พันธะอันตรายภายใต้รอยจูบของบอดี้การ์ดปากร้าย•ตอนที่ 20

ความเปราะบางของคนเก่ง

ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
คราบเลือดบนเสื้อเชิ้ตสีขาวราคาแพงไม่ได้ทำให้คีรินรู้สึกสะท้านสะเทือนเท่ากับรอยแผลยาวที่พาดผ่านลาดไหล่กว้างของคนที่นอนกัดฟันอยู่บนโซฟาหนังแท้ รวิชญ์ในยามนี้ไม่มีมาดบอดี้การ์ดผู้แข็งกร้าวและไร้เทียมทานเหลืออยู่เลย มีเพียงร่างชุ่มเหงื่อกับลมหายใจหอบกระชั้นที่บ่งบอกว่าพิษบาดแผลจากกระสุนเฉี่ยวและรอยมีดกรีดกำลังเล่นงานเจ้าตัวอย่างหนักหน่วง "อย่าทำหน้าเหมือนฉันกำลังจะตายสิครับ คุณหนู" เสียงแหบพร่าเอ่ยแซะทั้งที่ใบหน้าซีดเผือดจนเกือบไร้สีเลือด รวิชญ์ยังคงเป็นรวิชญ์วันยังค่ำ—คนปากดีที่ต่อให้กระดูกหักสักท่อนก็ยังไม่ยอมปิดปากสนิท คีรินไม่ตอบโต้ คำพูดเหน็บแนมที่ปกติมักจะถูกสวนกลับด้วยวาจาเชือดเฉือนทันทีกลับถูกกลืนหายไปในลำคอ นัยน์ตาคู่คมกริบกวาดมองแผลฉกรรจ์ที่ไหล่ซ้ายอย่างพิจารณา มือเรียวหยิบกล่องปฐมพยาบาลขึ้นมาเปิดด้วยความนิ่งสงบที่แฝงไว้ด้วยความสั่นเทาเล็กน้อยซึ่งเจ้าตัวไม่มีวันยอมรับ "ถ้าไม่อยากตายเพราะเสียเลือดมากเกินไป ก็หุบปากแล้วอยาขยับตัว" คีรินเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าสั่นเครือเล็กน้อยในยามที่ปลายนิ้วแตะลงบนผิวเนื้อร้อนผ่าวรอบบาดแผล กลิ่นอายเฉพาะตัวของความเป็นชายฉกรรจ์ปะปนกับกลิ่นคาวเลือดและยาฆ่าเชื้อลอยอบอวลอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวที่ปิดทึบ แสงไฟสีส้มสลัวสาดส่องกระทบโครงหน้าคมคายของบอดี้การ์ดหนุ่ม ทำให้เห็นหยาดเหงื่อที่ไหลซึมตามไรผม รวิชญ์สูดปากด้วยความเจ็บเมื่อสำลีก้อนแรกแตะลงตรงปากแผล แต่แทนที่จะเบือนหน้าหนี นัยน์ตาดุดันคู่นั้นกลับจ้องมองตรงมาที่ใบหน้าของคีรินไม่วางตา "เป็นห่วงผมเหรอครับ?" "เพ้อเจ้อ" คีรินสวนกลับทันควัน พยายามบังคับมือตัวเองให้มั่นคงขณะเทแอลกอฮอล์ลงบนผ้าก๊อซ "คุณทำหน้าที่พลาด และเกือบทำให้แผนของฉันพัง อัครพลเกือบจะ..." ประโยคถูกกลืนหายไปเมื่อรวิชญ์ขยับตัวเข้าหาโดยไม่ทันตั้งตัว ความเจ็บปวดทำให้บอดี้การ์ดหนุ่มนิหน้าเล็กน้อย แต่ทว่ามือหนากลับคว้าข้อมือของคีรินเอาไว้แน่น แรงบีบไม่ได้รุนแรงเหมือนทุกที แต่มันเต็มไปด้วยความดื้อรั้นที่ปฏิเสธไม่ได้ "ผมไม่สนว่าแผนจะพังหรือไอ้อัครพลมันจะลากตัวใครไป..." รวิชญ์กระซิบเสียงต่ำ นัยน์ตาคมกริบฉายแววบางอย่างที่ร้อนแรงและลึกซึ้งเกินกว่าจะควบคุม "ผมสนแค่ว่า... ถ้าผมตายตรงนี้ ใครจะปกป้องคุณจากพวกมัน" คำพูดนั้นทำเอาหัวใจของคีรินกระตุกวูบ ความเย็นชาที่มักใช้สร้างเกราะกำบังพังทลายลงในเสี้ยววินาที รวิชญ์ไม่ใช่แค่ลูกน้อง ไม่ใช่แค่บอดี้การ์ดรับจ้างทั่วไป แต่คือคนที่เอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องเขาครั้งแล้วครั้งเล่า แม้ปากจะบอกว่าทำตามหน้าที่ แต่นัยน์ตาคู่นั้นไม่เคยโกหกเลยว่ามันมีความรู้สึกที่เกินเลยกว่าเจ้านายและลูกน้องซ่อนอยู่มากแค่ไหน คีรินเม้มริมฝีปากแน่น เบนสายตาลงมองแผลที่ไหล่เพื่อหลบเลี่ยงประกายตาคมปลาบที่รุกไล่ "ปากเก่งนักนะ... เจ็บขนาดนี้ยังจะมีแรงมาพูดจาอวดดี" "เพราะคนที่ผมยอมเจ็บด้วยมีแค่คุณคนเดียวน่ะสิครับ" น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือความอ่อนโยนอย่างหาได้ยากทำให้คีรินชะงัก มือที่กำลังถือผ้าก๊อซหยุดค้างกลางอากาศ ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่รอบตัว มีเพียงเสียงลมหายใจที่สอดประสานกันในระยะประชิด รวิชญ์ขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิดจนกลิ่นกายเฉพาะตัวโอบล้อมร่างของคีรินเอาไว้ทั้งหมด ความอบอุ่นจากอุณหภูมิร่างกายที่สูงกว่าปกติส่งผ่านทะลุเนื้อผ้าเข้ามา ทำให้บรรยากาศในห้องที่ควรจะเคร่งเครียดกลับเปลี่ยนเป็นความเย้ายวนที่ระอุร้อนขึ้นมาอย่างเงียบเชียบ คีรินเงยหน้าขึ้นสบตา บอดี้การ์ดหนุ่มไม่ได้ถอยหนี รวิชญ์จ้องลึกเข้ามาในดวงตาคู่สวยราวกับต้องการค้นหาความจริงบางอย่างที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความเย่อหยิ่งและดื้อรั้นนั้น "ถ้าฉันสั่งให้หยุด คุณจะหยุดไหม..." คีรินเอ่ยเสียงแผ่วเบา ราวกับพึมพำกับตัวเองมากกว่าจะถามอีกฝ่าย "ถ้าคำสั่งนั้นคือให้เลิกปกป้องคุณ... ผมทำไม่ได้ครับ" รวิชญ์ตอบทันที น้ำเสียงหนักแน่นและจริงจังจนน่าใจหาย "ต่อให้ต้องแลกด้วยอะไร ผมก็จะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนแตะต้องตัวคุณทั้งนั้น... แม้กระทั่งตัวคุณเองที่ชอบทำร้ายตัวเองด้วยความบุ่มบ่าม" คำสารภาพที่ซ่อนอยู่หลังท่าทีปากร้ายถูกเปิดเผยออกมาอย่างหมดเปลือก คีรินรู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้ม ความรู้สึกตื้นตันและหัวใจที่เต้นรำอย่างบ้าคลั่งตีรวนกันอยู่ในอกจนแทบหายใจไม่ออก ร่างเพรียวขยับเข้าไปใกล้มากขึ้นโดยไม่รู้ตัว ปลายนิ้วที่เคยถือผ้าก๊อซเปลี่ยนมาแตะลงบนขอบแผลอย่างแผ่วเบา ราวกับต้องการย้ำเตือนว่าคนตรงหน้ายังมีชีวิตอยู่ และยังคงหายใจอยู่ตรงนี้เพื่อเขา รวิชญ์ยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจและเสน่ห์ร้ายกาจแบบที่ทำให้อีกฝ่ายใจสั่นได้เสมอ มือหนาข้างที่ไม่ได้บาดเจ็บเอื้อมขึ้นมาสัมผัสกรอบหน้าของคีรินอย่างทะนุถนอม นิ้วโป้งเกลี่ยเบาๆ ที่พวงแก้มใสอย่างถือวิสาสะ "คุณกำลังใจอ่อนกับผมนะ... คีริน" "ฉันเปล่า..." คีรินปฏิเสธเสียงแข็ง ทั้งที่ใบหน้าแดงก่ำและหัวใจทรยศกลับเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก "ฉันแค่... ทำแผลให้ลูกน้องที่สะเพร่าต่างหาก" "ลูกน้องเหรอครับ? งั้นลูกน้องคนนี้ขอค่าจ้างเป็นรางวัลพิเศษหน่อยได้ไหม" ยังไม่ทันที่คีรินจะได้อ้าปากปฏิเสธ รวิชญ์ก็โน้มใบหน้าลงมาปิดกั้นคำพูดทั้งหมดด้วยเรียวปากอุ่นจัด รสสัมผัสที่แนบชิดลงมาไม่ได้รุนแรงหรือเร่งเร้าเหมือนทุกครั้ง แต่มันเต็มไปด้วยความโหยหา ความอัดอั้น และความรู้สึกที่ล้นปรี่จนเกินกว่าจะเก็บซ่อนไว้ คีรินเบิกตากว้างด้วยความตกใจชั่วขณะ ก่อนที่เปลือกตาจะค่อยๆ ปิดลง ยอมปล่อยให้ความอบอุ่นและรสจูบที่เปี่ยมไปด้วยความหมายครอบงำสติสัมปชัญญะทั้งหมด มือเรียวเผลอขยำเสื้อเชิ้ตของอีกฝ่ายแน่นเพื่อยึดเหนี่ยว ขณะที่เรียวปากนุ่มนวลตอบรับสัมผัสที่ถาโถมเข้ามาอย่างไม่ยอมแพ้ เคมีที่ดึงดูดกันและกันอย่างรุนแรงระเบิดออกท่ามกลางความเงียบของค่ำคืน บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกจุดไฟเผาไหม้จนละลายหายไป เหลือเพียงเสียงหัวใจสองดวงที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกัน ทว่า—ในวินาทีที่ความรู้สึกกำลังลึกซึ้งถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องทำงาน ราวกับสายฟ้าฟาดกลางฤดูฝน ประตูบานใหญ่ถูกกระชากเปิดออกอย่างไร้ซึ่งมารยาท "ท่านประธานครับ! ทางฝั่งอัครพลส่งคนบุกเข้ามาที่ชั้นใต้ดินแล้ว!" เสียงรายงานของหัวหน้าทีมรักษาความปลอดภัยดังลั่นห้อง ทำลายบรรยากาศทั้งหมดลงในพริบตา รวิชญ์ผละริมฝีปากออกช้าๆ นัยน์ตาดุดันแปรเปลี่ยนเป็นความเฉียบคมดุด่าในเสี้ยววินาที ขณะที่คีรินสะดุ้งสุดตัว สติสัมปชัญญะทั้งหมดกลับคืนมาพร้อมกับความจริงอันโหดร้ายที่รออยู่เบื้องหน้า แบล็กเวลเวตขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามความเข้มข้นนี้ด้วยนะคะ
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะอันตรายภายใต้รอยจูบของบอดี้การ์ดปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%