กลิ่นอายความชื้นของลานจอดรถใต้ดินชั้นใต้สุดของอาคารจอดรถร้างย่านบางซื่อ คละคลุ้งไปด้วยกลิ่นฝุ่นปูนและไอระเหยของน้ำมันเครื่องเก่าๆ แสงไฟนีออนกระพริบติดๆ ดับๆ ส่องกระทบโครงสร้างคอนกรีตเปลือยเปล่าให้เกิดเงาทอดตัวยาวน่ากลัว บรรยากาศเงียบสงัดจนได้ยินเพียงเสียงหยดน้ำจากท่อประปาที่รั่วซึมกระทบพื้นคอนกรีตเป็นจังหวะ ราวกับเสียงนาฬิกาทรายที่กำลังนับถอยหลังสู่ความตาย
รินรดายืนนิ่งอยู่หลังเสาคอนกรีตต้นใหญ่ ลมหายใจของเธอถูกผ่อนเข้าออกอย่างช้าที่สุดเพื่อสะกดกลั้นเสียงหัวใจที่เต้นรำด้วยความตื่นตระหนก ปลายนิ้วเรียวยาวกำด้ามปืนพกสั้นในกระเป๋าเสื้อโค้ทจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน สายตาคู่คมกวาดมองผ่านความมืดไปยังเป้าหมายที่อยู่ห่างออกไปไม่ถึงสิบเมตร
ร่างของ "ประเสริฐ" พยานปากเอกผู้กุมกุญแจดอกสำคัญที่จะไขคดีทุจริตโครงการจัดซื้อจัดจ้างพันล้านกำลังยืนตัวสั่นเทาอยู่ข้างเสาไฟอีกต้น ใบหน้าของชายวัยกลางคนเต็มไปด้วยหยเหงื่อและความหวาดกลัวสุดขีด ดวงตาเบิกโพลงมองซ้ายมองขวาราวกับคนเสียสติ
"คุณริน... ผมกลัว... ผมอยากกลับบ้าน" เสียงแหบแห้งของประเสริฐสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์
"ตั้งสติไว้ค่ะ... เอ๊ย ตั้งสติไว้นะครับคุณประเสริฐ" รินรดารีบปรับคำพูดในใจโดยพลันเมื่อนึกถึงสถานะของตนเอง เธอขยับริมฝีปากกระซิบผ่านความมืด "อีกห้านาที ทีมคุ้มครองพยานจะมาถึง อดทนไว้อีกนิด ความจริงทั้งหมดกำลังจะถูกเปิดเผย"
"ความจริงเหรอครับอัยการรินรดา..."
น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่ดังขึ้นจากความมืดเบื้องหลังประเสริฐ ทำโลหิตในกายของรินรดาร้อนผ่าวขึ้นมาทันที มันไม่ใช่เสียงของทีมคุ้มครองพยาน และไม่ใช่เสียงของคนร้ายทั่วไป แต่มันคือเสียงที่เธอมั่นใจว่าคุ้นเคยยิ่งกว่าใคร
คีย์ก้าวเท้าออกมาจากเงาสลัวของเสาปูน มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตหนังสีดำท่าทีสบายๆ ราวกับกำลังเดินเล่นในสวนสาธารณะยามเย็น มากกว่าจะอยู่ในสถานที่ประหารชีวิต รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างเยือกเย็นและคาดเดาไม่ได้
รินรดากัดฟันกรอด นิ้วชี้แตะอยู่ที่ไกปืน "คีย์! คุณมาทำอะไรที่นี่? นี่ไม่ใช่เรื่องของคุณ!"
"ความจริงแล้ว..." ทนายหนุ่มหัวเราะในลำคอเบาๆ ก้าวเข้าไปใกล้ประเสริฐทีละก้าว "ทุกคดีที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์มหาศาล มักจะมีลายมือของผมเข้าไปเอี่ยวด้วยเสมอนะครับท่านอัยการ... คุณก็รู้ดีนี่ว่าผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อฟังคำสารภาพ แต่มันคือการเก็บกวาดเศษซากที่รกรุงรังต่างหาก"
ประเสริฐผถอยกรูดด้วยความตื่นตระหนก ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด "คุณ... คุณคีย์ คนที่จ้างคุณไม่ใช่ฝั่งนั้นหรอกเหรอ..."
"โลกใบนี้ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวรหรอกครับคุณประเสริฐ มีเพียงผลประโยชน์ที่ลงตัวเท่านั้น" คีย์หยุดยืนห่างจากพยานเพียงก้าวเดียว ดวงตาคมกริบภายใต้แสงไฟนีออนวูบวาบไร้ความปรานี "และบางที... การที่คนเราจะรักษาความลับที่ดีที่สุดได้ ทางเดียวคือการทำให้เขาพูดมันไม่ได้อีกตลอดกาล"
"หยุดนะคีย์!" รินรดาก้าวพรวดพราดออกมาจากที่กำบัง ปลายกระบอกปืนพกเล็งตรงไปที่ศีรษะของทนายหนุ่มทันที ดวงตาคู่งามฉายแววเด็ดเดี่ยว "ถอยออกมาจากตัวเขาเดี๋ยวนี้! ถ้าคุณขยับแม้แต่ก้าวเดียว ฉันวิสามัญคุณแน่!"
คีย์หยุดชะงัก เขายกมือทั้งสองข้างขึ้นเล็กน้อยในท่าทีจำยอม แต่รอยยิ้มเยาะบนมุมปากกลับไม่ได้จางหายไปเลยแม้แต่น้อย เขามองอัยการสาวด้วยสายตาที่ลึกซึ้งและเต็มไปด้วยความท้าทาย
"คุณกล้าเหรอครับรินรดา..." คีย์เอ่ยเสียงกระซิบแผ่วเบา ทว่าก้องกังวานในความเงียบ "คุณคือนักกฎหมายผู้ผดุงความยุติธรรม มือของคุณสะอาดสะอ้าน... คุณไม่มีวันเหนี่ยวไกใส่คนที่คุณ... เอ่อ คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าคุณหรอกครับ"
"อย่ามาท้าทายฉันนะคีย์!" มือของรินรดาสั่นเทาเล็กน้อย ความกดดันมหาศาลบีบเค้นหัวใจของเธอ ภาพความทรงจำในอดีตที่พ่อของเธอต้องตายเพราะความอยุติธรรมซ้อนทับขึ้นมาในหัว ความโกรธแค้นและอุดมการณ์กำลังตีกันอย่างรุนแรง
ทว่า ก่อนที่รินรดาจะได้ลั่นไกหรือเจรจาต่อ เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นจากมุมมืดอีกด้านหนึ่งของลานจอดรถ
*ปั้ง!*
เสียงปืนดังสนั่นก้องกังวานทะลุความเงียบ ปลอกกระสุนทองเหลืองกระเด็นตกกระทบพื้นคอนกรีตส่งเสียงดังเคร้ง
รินรดาลืมตาโพลงด้วยความตกตะลึง ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้ลมหายใจของเธอกระชากหายไปในลำคอ ประเสริฐ พยานปากเอกผู้กุมความลับทั้งหมด เบิกตากว้าง ร่างกายกระตุกเกร็งอย่างรุนแรง ก่อนที่รูกระสุนสีแดงฉานจะปรากฏขึ้นกลางหน้าผากของเขา เลือดสีเข้มไหลทะลักออกมาอาบใบหน้าและเสื้อผ้าอย่างน่าสยดสยอง
ร่างไร้วิญญาณของประเสริฐทรุดฮวบลงกับพื้น ส่งเสียงทึบหนักราวกับกระสอบทราย ท่ามกลางกลิ่นควันปืนที่ลอยคละคลุ้ง
"ไม่... ไม่นะ!" รินรดากรีดร้องออกมาสุดเสียง สัญชาตญาณพุ่งทะยาน เธอหันปลายกระบอกปืนไปยังทิศทางที่เสียงปืนดังขึ้น แต่ทว่าความมืดมิดและเสาปูนบังตาทำให้เธอไม่เห็นแม้แต่เงาของมือปืน
คีย์ไม่ได้แสดงอาการตกใจแม้แต่น้อย เขาย่อตัวลงช้าๆ ใช้ปลายนิ้วแตะชีพจรที่คอของประเสริฐ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับอัยการสาว แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นความจริงจังและเยือกเย็นอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน
"เกมพลิกแล้วครับอัยการรินรดา..." คีย์ลุกขึ้นยืนช้าๆ น้ำเสียงของเขาเรียบนิ่งราวกับกระแสลมหนาว "ตอนนี้... คนที่ถือว่าฆ่าพยานปากเอก ไม่ใช่ผม... และไม่ใช่ไอ้มือปืนที่หลบหนีไป..."
รินรดาลดปืนลงช้าๆ มือทั้งสองข้างสั่นระริก ดวงตาคู่งามมองร่างไร้ลมหายใจของประเสริฐสลับกับใบหน้าของคีย์ สมองของเธอกำลังประมวลผลด้วยความรวดเร็วและตระหนักถึงความจริงอันโหดร้าย
ลายนิ้วมือบนด้ามปืนของเธอ... วิถีกระสุน... และตำแหน่งที่เธอยืนอยู่
"คุณ... คุณจัดฉากทั้งหมดนี้..." รินรดาเสียงสั่นเครือ ความโกรธแค้นพุ่งพล่านจนพูดไม่ออก
คีย์สาวเท้าเข้ามาใกล้เธออย่างรวดเร็ว ก่อนที่เธอจะทันตั้งตัว เขาก็คว้าข้อมือข้างที่ถือปืนของเธอกดลงแนบข้างลำตัว มืออีกข้างเอื้อมมาปิดปากเธอไว้แน่นจนเธอขยับไม่ได้ แนบชิดจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน
"เงียบก่อนครับ..." คีย์กระسิบข้างใบหูของเธอ น้ำเสียงแฝงด้วยความร้อนรนที่ไม่ใช่การเสแสร้ง "ถ้าคุณไม่อยากตายตามไอ้นี่ไป... ฟังเสียงรอบตัวเราให้ดีๆ สิครับ"
รินรดาเบิกตากว้าง พยายามดิ้นรนขัดขืนแต่ทว่าแรงของชายหนุ่มกลับมีมากกว่า เธอนิ่งฟังเสียงรอบตัวท่ามกลางความเงียบงัน
*แอ๊ด... เสียงฝีเท้าจำนวนมากกำลังวิ่งใกล้เข้ามาทางทางลาดลงลานจอดรถ พร้อมกับเสียงตะโกนก้องที่คุ้นเคย*
"ตำรวจ! วางอาวุธเดี๋ยวนี้! พบศพผู้เสียชีวิตและอัยการรินรดากำลังถือปืนอยู่ตรงจุดเกิดเหตุ!"
รินรดาสะท้านเฮือกในอก เมื่อแสงไฟฉายสว่างจ้าหลายดวงสาดส่องตรงมาที่พวกเขาจากทางเข้าหลัก และภาพที่ตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษเห็นในวินาทีนั้น คืออัยการสาวผู้ยึดมั่นในความถูกต้อง กำลังยืนถือปืนอยู่เหนือร่างของพยานที่ถูกยิงเสียชีวิต โดยมีทนายความจำเลยยืนประชิดตัวราวกับผู้สมรู้ร่วมคิด!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและค้นหาความจริงสีเทาไปพร้อมกับผมนะครับ
ดีลลับคดีร้อน: อย่าสอนให้ผมเป็นคนดี•ตอนที่ 38
จุดจบของพยาน
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับคดีร้อน: อย่าสอนให้ผมเป็นคนดี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!