กลิ่นอายของกระดาษเก่าและหมึกพิมพ์ราคาแพงในห้องเอกสารชั้นใต้ดินของมูลนิธิการกุศล ‘ร่มฉัตรเมตตา’ ไม่ได้ให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนชื่อของมันแม้แต่น้อย สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในย่านธุรกิจใจกลางกรุงเทพฯ แต่เบื้องหลังตึกกระจกสูงระฟ้าที่สะท้อนภาพความเจริญ กลับซ่อนห้องเก็บข้อมูลที่อับชื้น ปราศจากหน้าต่าง และมีเพียงแสงไฟนีออนกะพริบติดๆ ดับๆ เป็นเพื่อน
คีย์วางแฟ้มเอกสารปกหนังสีน้ำตาลเข้มลงบนโต๊ะไม้สักหนา เสียงกระแทกเบาๆ ดังสะท้อนในความเงียบ เขากวาดสายตาคมกริบมองไปยังรินรดา อัยการสาวที่ยืนกอดอกนิ่งอยู่หน้าตู้เก็บเอกสารสังกะสีสนิมเขรอะ แว่น
สายตาไร้กรอบของเธอสะท้อนแสงไฟสีส้มจากหลอดไฟเก่าๆ ดูเยือกเย็นและระแวดระวัง
“คุณแน่ใจนะว่าเรากำลังหาความจริง ไม่ใช่กำลังขุดหลุมศพให้ตัวเองอยู่” รินรดาเอ่ยขึ้น เสียงของเธอเรียบสนทนาแต่แฝงแรงกดดัน ทว่าแววตากลับไหววูบยามเหลือบมองเอกสารในมือเขา
คีย์หัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบต่ำและเต็มไปด้วยความเย้ยหยันในโชคชะตา เขายื่นมือไปหยิบบุหรี่ขึ้นมามวนหนึ่งเคาะเบาๆ กับริมฝีปาก ก่อนจะตระหนักได้ว่าที่นี่คือเขตห้ามสูบ จึงเก็บมันลงกระเป๋าเสื้อสูทอย่างไม่ใส่ใจนัก
“หลุมศพเหรอครับ คุณริน… สำหรับคนบางกลุ่ม ประเทศนี้ไม่ได้มีไว้ให้เราเดินหาความจริง แต่มันมีไว้ให้เราเลือกต่างหากว่าจะนอนอยู่ในหลุมไหนถึงจะสบายที่สุด” คีย์เดินเข้าไปใกล้เธอทีละก้าว รองเท้าหนังขัดมันกระทบพื้นปูนซีเมนต์เกิดเสียงก้องกังวาน “แต่ถ้าคุณกลัวความมืด ผมแนะนำให้เดินกลับขึ้นลิฟต์ไปตอนนี้... ยังทันนะครับ”
รินรดาไม่ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว เธอเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคู่คมจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาสีเข้มของอดีตตำรวจหนุ่ม ผู้ชายคนนี้อันตราย—เธอนิยามเขาแบบนั้นมาโดยตลอด แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็เป็นเพียงคนเดียวในเกมนี้ที่กล้ากระชากหน้ากากของความยุติธรรมปลอมๆ ออกมาต่อหน้าเธอ
“ฉันไม่ได้กลัวความมืดค่ะ... ฉันแค่เกลียดพวกที่ชอบซ่อนตัวอยู่หลังความดีงามจอมปลอมมากกว่า” รินรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเฉียบคมไม่แพ้กัน เธอยื่นมือเรียวไปคว้าแฟ้มเอกสารบนโต๊ะเปิดออก แผ่นกระดาษรายงานการเงินนับร้อยหน้าปรากฏต่อสายตา
บรรยากาศในห้องเงียบลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงฮัมเบาๆ ของแอร์เก่าที่แขวนอยู่บนผนัง ทั้งสองคนยืนประจันหน้ากันในระยะประชิด กลิ่นอายความเป็นมืออาชีพผสมผสานกับแรงดึงดูดประหลาดที่ไม่อาจปฏิเสธได้ลอยอบอวลอยู่ในอากาศ คีย์โน้มตัวลงมาเล็กน้อย ศอกข้างหนึ่งท้าวลงบนขอบโต๊ะ ใกล้ชิดจนรินรดาได้กลิ่นน้ำหอมเจือจางผสมกลิ่นบุหรี่จางๆ จากตัวเขา
“งั้นก็เปิดหน้าสุดท้ายของรายงานการเงินนั้นดูสิครับ อัยการคนเก่ง... แล้วคุณจะรู้ว่าคำว่า ‘การกุศล’ ในประเทศไทย มันมีมูลค่าสูงลิ่วขนาดไหน” คีย์กระซิบเสียงพร่าข้างใบหูของเธอ จงใจทิ้งระยะห่างเพียงลมหายใจกั้น
รินรดากัดริมฝีปากล่างเล็กน้อย ความโกรธและสัญชาตญาณนักกฎหมายพุ่งพล่านในอก เธอพลิกกระดาษพรึบพรับจนมาถึงหน้าสุดท้าย ยอดตัวเลขบริจาคจำนวนมหาสารจากบริษัทเชลล์คอมพานีหลายแห่งถูกโอนเข้ามายังบัญชีของมูลนิธิ แต่สิ่งที่ทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดกึก ไม่ใช่ตัวเลขเงินสดหลักร้อยล้านเหล่านั้น... แต่มันคือ ‘รหัสโครงการ’ ที่ระบุไว้ท้ายรายการ
*โครงการจัดหาบุคลากรพิเศษเพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมชายแดน*
ดวงตาของอัยการสาวเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความทรงจำจากคดีค้ามนุษย์ข้ามชาติเมื่อสามปีก่อนที่เคยถูกปัดตกไปอย่างไร้ร่องรอยไหลย้อนกลับเข้ามาในหัว สมองอันชาญฉลาดของเธอลัดวงจรไปชั่วขณะ รหัสโครงการนี้... มันไม่ใช่ทุนการศึกษา ไม่ใช่การฝึกอาชีพ แต่มันคือรหัสลับที่ใช้เรียกขาน ‘สินค้ามนุษย์’ เกรดพรีเมียมที่ถูกส่งผ่านเส้นทางขนส่งสินค้าทางเรือ!
“นี่มัน...” รินรดาเงยหน้าขึ้นมองคีย์ มือที่ถือกระดาษสั่นเทาเล็กน้อย ความเยือกเย็นที่เคยมีมาตลอดพังทลายลงในพริบตา “มูลนิธิร่มฉัตรเมตตา... พวกมันไม่ได้ฟอกเงินธรรมดา แต่พวกมันเป็นเครือข่าย...!”
“ถูกต้องครับ” คีย์ตัดบท น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังและเย็นชาไร้ความขี้เล่นโดยสิ้นเชิง “เบื้องหน้าคือมูลนิธิสงเคราะห์เด็กและสตรีด้อยโอกาส แต่เบื้องหลังคือศูนย์กลางกระจายตัวของเครือข่ายค้ามนุษย์ระดับสูง ที่มีทั้งนักการเมืองระดับประเทศและนายตำรวจใหญ่หนุนหลังอยู่... และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมพ่อของคุณถึงต้องตาย เมื่อสามปีก่อน”
ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงกลางห้องใต้ดิน รินรดารู้สึกเหมือนถูกชกเข้าที่ท้องน้อยอย่างแรง ภาพความทรงจำในวันที่พ่อของเธอประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์หลังกลับจากทำสำนวนลับผุดขึ้นมาในหัว หัวใจของเธอเต้นรัวระรัวด้วยความเจ็บปวดและแค้นเคือง
ก่อนที่รินรดาจะได้เอ่ยคำใดออกมา เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นที่บริเวณทางเดินด้านนอก หน้าประตูเหล็กทึบของห้องเก็บเอกสาร... เสียงล็อกแม่กุญแจจากด้านนอกดัง *คลิก* ตามมาด้วยเสียงโลหะเสียดสีกันอย่างน่ากลัว
แสงไฟนีออนบนเพดานกะพริบถี่รัวสามครั้งก่อนจะดับสนิท ทั้งห้องตกอยู่ในความมืดมิดสนิท
คีย์เคลื่อนไหวรวดเร็วดั่งเสือดาว มือหนาคว้าข้อมือเรียวของรินรดากระชากเข้ามาหลบหลังเสาปูนเปลือยทันที ลมหายใจของเขาอุ่นร้อนรินรด2ข้างแก้มยามที่เขากระซิบชิดริมฝีปากเธอในความมืด
“เงียบ... มีคนมาต้อนรับเราแล้วครับ”
เสียงฝีเท้าหยุดลงตรงหน้าประตูเหล็ก พร้อมกับเสียงกระซิบกระซาบเป็นภาษาต่างประเทศผ่านวิทยุสื่อสาร และเสียงโลหะแหลมคมกำลังงัดแงะกลอนประตูด้านนอกดังขึ้นเรื่อยๆ...
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและค้นหาความจริงสีเทาไปพร้อมกับผมนะครับ
ดีลลับคดีร้อน: อย่าสอนให้ผมเป็นคนดี•ตอนที่ 37
ความลับของมูลนิธิ
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับคดีร้อน: อย่าสอนให้ผมเป็นคนดี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!