว้ได้?" บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบจะใช้มีดกรีดออกเป็นชิ้นๆ ได้ รัศมีความกดดันแผ่ซ่านจนอากาศรอบตัวเบาบางลงทุกที ทว่าก่อนที่สถานการณ์จะลุกลามไปมากกว่านั้น เงาร่างสีดำสนิทที่ยืนสงบนิ่งอยู่มุมมืดข้างหน้าต่างก็ขยับตัว รวิชญ์ก้าวออกมาจากมุมอับช้าๆ ท่วงท่าการเคลื่อนไหวเงียบเชียบดุจเสือดาวซุ่มล่าเหยื่อ ปืนพกกระบอกถนัดถูกปลดเซฟด้วยเสียงคลิกเบาๆ แต่กลับทรงพลังพอดึงดูดสายตาทุกคู่ให้หันมามอง ใบหน้าคมคายไร้รอยยิ้ม ดวงตาคมกริบดارความดุดันดิบเถื่อนจนอัครพลถึงกับชะงักเท้า "ถอยไปซะ ถ้าไม่อยากให้สมองของคุณกระจายติดวอลเปเปอร์ราคาแพงนี่" เสียงทุ้มต่ำของบอดี้การ์ดหนุ่มไม่ได้ดังมากนัก แต่มันเต็มไปด้วยอำนาจดิบเถื่อนที่ทำให้ลูกน้องของอัครพลสะดุ้งโหยง อัครพลหรี่ตาลงมองบอดี้การ์ดหนุ่มหัวจรดเท้าด้วยแววตารังเกียจ "อ้อ... ไอ้หมาเฝ้าบ้านที่พ่อแกซื้อมาแพงๆ สินะ รสชาติกระสุนมันคงอร่อยกว่าเงินเดือนที่แกได้หรอกมั้ง จัดการมัน!" สิ้นคำสั่ง ลูกน้องร่างยักษ์สองคนพุ่งเข้าใส่รวิชญ์ทันทีด้วยความรวดเร็ว ทว่าจังหวะชุลมุนนั้นเองที่เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นอย่างฉับพลัน คีรินไม่ได้รอช้า มือเรียวคว้าแจกันคริสตัลบนโต๊ะทำงานปาใส่หัวลูกน้องคนที่สามที่กำลังเงื้อง่าอาวุธเข้าหาตน เสียงแก้วแตกกระจายดังสนั่นพร้อมกับร่างที่ล้มพับลงไปกองกับพื้น แต่เพราะความประมาทเพียงเสี้ยววินาที ร่างของคีรินจึงถูกกระชากจากด้านหลังด้วยแรงมหาศาล ปลายกระบอกปืนเย็นเฉียบถูกจ่อเข้าที่ขมับทันที! "อยาขยับ! ไม่งั้นสมองหลานรักแกกระจายแน่ อัครพลตะโกนสั่งเสียงกร้าวด้วยใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ รวิชญ์ที่เพิ่งซัดลูกน้องคนสุดท้ายนอนคว่ำลงกับพื้นหันขวับมามอง ภาพคีรินที่ถูกพันธนาการด้วยกระบอกปืนทำให้ลมหายใจของบอดี้การ์ดหนุ่มสะดุดกึก ดวงตาคมดุที่เคยเยือกเย็นมาตลอด บัดนี้กลับฉายแววคลุ้มคลั่งและร้อนรนจนน่ากลัว เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด "ปล่อยเขา..." รวิชญ์เอ่ยเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียงนั้นต่ำลึกและเต็มไปด้วยจิตสังหารที่รุนแรงเสียจนทุกคนในห้องต้องขนลุกซู่ "วางอาวุธลงแล้วคุกเข่าซะ! ไม่งั้นฉันจะเป่าหัวไอ้เด็กปากดีนี่ให้สมองไหลคาเท้าแกเดี๋ยวนี้!" อัครพลกดปลายกระบอกปืนแนบขมับคีรินแน่นขึ้น จนผิวเนื้อเนียนขึ้นรอยแดงช้ำ คีรินเจ็บจนต้องนิหน้า แต่ริมฝีปากบางเฉียบกลับเหยียดยิ้มเยาะเย้ยออกมาได้แม้ในวินาทีเป็นตาย "อย่าไปฟังมัน... รวิชญ์ แกมันก็แค่คนขลาดที่ต้องเอาตัวฉันมาเป็นโล่... อั่ก!" แรงกระแทกจากด้ามปืนที่ฟาดเข้าที่หัวไหล่ทำให้คีรินเซถลาเกือบทรุดลงไปกองกับพื้น รวิชญ์เห็นภาพนั้นแล้วสติที่มีอยู่ก็ขาดผึ่งลงทันที ความอดทนที่สะสมมานานพังทลายลงในพริบตา บอดี้การ์ดหนุ่มยอมทิ้งปืนในมือลงพื้นเสียงดังตุ้บ ก่อนจะคุกเข่าลงข้างหนึ่งตามคำสั่งด้วยท่าทีจำยอม แต่อย่าได้คิดเชียวว่าแววตาคู่นั้นจะยอมสยบ... มันคือแววตาของนักล่าที่กำลังสะกดรอยตามเหยื่อ และเตรียมจะขยี้คอหอยให้แหลกคามือในวินาทีที่เผลอ "ดีมาก! พวกแกไป..." เปรี้ยง! เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวตัดบทพูดของอัครพล กระสุนนัดหนึ่งเฉี่ยวหัวไหล่ของรวิชญ์จนเลือดสีสดซึมเปื้อนเนื้อผ้าสีดำ แต่ในจังหวะเสี้ยววินาทีที่ความสนใจของทุกคนพุ่งไปที่เสียงปืน รวิชญ์ก็พุ่งตัวเข้าใส่ลูกน้องคนที่ถือปืนจ่อคีรินด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ มือหนากระชากข้อมือของมันแล้วบิดจนเสียงกระดูกลั่นกรอบ พร้อมกับแย่งปืนมาจ่อแสกหน้าอัครพลกลับในเวลาไม่ถึงสามวินาที! ความชุลมุนเกิดขึ้นในพริบตา ลูกน้องคนอื่นๆ ยกปืนขึ้นเล็ง แต่ไม่ทันที่ใครจะได้ลั่นไก รวิชญ์ก็คว้าตัวคีรินเข้ามากอดแนบอกแล้วถอยร่นเข้าไปในห้องนิรภัยลับหลังชั้นหนังสือที่เปิดอ้างว้างไว้โดยบังเอิญจากแรงระเบิดก่อนหน้า ปัง! ปัง! ปัง! กระสุนนับสี่ยิงตามหลังทะลุกำแพงไม้ เสียงโวยวายและฝีเท้าที่วิ่งวุ่นดังระงมอยู่ด้านนอก ทว่าภายในห้องนิรภัยขนาดเล็กที่มืดทึบ มีเพียงแสงไฟสลัวจากช่องระบายอากาศส่องลอดเข้ามา ประตูเหล็กหนาหนักถูกกดล็อกอัตโนมัติจากแผงควบคุมด้านใน ตัดขาดเสียงอึกทึกภายนอกให้เหลือเพียงเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของคนสองคนที่แนบชิดกันจนแทบไม่เหลือช่องว่าง ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ท่ามกลางกลิ่นอายของดินปืนและกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ลอยคละคลุ้ง คีรินยืนพิงแผ่นหลังติดกับผนังเย็นเฉียบ ขณะที่รวิชญ์ใช้มือข้างหนึ่งยันกำแพงกักตัวเขาไว้ ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดกันแนบแน่นจนรับรู้ได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่รัวเร็วรากับกลองศึก แผ่นอกกว้างกระเพื่อมขึ้นลงตามแรงหอบหายใจ ส่วนดวงตาสองคู่ประสานกันในความสลัวอย่างมีความหมายลึกซึ้ง "นาย... บ้าหรือเปล่า" คีรินเป็นฝ่ายเปิดปากก่อน เสียงแหบพร่าและสั่นน้อยๆ อย่างควบคุมไม่ได้ "รู้ตัวไหมว่าเกือบเอาชีวิตไม่รอด..." "แล้วคุณล่ะ คิดอะไรอยู่ถึงได้ทำตัวเป็นฮีโร่กระโดดรับกระสุนแทนที่จะหมอบลงไป?" รวิชญ์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงดุดันและเต็มไปด้วยความโกรธปนความหวาดกลัวที่ยังระอุอยู่ในอก มือหนายื่นออกไปประคองกรอบหน้าหวานไว้ด้วยความสั่นเทาเล็กน้อย นิ้วโป้งเกลี่ยรอยเปื้อนฝุ่นและเลือดที่ข้างแก้มอย่างเบามืออย่างลืมตัว "ถ้ามันพลาดไปนิดเดียว... ถ้าผมช่วยคุณไว้ไม่ทัน คุณรู้ไหมว่าผมจะ..." คำพูดที่เหลือถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อคีรินเงยหน้าขึ้นสบตา บัดนี้ความพยศและวาจาเชือดเฉือนทั้งหมดถูกพับเก็บไว้ชั่วคราว ดวงตาดอกท้อคู่นั้นฉายแววความอ่อนล้าและความต้องการบางอย่างที่ปิดไม่มิด ความตึงเครียดจากความเป็นความตายเมื่อครู่ แปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนที่แผดเผาผิวกายอย่างรวดเร็ว เคมีที่ดึงดูดกันและกันมาตลอดพุ่งทะยานถึงจุดเดือด ไม่มีคำพูดใดเอื้อnนเอ่ยอีกต่อไปเมื่อรวิชญ์เป็นฝ่ายโน้มใบลงมา ปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่ข้างแก้มเนียนสูดดมความหอมกรุ่นที่ช่วยบรรเทาความหวาดกลัวเมื่อครู่ให้มลายหายไป ริมฝีปากหยักลึกทาบทับลงบนเรียวปากบางที่เอาแต่เถียงเขามาตลอดอย่างดุดันและเอาแต่ใจ ในคราแรกมันคือจูบที่เต็มไปด้วยความอัดอั้นและระบายความหวาดวิตก แต่ไม่นานนัก รสสัมผัสก็เปลี่ยนเป็นความเร่าร้อน ลึกล้ำ และเรียกร้อง คีรินสะดุ้งเฮือกเล็กน้อยในลำคอ ก่อนที่มือเรียวจะเปลี่ยนจากการผลักไส เป็นการกำเสื้อเชิ้ตของบอดี้การ์ดหนุ่มแน่น รั้งร่างสูงให้เข้ามาแนบชิดยิ่งขึ้นจนแทบหลอมรวมเป็นร่างเดียวกัน ลิ้นร้อนรุกรานเข้าไปสำรวจความหวานภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ รวิชญ์ทั้งขบเม้มและดูดดึงริมฝีปากนุ่มที่เผยอรับรสสัมผัสอย่างเต็มใจ รสจูบที่ดิบเถื่อนแต่กลับเต็มไปด้วยความโหยหาและหวงแหน ทำเอาคีรินขาอ่อนยวบ มือที่กำเสื้ออีกฝ่ายเปลี่ยนเป็นโอบรอบลำคอแกร่งเพื่อพยุงตัวไม่ให้ล้มลงไปกองกับพื้น ลมหายใจขาดห้วง เสียงครางประท้วงเบาๆ ในลำคอของคนตัวเล็กยิ่งเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่โหมกระหน่ำความคลั่งไคล้ในตัวบอดี้การ์ดหนุ่มให้พุ่งสูงขึ้นอย่างไร้ขีดจำกัด นี่ไม่ใช่แค่จูบเพื่อเอาชีวิตรอด... แต่มันคือการประกาศความเป็นเจ้าของท่ามกลางห่ากระสุนและความตายที่รายล้อม ทว่า ในจังหวะที่อุณหภูมิความเร่าร้อนกำลังแผดเผาจนแทบละลาย ทันใดนั้นเอง... ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะประตูกระจกนิรภัยจากด้านนอกห้องนิรภัยดังขึ้นสามครั้งติดๆ กัน พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำผ่านอุปกรณ์สื่อสารฉุกเฉินที่ดังแทรกเข้ามาในความเงียบ "นายครับ... พวกเรากวาดล้างข้างนอกเรียบร้อยแล้วครับ แต่ว่า... ทางหนีไฟหลักถูกวางระเบิดตัดขาดแล้ว และดูเหมือนจะมีแขกไม่ได้รับเชิญอีกกลุ่มกำลังขึ้นมาทางดาดฟ้าครับ" รวิชญ์ผละริมฝีปากออกอย่างเสียดาย ลมหายใจหอบสะท้อน ดวงตาคมกริบฉายแววหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัดเมื่อถูกขัดจังหวะในเวลาสำคัญ เขาก้มมองคีรินที่ยังคงหอบหายใจจนอกกระเพศ ใบหน้าเนียนแดงก่ำและริมฝีปากบวมเจ่อจากการถูกจูบอย่างหนักหน่วง คีรินยกมือขึ้นเช็ดริมฝีปากตัวเองเบาๆ แววตาสั่นไหวด้วยความเขินอายปนความตระหนก แต่ก่อนที่ทั้งคู่จะได้ตั้งสติจากเหตุการณ์เมื่อครู่ เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องนิรภัย พร้อมกับเสียงกดรหัสผ่านที่ดังขึ้นรัวๆ... ทั้งที่รหัสนี้มีเพียงแค่เขาและคนสนิทไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้! นิยายเรื่อง: พันธะอันตรายภายใต้รอยจูบของบอดี้การ์ดปากร้าย ตอนที่ 15: เส้นแบ่งที่เริ่มจางหาย ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและร่วมเดินทางความฟินระดับพรีเมียมนี้ไปด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะอันตรายภายใต้รอยจูบของบอดี้การ์ดปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%